วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Bangsaen42 : My 7th Marathon : 19 Nov 2017

เข้านอนหนึ่งทุ่ม แต่รู้ตัวว่านานมากกว่าจะหลับ แถมยังตื่นตอนสามทุ่มครึ่งอีก พยายามนอนก็นอนหลับไม่สนิท ฝันด้วย ฝันว่าวิ่งจบ แต่จำรายละเอียดตั้งแต่บนสะพานไม่ได้เลย คล้าย ๆ กับวาร์ปมา 

ตื่นอีกทีตีหนึ่ง ก่อนที่ตั้งปลุกไว้ เพราะมือถือพี่อิ๋วเพื่อนร่วมห้องดังก่อน นอนกลิ้งไปมา พยายามนอนนิ่ง ๆ เพื่อลองวัดชีพจร ปรากฏว่าพุ่งไปใกล้ ๆ 60 (เรื่องชีพจรนี่ แต่ก่อนเคยอยู่แถว ๆ 51-52 เดี๋ยวนี้มันมาอยู่ที่ 57-58 ไม่รู้เป็นเพราะอะไร)

คว้าขนมปังมาเคี้ยวละเอียด 1 แผ่น แต่งตัวพร้อมแล้วเดินจากห้องไปจุดปล่อยตัว ฝากของแล้วจ๊อก 1.4 กม. กายบริหาร ยืดเหยียด muscle activate ดริล 5 ท่า ท่าละ 3 เที่ยว สไตรด์ 3 เที่ยว คือเวลาเหลือเยอะไง แล้วไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเดินไปที่บล็อกบี อันเป็นบล็อกปล่อยตัว

ตอนนั้นมือเผลอไปจิ้ม ๆ แถวใต้ก้นข้างขวา แล้วรู้สึกเจ็บ เฮ้ย ตกใจนิดหน่อย มาเจ็บอะไรตอนนี้ พยายามคิดว่าลมดัน พยายามกดไล่ลม แล้วก็เลิกใส่ใจ อะไรที่ทำให้ใจเสียตอนนี้ ตัดทิ้งให้หมด

เข้าบล็อกเรียบร้อย เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ จนไปยืนข้าง ๆ อักษรเอ เฮ่ย นี่มันเกินบล็อกบีแล้วนี่นา ขยับจะเดินถอยออกมา ก็เห็นบิบคนรอบข้างเป็นตัวอักษรบี เอาวะ คนบล็อกเอคงน้อยแหละ ยืนตรงนี้น่าจะได้ 

รู้สึกพร้อมมาก อยากวิ่งแล้ว ปล่อยตัวไปก็หมายใจว่าจะคุมที่ 5:30 ดูก่อน ช่วงแรกคนเยอะ ก็อยู่ที่หกปลาย ๆ พอหาช่องซิกแซกได้ก็ค่อยเร่งขึ้นมา จบกิโลแรกสวย ๆ ที่ 5:31 รู้สึกมีกำลังใจ พยายามกำจัดกรอบออกไป บอกตัวเองว่าถ้ามันจะไหลก็จะปล่อย แล้วสำรวจร่าง สำรวจลมหายใจเป็นระยะ ปรากฏว่าไหลได้แค่สองสามโล เริ่มเสียดท้อง อากาศก็ร้อนอบอ้าวมาก เริ่มผ่อนแรง กิโล 7 เริ่มหลุดเยอะ จบสิบโลแรกที่ 56:40 นาที ใจเริ่มอยากจะขยับไปตั้งฐานที่ 5:40

(ถ้านับฐานที่ 5:30 สิบโลแรกทำเวลาเกินฐานไป 74 วิ ปกติจะบวกลบไปเรื่อย ๆ แต่นี่ดูแล้วว่ายิ่งบวกจะยิ่งใจเสีย เลยล้างทิ้ง สิบกิโลถัดมาก็เริ่มตั้งต้นที่ 0 ใหม่)

สิบโลถัดมา อาการเสียดท้องก็ยังมีมาเป็นระยะ พยายามหายใจดี ๆ กดท้องให้มันเรอออกมา โฟกัสที่ขาแทนจะได้ไม่พะวง เวลาก็ยังบวกไปอีก 94 วิ ล้างทิ้งอีกรอบ

