วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

Boston Marathon 2017 : My 6th Marathon

บ่มเรื่องราวรายการมาราธอนครั้งสำคัญมาเกือบครึ่งปี

หลังวิ่งใหม่ ๆ มันเขียนไม่ออกจริง ๆ ทั้งที่รู้ว่ายิ่งทิ้งเวลาเนิ่นนาน ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะจางไป
อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก

แล้วมันก็จางไปจริง ๆ นั่นแหละ

แต่กระนั้น ก็ยังอยากบันทึกไว้สักเล็กน้อย
ชีวิตนึง คงไม่ได้ไปวิ่งบอสตันมาราธอนกันบ่อย ๆ

บอสตันเป็นเมืองที่อากาศเหวี่ยงมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
วันแรกที่เหยียบบอสตันนั้น อุณหภูมิอยู่ที่เลขตัวเดียว (องศาเซลเซียส)
วันถัดมาเริ่มสูงขึ้นมาเป็นสิบกว่า ๆ
แล้วมาพีคสุดวันวิ่ง เช้าวันวิ่ง อุณหภูมิอยู่ที่ 21-22
(จากที่หมายใจว่าจะได้วิ่งในอุณหภูมิแถว ๆ สิบต้น ๆ)

เช้าวันวิ่ง ถ้าจำไม่ผิด กินลูกเดือยที่พี่หน่อยต้มไว้
แล้วรอสามีพี่แอ๊ดขับรถมารับ โชคดีจริง ๆ เลย ที่งานนี้มีพี่แอ๊ดมาวิ่งด้วย
ทั้ง ๆ ที่ โรงแรมที่พี่แอ๊ดพักอยู่ใกล้จุดสตาร์ท ที่พักเราอยู่ห่างออกมา
พี่แอ๊ดก็ยังอุตส่าห์ให้คุณสามีวนรถมารับ น้องล่ะซาบซึ้ง

พอไปถึงที่หมาย ก็เดินหาจุดฝากของ
สนามบอสตันนี่ เราจะเริ่มวิ่งกันที่ Hopkinton และมาจบที่ Boylston street ในบอสตัน
ดังนั้น จุดรับฝากของจึงอยู่แถว ๆ เส้นชัยนี้
นักวิ่งที่จะฝากของ ต้องฝากของให้เสร็จสิ้น แล้วจึงเดินไปขึ้นรถโรงเรียน

ค่ะ ทางเจ้าภาพเขาจัด school bus มาบริการขนส่งนักวิ่ง จากจุดสิ้นสุด ไปยังจุดเริ่มต้น
ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง

นานเนอะ ... นานมากในความรู้สึก
แล้วตอนนั้นนี่มือถือก็หย่อนลงถุงของที่ฝากไว้แล้ว
ถ้าไม่มีพี่แอ๊ดมาด้วย คงนั่งน้ำลายบูดและไม่มีอะไรทำแน่ ๆ

อากาศดีสำหรับชาวเมืองร้อนอย่างเรา แดดออกจ้า ไม่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแม้แต่น้อย
และด้วยความที่โตมากับเมืองร้อน ไม่กลัวแดด ดังนั้นจึงพลาด
สิ่งที่พลาดคือไม่ได้ทากันแดดที่ตัว ทั้ง ๆ ที่ ทางเจ้าภาพประกาศตลอดเวลา
ว่ามีสเปรย์กันแดดให้ใช้เกือบทุกเต็นท์

