วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Bangkok Marathon 2013 : My 6th Half-Marathon

...ตอนแรกก็ว่าจะไม่บันทึก Half Marathon ในงานกรุงเทพมาราธอนครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๖ แล้วเชียวนะ แต่พอไปอ่านบันทึกคนนู้นคนนี้คนนั้น (ซึ่งคงไม่รู้ตัวว่าข้าพเจ้าไปแอบอ่าน) แล้วก็รู้สึกเสียดายถ้าจะไม่ได้บันทึก อะ เอาซะหน่อยแล้วกัน

ต้องขออรรถาธิบายเสียก่อนว่า ด้วยสาเหตุอันใดจึงจะไม่นับฮาล์ฟครั้งนี้

ข้อแรกก็คือ งานนี้ไม่ได้สมัครวิ่ง เพราะไม่แน่ใจว่าแผนการซ้อมของครูดินจะเป็นอย่างไร กลัวขัดกับแผนซ้อมก็จะไม่เหมาะ .. มารู้สึกอยากวิ่งก็ใกล้วันแข่งซึ่งทางผู้จัดปิดรับสมัครไปแล้ว มีเพื่อน ๆ ในวงการวิ่งลงวิ่งงานนี้มากมาย บรรยากาศมันคึกคัก สุดท้ายได้บิบอนุเคราะห์มาจากพี่รุจน์ แห่ง shutterrunning ก็เลยขอแอบมาซ้อมตามตารางในงานได้อย่างไม่รู้สึกผิดมากนัก แม้จะไม่รู้สึกผิดมาก แต่มันก็รู้สึกว่า ไม่ควรจะนับการแข่งขันนี้เป็นการแข่งฮาล์ฟมาราธอนของตัวเอง เพราะแม้จะมีบิบ มีชิพ แต่มันก็ในนามคนอื่นนี่นา

ข้อสอง เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัย พบว่าระยะวิ่งไม่ครบตามระยะฮาล์ฟมาราธอน การ์มินที่ข้อมือจับได้ระยะ ๑๙.๘ กม.เท่านั้น แม้ว่าหลังเข้าเส้น จะไปจ๊อกต่อให้ครบระยะก็ตาม

พอได้บิบอนุเคราะห์มาแล้ว ก็สองจิตสองใจว่าจะวิ่งอย่างไร โค้ชมาคอมเมนต์ในเฟซบุ๊คว่า ให้วิ่งเต็มที่เหมือนแข่งไปเลยไม่ต้องเข้าตาราง ไอ้อิฉันก็เห็นว่า วิ่งก็ไม่ได้ในนามตัวเอง จะวิ่งเหมือนแข่งไปเพื่ออะไร (อันนี้โค้ชคงไม่รู้ ถึงได้จะให้วิ่งแข่งจริงจัง) เกิดฟลุคเข้าเส้นชัยด้วยเวลาดี ติดถ้งติดถ้วยกับเค้าขึ้นมาก็จะมีปัญหาตามมาอีก (ฮ่า ๆ นึกว่าตัวเองเก่งอีกตะหาก มาดูเวลาทีหลัง โอ้ แม้สถิติที่ดีที่สุดของตัวเองก็ยังห่างไปหลายขุม) เคยว่าคนอื่นไว้ในกรณีแบบนี้ เราเองก็ไม่ควรทำ คิดได้ดังนั้นแล้วจึงตัดสินใจ วิ่งตามแผนการซ้อมแล้วกัน

ถึงสนามตั้งแต่ตีหนึ่งครึ่ง เพราะตั้งใจไปส่งเพื่อน ๆ ที่ลงมาราธอนแรก ได้เจอเส่งกับอาปู เจอทีมเครซี่รันนิ่ง (พี่เล็ก เฮียลิป โอ ... ใครอีกก็ไม่รู้ รู้จักแค่นี้ ซึ่งที่เจอนี่คือคนที่มาส่งเพื่อนวิ่งมาราธอนเช่นกัน) ก็เลยเกาะ ๆ อยู่ด้วยเพื่อบรรเทาความเหงาของตัวเอง

ตีสองปล่อยตัวมาราธอนแล้วก็ว่าง ทำอะไรดีล่ะทีนี้ นั่งง่วง ๆ ไปซักแป๊บ เจอ เฮียโอะมาชวนไปถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระทึก แล้วก็เจอฮั้ว(ซึ่งวันก่อนหน้าดันไข้ขึ้น) พี่ ๆ เพื่อน ๆ นักวิ่งก็ทยอยกันมาเป็นลำดับ