สิบโลที่สองนี้ เส้นทางเริ่มเปลี่ยนจากถนนราดยางเป็นสะพานคอนกรีตที่กม. 14-15 พื้นแข็งขึ้น ลมไม่มี ความร้อนขึ้น จิบน้ำทุกจุดให้น้ำ (ยกเว้นจุดแรกที่ กม.2 เพราะว่ามันกำลังเพลิน) ฉีกกูเจลกินที่ กม.12 ครึ่งซอง มาต่อที่ กม. 14 อีกครึ่งซอง เจอพี่ปู(กัญ) ที่ กม. 14 หรือ 16 จำไม่ได้ พี่ปูบ่นร้อน จะเป็นลม ก็บ่นบ้างว่าโคตรร้อนเลยพี่ สบายใจนิดนึงว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่รู้สึกแย่ ร้อนขนาดที่เหงื่อไหลลงถุงเท้า ถุงเท้าแฉะตั้งแต่ กม.15 แอบรำคาญหน่อย ๆ ที่ต้องวิ่งทั้ง ๆ ที่เท้าแฉะ ๆ แบบนั้น แอบขออภัยพี่ปูในใจที่น้องไม่ค่อยจะคุยด้วย นาทีนั้นคุมตัวเองให้อยู่ก็ยากมากแล้ว

จบ 20 กม. ที่ 1:53:45 จบฮาล์ฟที่ 2:00:13  แอบแป้วนิดนึงว่า แบบนี้ฟูลซับ 4 ไม่ได้ละ เพราะปกติช่วงท้ายจะแย่ลง ไม่เคยจะ negative split ได้เลย แถมสนามนี้จัดเนินไว้ตอนท้ายอีก 

ตอนนี้กลับตัวมาวิ่งอีกฟากของสะพาน ตอนนี้ลมเริ่มมาละ แต่มันกลายเป็นว่าลมสวนทางมา วิ่งต้านลมเต็ม ๆ เวลา 5 กม.นี้หล่นไปที่ 30 นาที (กม.20-25) โอ่ยยย เลิกบวกทดวินาที เลิกตั้งฐาน ช่างแม่งแล้ว เอาเป็นว่าจะไม่ยอมหยุดเดินก็ละกัน ดูลมดูขาไป คุมใจไม่ให้เสีย มีเสียงพี่ ๆ น้อง ๆ นักวิ่งทักทายและเชียร์เป็นระยะ ใครเป็นใครบ้างก็ไม่รู้ มองไม่เห็น (ก็แกไม่หัน) ขออภัยที่ทำได้แค่ยกมือโบกตอบ แถมบางคนยังนับตัวนักกีฬาแถมให้อีก ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

อีกห้ากิโลถัดมา ก็วิ่งไปตามสภาพ มีสะพานบ้าง ขาขึ้นก็จ็อกขึ้น ขาลงให้โลกดึง กระนั้นเพซเฉลี่ยก็หล่นลง ด้วยความที่ขาก็เริ่มล้า เช็คว่าไม่เจ็บ ตะคริวไม่มา ก็ไปต่อ เฮ่ย เคยซ้อมมาแล้ว ล้าแค่นี้เอ็งไปต่อได้ ไปเรื่อย ๆ จนเจอโค้ชม้อกที่ กม.36 โค้ชม้อกชง electrolyte fluid มาให้ ตอนแรกปฏิเสธเพราะคิดว่าเป็นน้ำเย็น พอรู้ว่าไม่ใช่ก็วิ่งเลยมาหน่อยแล้ว เดือดร้อนโค้ชม้อกต้องวิ่งตามมาส่งให้ จิบเกือบหมด รู้สึกดีดขึ้นมา จากที่คิดว่าจะเนือยแล้วก็มีพลัง แต่ช่วงนั้นกำลังจะเข้าเขตเนินเขาสามมุขพอดี เพซก็เหมาะสมที่เปนเพซเจอเนิน แถมยังเจอจ๋อเจ้าถิ่นนั่งบ้าง เดินข้ามถนนไปมาบ้าง ช่วงนี้ ท่องสัพเพ สัตตา แผ่เมตตากันเลยทีเดียว เจ้าจ๋อแกอย่ามาวอแวชั้นนะ 

ช่วงหลังจากกม.35 นี่ คิดในใจว่า อีกเจ็ดโลกว่า ๆ ก็คือสามรอบสวนลุม วิ่งแบบปลอบตัวเองนับถอยหลังทีละรอบ สองกิโลสุดท้ายแม้จะทางราบแล้วแต่ก็เป็นสองโลที่โคตรยาวนาน เข้าเส้นที่ 4:05.22 (chip time) 

เวลาแต่ละ กม. 

