วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Chiang Mai Marathon 2015 : My 20th Half Marathon

ก่อนจะถึงจอมบึง สนามวิ่งที่ ๑ สำหรับปี ๒๕๕๙ เราก็ต้องมาบันทึกถึงสนามสุดท้าย ของปี ๒๕๕๘ กันก่อน

จริง ๆ สนามนี้เป็นสนามที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาแข่ง

เรื่องของเรื่องคือช่วงปลายปี เป็นช่วงที่ว่างงาน ไม่มีโปรเจคท์ พอได้อีเมล์จากนกแอร์ ประชาสัมพันธ์ตั๋วราคาดีดี ก็เลยคลิก ๆ จองดูเล่น ๆ ได้ตั๋วไปกลับราคาสองพันนิด ๆ ก็เลยจัดมา หาเรื่องไปนอนกอดหลาน สวัสดีป๊าม้าช่วงก่อนปีใหม่ ห่างไกลผู้คน หนีช่วงเทศกาลซะหน่อย ตั๋วที่จองได้คือบินไปเชียงใหม่ค่ำวันที่ ๑๕ ธันวา และกลับกรุงเทพ ๒๔ ธันวา

สองวันหลังจองเสร็จ เห็นว่า งานเชียงใหม่มาราธอนยังไม่ปิดรับสมัคร ก็เลยสมัครระยะฮาล์ฟซะหน่อยละกัน เผื่อได้รางวัลมาชดเชยค่าตั๋วเครื่องบิน ... แม้จะยังไม่ปิดรับสมัคร แต่ก็หมดระยะราคา early bird แล้ว ดังนั้น ค่าสมัครวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน จึงปาไปแปดร้อยบาทถ้วน (เท่าราคาระยะฟูลที่ขอนแก่นเลย -_-'')

วันแข่ง นอนสามทุ่ม ตื่นตีสามสิบนาที ออมเป็นสารถีขับรถพาไปแข่ง แถมพ่วงด้วยตำแหน่งช่างภาพอีกหนึ่งตำแหน่ง -- ขอบคุณนะ <3 --

วอร์มอัพ ๒ กิโลเมตร กายบริหาร ยืดเหยียด สไตรด์ได้แค่สองเที่ยวก็ได้ยินเสียงเรียกให้ไปยืนรอปล่อยตัวซะแล้ว

ตั้งเป้าไว้ที่ ๑ ชั่วโมงสี่สิบ เพราะอยากทำฟูลที่ ๓ ชั่วโมงครึ่ง (อาจหาญมาก ตั้งเป้าซะขนาดเน้ ก็นะ ..เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชนไม่ใช่เหรอ)

ผลการวิ่งแต่ละกิโลเมตรเป็นดังนี้

4:31.75 / 4:47.20 / 4:40.59 / 4:45.57 / 4:42.63 / 4:49.09 / 4:44.46 / 4:53.57 / 4:56.97 / 4:59.18 / 4:46.64 / 4:53.49 / 4:54.05 / 4:53.74 / 4:56.09 / 5:01.98 / 4:42.79 / 4:45.59* / 4:49.39 / 4:45.27 / 4:36.73 / 2:13.95 (0.46k)

* จิบน้ำ

ออกตัวตามบรรยากาศเหมือนทุกที แล้วค่อย ๆ ปรับจังหวะ ให้สอดคล้องกับลมหายใจ เจอพี่แหม่ม-มณีรัตน์ตามมาทักตอนประมาณกิโลเมตรที่ ๒ ก็ปล่อยพี่แหม่มแซงไป เกรงว่าหากเร่งตามไปแล้วจะเสียจังหวะตัวเอง เดี๋ยวไปตายตอนท้าย ถึงอย่างนั้นเพซที่ กม. สาม ก็ฟ้องว่าเธอแอบเร่งตามเค้าไปนิด-นิด กว่าจะไหวตัวทัน (เพซกระตุกขึ้นไปที่ 4:40) รักษาจังหวะไปเรื่อย ๆ ไปแซงพี่แหม่มคืนตอนกิโลที่เจ็ด ช่วงจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุเทพ แล้ววิ่งตามถนนสุเทพไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายอีกทีที่กาดพยอมเข้าถนนรอบเมืองเชียงใหม่ เส้นทางทับกับเส้นทางระยะเต็มมาราธอน แต่ของระยะฮาล์ฟจะไปกลับตัวประมาณ กม.ที่ ๑๓

ช่วงกลับตัวเป็นช่วงที่มืดมาก ไฟถนนไม่มี มืดราวกับวิ่งในถ้ำ วิ่งไปแบบไม่เห็นคนข้างหน้า ไม่เห็นทาง ไม่เห็นหลุมบ่อใด ๆ วิ่งไปภาวนาไปอย่าให้เจอหลุมเลย มิน่าล่ะ เค้าถึงได้แจกไฟส่องกบให้ใน race pack --เพิ่งจะถึงบางอ้อก็ตอนนี้ แต่ก็ไม่ทันละ ไม่ได้ติดมาด้วยเพราะไม่คุ้น-- เจ้าหน้าที่ต้องพูดใส่สปีคเกอร์ว่าให้กลับตัวตรงนี้ ถึงกระนั้น อิชั้นก็เลยไปสามสี่ก้าวก่อนเลี้ยวกลับตัว เพราะว่ามองไม่เห็นกระทั่งกรวยกั้น (เค้ามีมั้ยไม่รู้อะ รู้แต่ว่ามองไม่เห็น)