แผนการซ้อมตามตามรางของวันนี้ก็คือ วิ่ง ๕ กม. * ๓ จ๊อก ๓ นาทีระหว่างเที่ยว

หมายใจไว้ว่า ๒ กม.แรกให้เป็นการวอร์ม เพราะมองแล้วว่าคนเยอะแบบนี้ คงแทรกตัวยาก ค่อย ๆ จ๊อกไปก่อน พอขึ้นสะพานค่อยทำสไตรด์ซักสี่ห้าเที่ยว แล้วค่อยเข้าตาราง พอจบตารางก็จ๊อกคูลให้ครบระยะ ก็จะได้ระยะฮาล์ฟพอดี ๆ

ออกตัวท้ายแถว ได้ยินโฆษกประกาศว่ามีผู้แข่งขันระยะนี้ประมาณเจ็ดพันคน โอ้ เยอะมากจริง ๆ คิดถูกแล้วที่จะไปวอร์มในสนาม ค่อย ๆ ออกตัวพร้อมน้องตี่ ที่จับพลัดจับผลูมาขอวิ่งฮาล์ฟแรก(ของน้อง)ด้วย ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ จังหวะลงสะพานปิ่นเกล้า ก่อนขึ้นทางยกระดับบรมราชชนนี ก็มีขบวนแว้นซ์สามสี่คัน พยายามปาดจากเลนขวาสุดมาซ้ายสุดเพื่อออกจากสะพาน งงมากว่ามาได้ยังไง ไม่เข้าใจระบบการกันรถของเจ้าหน้าที่เลย นักวิ่งท้ายแถวเลยได้สูดไอเสียเข้าไปเต็มปอด กรรมจริง ๆ

หลังจากขึ้นทางยกระดับไปได้สักพัก ก็ชวนน้องสไตรด์ กะระยะประมาณ ๖๐-๘๐ เมตร แทรกผู้คนอันเนืองแน่นเต็มเส้นทาง ครบระยะก็จ๊อกชะลอ มีพี่ผู้หญิงคนนึงวิ่งแซงไปตอนจังหวะชะลอนี้ แล้วพี่เค้าก็หันมาแซวว่า "ตะกี๊เห็นยังพลิ้วอยู่เลย" พี่เค้าคงคิดในใจ ว่าได้แค่นี้เหรอยะหล่อน

พอสไตรด์ครบ ๕ เที่ยว เครื่องเริ่มติด ก็ส่งสัญญาณกะน้องตี่ ไปกัน ชุดแรก เริ่มได้
ความเร็วชุดแรกเป็นดังนี้
5:19 / 5:17 / 5:09 / 5:05 / 5:07

ผ่านจุดให้น้ำไปสองจุดโดยไม่ได้แวะ เพราะไม่อยากเสียเวลาในระยะห้ากิโลที่ตั้งใจวิ่งเต็มที่ ในใจคิดว่า ไม่เป็นไรน่า ตอนซ้อม วิ่งสิบโลไม่จิบน้ำเลยยังทำได้ นี่ก็ออกตัวตั้งแต่ตีสี่ ยังไม่ร้อน ร่างกายยังไม่ขาดน้ำหรอก  (ก็ปลอบตัวเองไป)

เสร็จแล้วจ๊อก ๓ นาที ก่อนเริ่มชุดใหม่
ชุดที่สองได้ความเร็วดังนี้
5:01 / 5:13 / 5:05 / 5:11 / 5:07

จังหวะจ๊อกของชุดที่สอง ก่อนขึ้นชุดสาม เป็นช่วงกลางสะพานพระรามแปด เจอพี่ตุ้ม (shutterrunning) ก็เทคแอคชั่นสู้กล้องไปหนึ่งแชะ โชคดีจริง ๆ ที่เป็นจังหวะจ๊อก ก็เลยได้ภาพงาม ๆ มาเก็บไว้ในอัลบัม

ถ่ายรูปเสร็จ จ๊อกอีกแป๊บ ก็ได้เวลาลุยชุดที่สาม
ความเร็วเป็นดังนี้
5:02 / 5:05 / 5:12 / 5:10 / 5:02

รอบนี้เจออาปูที่ลงมาราธอน(แรก)ด้วย นี่ก็คงเป็นไม่กี่กิโลสุดท้ายของอาปู วิ่งเร็วจริง ๆ
หลังจากนี้ วิ่งสบาย ๆ อีกกิโลกว่า ๆ เท่านั้นก็ถึงเส้นชัย ผิดคาดไปหน่อย นึกว่าจะได้จ๊อกคูลซักสองสามกิโล ระยะไม่ครบ ชวนกันกับน้องตี่ วิ่งให้ครบระยะฮาล์ฟ  .. ฮาล์ฟแรกของน้องจะได้สมบูรณ์  จบระยะฮาล์ฟด้วยเวลา ๒ ชั่วโมง ๖ นาที ๑๙ วินาที

วันนี้ได้น้องตี่มาวิ่งเป็นเพื่อน การมีเพื่อนวิ่งด้วยทำให้รู้สึกสนุกขึ้นมาก มันจึงเป็นการซ้อมที่สนุก มีความสุข ไม่เครียด ไม่กดดันใด ๆ เลย :D