นอนสี่ทุ่มครึ่ง ตื่นตีสามครึ่ง
ออกจากบ้านตีสี่หน่อย ๆ ถึงสนามหลวงตีสี่สี่สิบ
ฝากของแล้วรีบไปเข้าห้องน้ำ
ทำธุระเสร็จแล้วมาวอร์มหนึ่งรอบสนามหลวง กายบริหาร ยืดเหยียด
ฝนเริ่มลงเม็ดโปรยปราย สไตรด์ ๕ เที่ยวแล้วไปเช็คอิน ยืนเต้นรอหน้าเส้น
ปรากฏว่า ว่า ว่า ว่า ว่า
กองแอโรบิคที่ทางเจ้าภาพจัดมา ยังเต้นกันไม่เสร็จ พิธีกรก็เมามันส์อยู่กับแอโรบิค
อ่า ... ทางเจ้าภาพและพิธีกรคงไม่เข้าใจ ว่าการปล่อยตัวให้ตรงเวลาสำคัญเพียงไร ..
ที่วอร์มให้ร่างกายอุ่น สไตรด์เตรียมหัวใจให้พร้อม กล้ามเนื้อตื่นตัวเต็มที่
ก็ค่อย ๆ เย็นลง เย็นลง สวนทางกับใจที่ค่อย-ค่อยร้อนรนขึ้นเรื่อย ๆ
และเมื่อการเต้นแอโรบิคบนเวทีด้านหลังสิ้นสุดลง
ลำโพงหน้าเส้นถูกเปิด
เหล่านักวิ่งแถวหน้ามีอันได้สะดุ้งเฮือกและอาการที่ตามมาคือต้องอุดหูไปตาม ๆ กัน
ขณะนั้นตีห้าสี่สิบ เลยเวลาปล่อยตัวระยะฮาล์ฟมาสิบนาทีแล้ว
ยังดีที่พิธีการ ณ เวทีหน้าไม่เยิ่นเย้อ มีเพียงเชิญประธานมากดแตรปล่อยตัวหลังจากนับ
ห้า สี่ สาม สอง ... เท่านั้น
ปล่อยตัวแล้ว กดนาฬิกา
แล้วมือพลาดไปโดนปุ่มนาฬิกาอีก หรือเข้าใจผิดอะไรซักอย่าง
ทำให้กลายเป็นกดหยุดเวลาไป
กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่านาฬิกาไม่เดินก็อยู่หลังวัดพระแก้วแล้ว ..
เกือบโลมั้งนะ กดนาฬิกา ดูให้แน่ใจ แล้ววิ่งต่อไป
ไปปาดเหงื่อก่อนถึงจุดให้น้ำจุดแรก
แล้วศอกไปโดนผู้ชายตัวโตที่วิ่งมาข้าง ๆ เอ่ย "sorry" ออกไปโดยไม่ต้องคิด
... เจอ ผช ตัวโตทีไร คิดไว้ก่อนว่าอาจเป็นฝรั่งทุกที ภาษาที่ใช้ เลยเป็นภาษาต่างด้าวโดยอัตโนมัติ พอเหลือบเห็นเครื่องแต่งกายถึงได้รำพึงในใจ
..นาวินต้าร์นี่หว่า อะไรไม่อะไร วิ่งไป วิ่งไป ฮีเบียดดิชั้นเกือบตกขอบถนน
ฮีอาจไม่ได้ตั้งใจแหละ ดิชั้นเลยชะลอแล้วเบี่ยงออกขวา ตีคู่กันซักพัก แล้วฮีก็เร่งฝีเท้าจากไป
หลังจากนั้นพี่จุ๋งวิ่งมาให้กำลังใจ แถมบอกเพซ
(โดยประมาณ) ให้อีก เหมือนจะรู้ว่าการ์มินอิชั้นเพี้ยน
(หรือไม่ก็อิขั้นเองแหละที่เพี้ยน) แล้วพี่จุ๋งก็จากไปอีกคน
วิ่งไปเรื่อย ๆ ซักพัก
