วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Laguna Phuket Marathon 2013 : My 3rd half Marathon


เตรียมตัวก่อนเดินทาง..

ด้วยความที่ช่วงนี้งานเข้า ไม่สามารถจะรีบกลับไปอาบน้ำที่บ้านได้
ดังนั้นจึงต้องแพ็คกระเป๋าออกมาจากบ้านเลย
ที่สำคัญคือ เดินทางออกจากกรุงเทพค่ำวันศุกร์
กลับมาเช้าวันจันทร์ต้องไปประชุมอีกออฟฟิศนึง
ก็เลยต้องแบก laptop ไปด้วย

ค่ำวันศุกร์

ออกจากออฟฟิศหกโมงครึ่ง เปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าแตะที่เตรียมมา
เอา laptop ใส่กระเป๋าแยก รวมทั้ง adaptor และ mouse
แบกเป้บนหลัง ขึ้นรถตู้ที่ตึกเพื่อไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
ระหว่างทาง เจอน้องในวงการ(วิ่ง)พอดี เลยเมาท์กันมาจนถึงสถานีลุมพินี
ก็ขึ้นไปหารถบัสที่นัดกันไว้ว่าจะจอดแถววิทยุ

ไปถึงเกือบสองทุ่ม ตามกำหนดการล้อจะหมุนสองทุ่มครึ่ง
เวลาเหลือ ก็เลยไปอาบน้ำที่สวนลุม
ได้ล้างเหงื่อ ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ๆ หอม ๆ ก็ค่อยสบายตัวหน่อย
มีพลังสู้กับการเดินทางอันยาวนาน

วันเสาร์

รถบัสถึงภูเก็ตสิบเอ็ดโมง แวะสักการะหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง
วัดคู่บ้านคู่เมืองภูเก็ตชนิดที่เรียกว่าถ้าไม่ได้แวะก็เหมือนมาไม่ถึงภูเก็ต
ได้ไหว้พระพอเป็นสิริมงคลแล้ว ก็ไปแวะกินข้าวกันตามอัธยาศัย
กว่าจะไปถึงโรงแรม ก็เกือบบ่ายสาม เช็คอิน วางข้าวของ แล้วรีบออกไปงาน expo
คือนักวิ่งทุกคนต้องไปลงทะเบียนรับ bib (เบอร์วิ่ง) และชิพที่ใช้วัดระยะทาง ที่งาน
นอกจากนั้น ยังมี พาสต้าปาร์ตี้สำหรับนักวิ่งทุกคน ที่ซื้อบัตร (ซึ่งอันนี้รวมอยู่ในค่าทริปแล้ว)

กว่าจะเสร็จก็ทุ่มเศษ กว่าจะถึงห้องสองทุ่มกว่า ๆ
อิชั้นออกไปจ๊อกรอบสระน้ำประมาณครึ่งชั่วโมง
ต่อด้วยกายบริหาร และ ยืดเหยียด
ก่อนจะเข้ามานอนยกขาสูงในห้อง ๒๐ นาที
ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำจากโค้ช :)

วันแข่ง

ตื่นตีสี่
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อแล้วออกจากโรงแรม
รถบัสมารับไปที่ลากูน่า อันเป็นจุดปล่อยตัว
ไปถึงก็ทักทายเพื่อน ๆ แล้วก็แวบไปจ๊อกกิ้งวอร์มอัพ
จ๊อกซักพักก็ปวดฉี่ (ทั้ง ๆ ที่ฉี่ก่อนออกจากโรงแรมแล้ว)
ก็เลยคิดว่าน่าจะเข้าห้องน้ำซักรอบ
ตอนนั้นเหลือเวลาอีก ๒๐ นาทีก่อนปล่อยตัว

คิวเข้าห้องน้ำยาวมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
อดทนเข้าคิวได้ ๑๐ นาที ยังไปไม่ถึงครึ่งทาง
ตัดสินใจไม่เข้าห้องน้ำละ ไปเตรียมตัวที่จุด start
ไปยืดเหยียดตรงนั้นอีกแป๊บนึง
คิดว่าพอวิ่ง ๆ ไป เหงื่อออกก็คงหายปวดฉี่พอดีแหละ

ออกตัวกิโลแรก สบาย ๆ ชิล ๆ ไม่ได้คิดเร่ง
เพราะว่าโดยปกติ กิโลแรกนี่คนเยอะมาก ยากจะแทรกจะแซงอยู่แล้ว
ก็วิ่งตามสเต็ปตัวเอง ไปเจอน้องตั๊กอยู่ข้างหน้า ก็เข้าไปทัก
คุยกับตั๊กแว้บนึง แล้วก็ทิ้งน้องไว้ข้างหลัง
คือ .. ถ้าวิ่งช้าไปเรื่อย ๆ มันจะผิดจังหวะตัวเอง และ อาจเมื่อยกว่าก็เป็นได้