5:31.1 / 5:27.2 / 5:27.7 / 5:36.2 / 5:43.2 /
5:35.0 / 5:48.1 / 5:42.7 / 5:40.5 / 5:44.8 /
5:34.9 / 5:37.9 / 5:33.9 / 5:37.8 / 5:40.4 /
5:42.2 / 5:39.0 / 5:41.5 / 5:45.9 / 5:44.7 /
5:38.9 / 5:58.0 / 6:11.2 / 5:53.3 / 5:55.2 /
5:51.9 / 5:36.4 / 5:36.9 / 5:42.7 / 5:38.6 /
5:51.4 / 5:57.9 / 6:05.6 / 6:19.0 / 6:43.9 /
5:40.3 / 5:46.6 / 5:55.3 / 6:00.7 / 6:00.6 /
6:05.2 / 6:06.2 / 2:54.5 (0.51k)


วันนี้วิ่งแบบรู้สึกขาแข็งแรงมาก ที่พังคืออาการเสียดท้องกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว คิดว่าอากาศทำให้หายใจไม่ดีแล้วมันเลยกลายเป็นเสียดท้อง แม้จะหลุดเป้าแต่ก็พอใจ ทำดีที่สุดแล้วในสถานการณ์ที่เจอ

หลังจากกินเจลที่ กม. 12 และ 14 ครั้งละครึ่งซอง ก็จิบ sponsor ผสมน้ำเปล่าทุกจุดที่แจก เคี้ยว energy blok ที่ กม. 22 / 26 / 30 หลังจากนั้นก็ขี้เกียจเคี้ยว คิดว่ามีสปอนเซอร์แจกจุดเว้นจุดแบบนี้ จะเคี้ยวทำไมให้เมื่อยกราม แถมบล็อกยังติดฟันด้วยฟระ อย่ากระนั้นเลยจิบเกลือแร่ที่แจกก็น่าจะพอ

เข้าเส้นชัยแล้วจ๊อก แล้วไปแช่อ่างน้ำแข็ง สามยก ยกละสิบห้าวิ ขึ้นมาเดินไปมาและยืดเหยียด จบการแข่งขัน

คู่แข่งในรุ่นอายุ 40-44 มีแต่ขาแรง ๆ ตัดไปเข้า over all กันหมด เลยมีโอกาสรับถ้วยอันดับ 2 ในรุ่น ดีใจชะเอิงเอย

//มาดู connect garmin พบว่า ตอนปล่อยตัวตีสามครึ่งนั้น temp = 27.8 feel like 32.8 อือม์//

** ขอบพระคุณครูดิน ศิษย์คนนี้ไม่เคยลืมว่าพื้นฐานการวิ่งที่ดีได้มาจากไหน
** ขอบคุณโค้ชวินที่สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อช่วงตัว สะสมกำลังกาย สร้างพลังใจ ให้คาถาปรับจิตใจมาโดยตลอด และขออภัยที่ไม่ได้รายงานตัว ทำให้เป็นห่วง 
** ขอบคุณโค้ชม้อก น้องต้า ที่ชงเกลือแร่ให้ ณ โอเอซิส ขอบคุณน้องใบเตย ที่เชียร์และนับตัวนักกีฬาให้อย่างแม่น ขอบคุณโค้ชม้อกที่ให้เครื่องรางหลังวิ่งจบด้วย แม้ว่าป่านนี้จะยัง connection fail อยู่เลย 555
** ขอบคุณตัวเองที่วิ่งตลอดทาง มีหยุดเดินไม่กี่ก้าวตอนรับน้ำแล้วจังหวะจะไปเบียดเบียนคนอื่นเท่านั้นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น