ด้วยความที่อากาศเย็น แม้ไม่เท่าปีที่แล้ว แต่นั่นก็เป็นผลดี ทำให้ไม่รู้สึกกระหายน้ำ กว่าจะจิบน้ำก็ปาไปกิโลที่ ๑๗-๑๘

งานนี้คุมจังหวะค่อนข้างดี ประคองมาเรื่อย ๆ มาเร่งสองโลท้ายตามที่ฝึกมา เร่งขึ้นก็สบายใจละ :)

เข้าเส้นชัยที่ ๑:๔๓.xx กับระยะ ๒๑.๔๖ กม. เป็นลำดับที่ ๑ ในรุ่นอายุ ได้ค่าตั๋วเครื่องบินกลับบ้านสมใจ :D

ได้ครีมกันแดดมาอีกกระบุงนึง :D



วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ตามรอยเท้าพ่อ เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ ๔ : My 19th Half Marathon


ชืองาน : ตามรอยเท้าพ่อ เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ ๔

สถานที่ : วิหารเซียน สัตหีบ

อันที่จริง ไม่ควรจะปล่อยให้เวลาล่วงเลยข้ามปีแบบนี้เลย
ลืมหมดแล้ว ความรัก อารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในสนาม >.<

บ่ายของวันเสาร์ก่อนวันแข่ง ฝนตกหนักมาก จนแอบหวั่นใจ ว่าฝนจะตกวันแข่งมั้ยนะ ... ม่ายยยยย อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย

เช้าวันแข่ง ตื่นตีสามกว่า ๆ ออกจากที่พักถึงสนามประมาณตีสี่ครึ่ง วอร์มอัพ ๒ กม. กายบริหาร ยืดเหยียด ดริล สไตรด์ ตามสเต็ป แวะเข้าห้องน้ำจัดการข้าศึกให้เรียบร้อย ... พร้อมที่สุดละ

ออกตัวตามบรรยากาศเหมือนทุกที แล้วจับลมหายใจ ค่อย ๆ เตือนตัวเองให้ก้าวขาตามจังหวะของตน ใจเย็นไอ้น้อง ถ้าไม่อยากตาย อย่าไปตามใครเค้า

จำได้ (อย่างเลือนลาง) ว่าเนินสุดท้ายก่อนกลับตัว (ประมาณ กม.ที่ ๗) เป็นเนินเดียวที่ต้องยั้ง ไม่กล้าจัดเต็มเนื่องจากกลัวหน้าจะทิ่มถ้าสับขาไม่ทันแรงดึงของโลก ซึ่งนั่นก็แปลว่าเนินแรกที่เจอหลังกลับตัวนี่มันก็จะหนืดสุดเหวี่ยง .. คือถ้าเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงพอ ฝึกซ้อมกับเนินมามากพอ เนินนี้ก็อาจจะเด็ก-เด็กสำหรับผู้นั้นก็เป็นได้ แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว หึ หึ หึ ความรู้สึกตามที่กล่าวมาเลย

พอเข้ากิโลที่ ๑๖ เริ่มหมดกำลัง และรู้สึกเหงาเปลี่ยวเดียวดายมาก ข้างหน้ามีผู้ชายนำไปห่าง ๆ เหลียวไปข้างหลังไม่เจอใครเลย พยายามเล็ง ผช ที่ใกล้ที่สุดไว้ไม่ให้คลาดสายตา ไม่ใช่อะไร กลัวจะเลี้ยวผิด!! ช่วงหลังนี่เป็นเนินหนืด ๆ ถามตัวเองซ้ำซ้ำว่าเมื่อไหร่ถึง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วระยะฮาล์ฟนี่คือระยะถนัด สนามโหดได้ใจจริง ๆ

ผลการวิ่งแต่ละกิโลเมตรเป็นดังนี้ (สังเกตความเป็นเนินได้จากเพซ)

4:33.89 / 4:51.93 / 5:27.99 / 4:24.41 / 5:10.78 / 5:11.53 / 4:56.72 / 5:32.25 / 4:39.87 / 4:32.44 / 5:03.53* / 4:59.36 / 4:56.55 / 4:44.00 / 5:22.72 / 5:40.47 / 5:38.36 / 5:41.78 / 5:13.95 / 5:06.65 / 5:17.17 / 2:47.76 (0.56k)

สนามนี้เป็นสนามแรกที่มีความรู้สึก "เมื่อไหร่จะถึงซะที" คือวิ่งระยะมาราธอนมาสามสนาม ยังไม่เคยรู้สึกขนาดนี้เลย ช่วงสองสามร้อยเมตรสุดท้ายนี่คือความยาวนานในความรู้สึกมาก ๆ เป็นอีกรสชาติหนึ่งที่ ถ้าปีหน้าจะมาอีกก็คงเพราะอยากรู้ว่า ความรู้สึกนั้นจะเกิดซ้ำอีกไหม เราจะเอาชนะมันได้ไหม ... ฮือม์ คิดแล้วก็น่าลองแฮะ

เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์ ยืดเหยียด รอรับถ้วยรางวัลโอเวอร์ออลฝ่ายหญิง รับจากมือครูดินกันเลยทีเดียว :D