เห็นด้วยหางตาว่ามีสาวมัดผมหางม้าในชุดดำเริ่มมาตีคู่ อ๊ายยย ไม่ได้นะ
พ่อดินสอนไว้ วิ่งสบาย ๆ แต่อย่าให้ใครแซง .. รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี
เร่งขึ้นมานิดนึง แล้วรักษาจังหวะที่เร่งขึ้นมา ไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยโลนึง
จนแน่ใจว่าทิ้งห่างแน่แล้ว ค่อยผ่อนลง แต่ยังไม่วางใจ ทั้งปลอบทั้งขู่ตัวเอง
เร่งอีกนิดก็เหนื่อยขึ้นอีกหน่อยเท่านั้นน่า เอาจังหวะนี้ละกัน ถึงกระนั้น มันก็มีบ้างแหละที่แอบผ่อน
หลังจากนี้ ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนเป็นเป้าหมาย
เบื้องหน้า เบื้องข้างล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชาย ก็หมายใจไล่ผู้ชายเบื้องหน้าไว้
ไล่ไหวบ้าง ไม่ไหวบ้าง ... ส่วนใหญ่จะหนักไปทางไม่ไหว.. พอแซงคนไหนได้บ้าง เค้าก็ไม่ปล่อยให้ผู้หญิงอย่างเราแซงได้นาน
ฮีก็รีบตีคืนแทบจะทุกรายไป
จิบน้ำจุดแรกกิโลที่แปด หลังจากนั้นเจอน้องติ๊ก
สุวารี กลับตัวมาแล้ว .. ทิ้งห่างไปสองกิโลเลยทีเดียว ... จิบน้ำอีกครั้งก่อนกลับตัว
กลับตัวแล้วถึงได้เห็นชัด ๆ ว่า ผู้หญิงชุดดำรวบผมหางม้าที่เห็นตะกี๊คือน้องอุ้ง
ศิษย์ครูดินเช่นกัน บอกเลยว่าวางใจไม่ได้ น้องยังเด็ก แรงยังดี
แถมน้องยังขายาวกว่าข้าพเจ้าเยอะ คิดดังนั้นแล้วก็เลยยิ่งสับขาเข้าไปอีก ขากลับนี่วิ่งสนุก เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ นักวิ่งเชียร์ตลอดทาง
หลายคนช่วยนับตัวนักกีฬาให้ด้วย ได้แปะมือกับหลาย ๆ คน บางคนก็จำได้ บางคน
ขอสารภาพเลยว่าจำไม่ได้หรอก ทักมาก็ส่งยิ้ม-รับไหว้กลับไป ขอบคุณในมิตรภาพอันอบอุ่นเหล่านี้ด้วยนะคะ เป็นพลังอย่างดีเลย
ระหว่างทาง
ได้ยินเจ้าหน้าที่ขานหมายเลขบิบใส่วิทยุสื่อสารมาโดยตลอด แถมยังมีจักรยานประกบด้วย
ช่วงหลัง ๆ มีพี่จักรยานบอกน้องจักรยานคันที่ประกบข้าพเจ้าว่า
เดี๋ยวพอเจอระยะสิบโล คนจะเยอะมาก ให้น้องจักรยานขี่นำและขอทางให้กลุ่มนักวิ่งนำระยะ
๒๑ โลด้วย .. กรี๊ด ๆ วันนี้ได้เป็นกลุ่มนักวิ่งนำกับเค้าด้วยอ่า ..