ไปถึงจุดหมายก่อนเวลาปล่อยตัวพอสมควร
ดังนั้น จึงมีเวลาพอให้ต่อแถวอันยืดยาวเพื่อเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
แล้วชวนกันวิ่งวอร์ม สถานที่ไม่ได้กว้างขวางพอจะวิ่งยาว ๆ
ก็อาศัยจ็อกให้เหงื่อซึม กายบริหาร ยืดเหยียดพอประมาณ
แล้วไปจ็อกรัว ๆ กระตุ้นหัวใจแทนการสไตรด์
สนามนี้จัดคนเป็นบล็อก และในแต่ละบล็อก ก็ยังแบ่งเป็น coral อีกต่างหาก
ฉันกับพี่แอ๊ด ถูกแยกกันตรงนี้เอง เดินไปยังจุดปล่อยตัวด้วยกัน
แล้วแยกไป coral ใคร coral มัน

ปล่อยตัวแล้วจึงเห็นความเป็น rolling hill ของสนามนี้อย่างชัดเจน
คลื่นนักวิ่งในชุดวิ่งหลากสีสัน วิ่งเป็นคลื่นเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงอยู่ข้างหน้า ชวนเวียนหัว
โฟกัสที่ตัวเอง วิ่งตาม ๆ กันไป ไม่ต้องแทรกตัว เพราะแต่ละคนก็วิ่งกันเร็ว ๆ ทั้งนั้น

สิบกิโลแรก สนุกมาก ไปเรื่อย ๆ ร่างกายยังสดชื่น อากาศกำลังดี ไม่ร้อน ไม่หนาว
สองข้างทางที่เป็นชุมชน ก็จะมีชาวบ้านชาวเมืองออกมาเชียร์กัน
บางบ้านลากเก้าอี้ออกมาตั้งหน้าบ้าน บางบ้านมีลำโพง เปิดเพลง
บ้างก็ชวนกันมาเชียร์เป็นกลุ่ม มีการเตรียมน้ำ เตรียมขนม เตรียมผลไม้ไว้แจกนักวิ่ง
มีบางคนแจกผ้าเย็น แจกทิชชู่เปียก แบบ เปิดห่อมา ดึงเตรียมไว้ แล้วยื่นให้

ละแบบ บางบ้านนี่คือ ลูกน้อยหกเจ็ดขวบมายืนเชียร์ มายื่นส้มให้นักวิ่ง
โอ่ยยย อยากโฉบเข้าไปรับมาก ครึ่งทางแรก นี่ตั้งใจวิ่งอยู่ไง เลยไม่โฉบ วิ่งไปเรื่อย ๆ
แต่พอผ่านยี่สิบโลไปแล้ว เจอห้องน้ำ ตรงช่องกลอนประตูเป็นสีเขียว แสดงว่าห้องน้ำว่าง
จุดวัดใจบังเกิด เข้าไม่เข้า อะไรไม่รู้ทำให้ตัดสินใจเข้าไปฉี่สักหน่อย
ไหน ๆ ห้องน้ำก็ว่างแล้ว คือนี่ก็เป็นสิ่งแปลกอีกสิ่ง
เพราะที่ผ่านมา วิ่งมาราธอนมานี่ไม่เคยแวะฉี่ระหว่างเรซ ทำไมเรซนี้ทำ ?
จริง ๆ มันคงสับสนในตัวเองแต่แรกแล้ว เพราะว่าที่ซ้อมมาก็เหมือนไม่ค่อยมีแรงใจซ้อม
เหมือนมันไม่มีเป้าหมายถัดไป เป้าหมายสูงสุดของฉันคือ ได้ร่วมวิ่งงานนี้นี่แหละ
บอสตันมาราธอน อันเป็นเหมือนอีกหนึ่งปริญญาของนักวิ่ง ที่ต้องเอาชนะตัวเอง
ทำเวลาให้เหนือมาตรฐานจนสามารถสมัครเข้ามาร่วมวิ่งได้
พอทำได้แล้วมันหมด มันไม่มีเป้า มันเคว้ง มันก็เลยเนือยในการซ้อมไปหน่อย