กิโลถัดมาจึงวิ่งเร็วขึ้น ต่อเนื่องมาจนกิโลที่หก พักดื่มน้ำ + หายใจ นานไปหน่อย เพซตกไปที่ ๖ เลย
ระหว่างทาง วิ่งไปก็เสพอากาศสดชื่นที่หาไม่ได้ในเมืองกรุงไป
มีบางหนที่เจอรถวิ่งพ่นควันพิษใส่ ก็ปิดจมูกกันไป

ระยะฮาล์ฟสำหรับสนามนี้ถือว่ากำลังดี
มีเนินบ้างเล็กน้อยไม่มากมาย เนินสุดท้ายที่เจอเป็นเนินสูงสุด
ซึ่ง แอบใช้เทคนิคครูการุณ โดยการเร่งก่อนถึงเนิน
ก่อนขึ้นเนินก็ชะลอความเร็วลง จ๊อกเหยาะ ๆ ไปเรื่อย ๆ
จังหวะลงเนินก็ไม่ปล่อยไหล เนื่องจาก จะทำให้ความเร็วพุ่งมากไปและหัวใจอาจเต้นเร็วเกิน เป็นอันตรายได้

ตอนเห็นป้าย อีก ๑๐๐๐ เมตร อีก ๕๐๐ เมตร count down มาเรื่อย ๆ
ยิ่งมีแรงเร่งเข้าไปอีก เวลาสอง-สามกิโลท้ายจึงเร็วกว่า ๕ กิโลก่อนหน้า ค่อนข้างมาก

ผลการวิ่งรวมเกือบ ๒๑ กิโลเมตร เป็นดังนี้

6:12 / 5:39 / 5:28 / 5:25 / 5:34 / 6:02 / 5:49 / 5:30 / 5:42 / 5:38 /
5:38 / 5:34 / 5:33 / 5:55 / 5:41 / 5:57 / 5:40 / 5:52 / 5:31 / 5:39 / 5:22 (0.8 km)

เพซเฉลี่ย ๕:๔๔ ... เวลารวม ๑ ชั่วโมง ๕๘ นาที นาฬิกาบอกระยะ ๒๐.๘๐ กม.
(จริง ๆ ไม่ถึง เพราะกดเวลาช้าเนื่องจากตั้งใจจะจ๊อกต่อให้ครบ ๒๑ แต่ฝนดันตกหนัก เลยต้องกดหยุด)
แต่พี่ย้งบอกว่า สนามนี้ระยะเป๊ะมาก อาจเป็นเพราะตอนเข้าโค้ง เราวิ่งตัดโค้ง ระยะเลยไม่ถึง

จริง ๆ วันนี้ไม่ได้ตั้งเป้าไว้ เพราะว่าไม่ได้ซ้อมเยอะ แต่ทำได้ต่ำกว่า ๒ ชั่วโมงก็รู้สึกดี

ปลื้มตัวเองที่ผ่านสิบห้ากิโลแรกไปแล้วยังไม่รู้สึกล้าเกินทน
ยังเหลือแรงที่คิดว่าจะไปต่อจนจบระยะสบาย ๆ
ต้องขอบคุณตารางซ้อมของโค้ช + เทคนิคนู่นนี่นั่นที่ค่อย ๆ ปล่อยให้ซึมซับมา
รู้สึกได้ว่าตัวเองวิ่งอึดขึ้น ทนขึ้น และ เร็วขึ้นกว่าแรก ๆ มาก

วิ่งอย่างสนุกมากกับฮาล์ฟที่ ๓ แถมยังไม่เจ็บอีกด้วย

@^_________________^@

นาทีนี้ .. เริ่มฝันหวานถึงระยะมาราธอนแล้ว

โดยสรุป

ทริปนี้เป็นทริปที่ทรหดอดทนมาก
เดินทาง ๑๔ ชั่วโมง ถึงที่หมายตอนบ่าย ทำธุระเสร็จตอนค่ำ นอน
เช้าตื่นมาวิ่ง เสร็จแล้วเก็บของ เช็คเอาท์ นั่งรถอีก ๑๔ ชั่วโมงกลับกรุงเทพ

ทริปนี้ไปเพื่อวิ่งอย่างเดียว
บางคนอาจคิดว่าบ้ารึเปล่า

อือ บ้า  ถึงจะบ้า ก็บ้าอย่างมีสุข และมีเพื่อนร่วมบ้าตั้งสามคันรถแน่ะ
ถึงจะบ้าแต่ว่าไม่เหงานะ :D