แต่เอาเข้าจริง น้องเค้าคงมือใหม่ ผลคือข้าพเจ้าวิ่งซิกแซกแหวกผู้คนเอาเอง
แถมช่วงจะขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า แถวหน้าโรงเรียนวัดดุสิตาราม ข้าพเจ้าก็พลาดอีก
ก็เห็นนักวิ่งกลุ่มใหญชิดขวาไป แต่จักรยานที่ประกบข้าพเจ้ายังคงอยู่ซ้าย
ไอ้เราก็เชื่อใจจักรยาน ก็เลยได้วิ่งเดี่ยวอยู่กลางถนน
ได้ยินพี่จักรยานบอกพี่ตำรวจว่ากั้นรถให้ด้วย แต่นาทีนั้นก็กั้นยาก
ข้าพเจ้าต้องหาจังหวะแล้วยกมือขอทางเองเลย สนุกสุขสันต์จริง ๆ T.T
ลงสะพานพระปิ่นก็เจอฝูงชนกลุ่มใหญ่มาก นักวิ่งทั้งระยะ
๕ กม. และ ๑๐ กม. เต็มไปหมด พี่จักรยานก็เป่านกหวีดขอทางให้นะ
แต่ตอนเลี้ยวจากเชิงสะพานเข้าถนนเลียบเข้าสนามหลวงนั่น คนมากจริง ๆ
และข้าพเจ้าหยุดวิ่งไม่ได้ จำได้ว่ามือไปจับหลังน้อง ผช ตัวอวบคนนึงให้หลบ
ปากก็พร่ำขอทางและขอโทษไปตลอดทาง ขอโทษทุกคนด้วยที่โดนข้าพเจ้าคุกคาม :P
เข้าเส้นแล้วรับเหรียญ ฝ่าฝูงชนไปหาที่จ๊อกคูล
นึกได้ก็เหลียวไปมองเวลา 1:42.xx ถ้าระยะเต็ม 21
กม. ก็ new PB ล่ะ .. ไปขอเวลาจาก chip ก็ได้
1:41.51 แต่ได้ยินคนอื่น ๆ ว่ากันว่าระยะไม่เต็ม
ขาดไปสองสามร้อยเมตร คิดแล้วก็น่าจะ new PB แหละนะ
แม้จะแค่นิดหน่อยก็เถิด
เวลาจากการ์มินอันกระท่อนกระแท่นของอิชั้น (lost
satellite หลายรอบมาก บนสะพานขากลับ) เป็นดังนี้
..... / 4:45.7 / 4:49.6 / 4:58.7 / 5:02.1 / 4:54.4 / 4:59.5
/ 5:05.8 / 5:00.2 / 4:54.1 / 4:59.2 / 4:53.0 / 4:42.7 / 4:46.8 / 4:55.4 /
5:01.9 / 4:48.1 / 4:59.6 / ......
จับได้แค่นี้แหละ แฮ่
กิโลแรกเร็วเท่าไหร่ก็ไม่รู้ด้วย โวะ
ผลประกอบการ : เข้าที่ 2 overall หญิงระยะ ๒๑ กม. แต่ AIS ไม่ให้โล่เกียรติยศเค้า (เอาน่า.. อย่างน้อยเค้าก็ให้ค่าขนม -- ปลอบใจตัวเอง)
ผลประกอบการ : เข้าที่ 2 overall หญิงระยะ ๒๑ กม. แต่ AIS ไม่ให้โล่เกียรติยศเค้า (เอาน่า.. อย่างน้อยเค้าก็ให้ค่าขนม -- ปลอบใจตัวเอง)
![]() |
| new PB มั้งนะ |
๑. ขาวิ่งไป รู้สึกได้ถึงลมที่พัดมา รู้สึกว่า ก็เย็นดีอะนะ แต่ว่า เฮ้ยยยย นี่เราต้องวิ่งต้านลมไปอีกนานเท่าไหร่ และแอบฝันหวานว่า ขากลับคงเวลาดี ถ้าลมแบบนี้วิ่งตามลมสบายแฮ แต่แว่ ตอนกลับตัวมา ลมสงบ เหงื่อออกสุด ๆ และรู้สึกร้อนจนเหงื่อท่วม -_-''

เขียนห้วน ๆ พิกลแฮะ
ตอบลบพี่น่าจะเบียดนาวินตาร์กลับแล้วจิกตาใส่ด้วย อย่าคิดว่าหล่อแล้วจะวิ่งเบียดใครก็ได้นะ!
ตอบลบเออเนอะ งานหน้าอย่าให้เจออีก กิกิกิ
ลบ