ระหว่างวิ่งก็เลยสับสน ว่าเอาไงดี จะวิ่งทำเวลา หรือ ว่า จะเอ็นจอยบรรยากาศ

... ตัดกลับมาที่ห้องน้ำอันเป็นจุดวัดใจ ...
ด้วยความที่คิดว่า ครึ่งทางที่ผ่านมานี่ มันก็ไม่ได้ PB ไม่ได้เวลาสวย ๆ แล้วแหละ (ฮาล์ฟที่ 1:53:17)
ดังนั้น เราจงวิ่งเอาบรรยากาศสักงานเถิด ก็เลย อะ แวะเข้าห้องน้ำ แล้วจากนี้จะวิ่งเอาสนุกละนะ

ออกจากห้องน้ำปุ๊บ จุดแรกที่มีส้มแจกนี่วิ่งเข้าใส่เลย ฮ่า ๆ เอ็นจอยแล้วก็เอาให้สุด
ส้มบอสตันอร่อยม้ากกกก ยิ่งแช่เย็นมานะ หูยยยย ชิ้นเดียวไม่พออะ
ทิชชู่เปียกนี่ดีงาม ตอนที่โฉบไปรับส้มเย็น ๆ มาชิม ก็ได้โฉบรับทิชชู่เปียกมาเช็ดมือ
(โอ๊ย ส้มเย็น ๆ นี่อร่อยมาก ชิ้นเดียวไม่พอ นี่พิมพ์อยู่ก็คิดถึง อยากกินอีก)

สนามนี้เป็นการวิ่งจากนอกเมืองเข้าสู่ตัวเมืองบอสตัน
ยิ่งวิ่งเข้าใกล้เมือง บรรยากาศการเชียร์ก็ยิ่งเข้มข้น
บนตึกสองข้างทางนี่แบบ มีคนออกมายืนเชียร์บนระเบียง
สองข้างถนนนี่แน่นขนัดไปหมด ช่วงท้ายก็เลยมีแรงฮึดจากเสียงเชียร์นี่แหละ

อะ มาดูเพซตลอดทางกัน

สังเกตว่าหลังโลที่ 21 ไปแล้วนี่แบบ ร่วงผิดฟอร์มไปเลย
นั่นคือช่วงเอนจอยข้างทางสุด ๆ ละ แล้วค่อยไปฮึดอีกทีช่วงท้าย ๆ
5:02.7 / 5:20.6 / 5:10.2 / 5:13.1 / 4:55.2 /
5:05.2 / 5:28.4 / 5:13.3 / 5:11.7 / 5:12.8 /
5:17.8 / 5:18.2 / 5:20.2 / 5:25.2 / 5:29.4 /
5:44.8 / 5:47.9 / 5:58.1 / 5:34.6 / 5:47.7 /
5:39.8 / 6:05.5 / 6:44.3 / 6:35.7 / 6:54.7 /
6:03.0 / 7:21.3 / 7:11.0 / 7:33.8 / 6:24.0 /
5:52.9 / 6:32.6 / 6:33.9 / 6:51.0 / 5:50.0 /
6:02.9 / 5:42.4 / 6:03.2 / 6:08.8 / 6:31.4 /
7:13.0 / 6:50.1 / 3:06.6(0.51k)

เวลารวม 4:13:27 ชั่วโมง

ดูเวลาแล้วก็แบบ เสียใจนิด ๆ ทั้ง ๆ ที่ตัดสินใจตั้งแต่จบฮาล์ฟแรกแล้วว่าจะเอ็นจอยเดอะเรซ
ไม่รู้ว่าที่คิดว่าจะเอ็นจอย ที่บอกใครต่อใครว่าเอ็นจอยนี่คือปลอบตัวเองรึเปล่า
แต่ความรู้สึกก็คือสนุกและมีความสุขกับช็อตคว้าส้มเย็น ๆ บนจานที่ชาวเมืองนั้นยื่นให้
สับสนจนนึกอยากไปอีกซักหน
ต้องเริ่มด้วยการทำ BQ อีกทีสินะ ...


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น