วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Amazing Thailand Marathon Bangkok 2018 : My 22nd Half Marathon : 4 Feb 2018

สถานที่วิ่ง : ถนนราชดำเนิน หน้าวัดราชนัดดา กรุงเทพฯ
ปล่อยตัวเวลา : 04:45 น.

ตื่นมาพบว่าอากาศเย็น เย็นจนหนาว คว้าเสื้อแจ็คเก็ตมาสวมทับชุดวิ่ง และนั่นคือจุดเริ่มของหายนะ
.
condition นักวิ่งวันนี้ : เป็นมนุษย์เมนส์วันที่ 3 และมีอาการตึงน่องมาตั้งแต่วันศุกร์บ่าย ๆ
.
เรียกแท็กซี่ออกจากบ้าน แล้วรู้ตัวตอนกลางทางว่าลืมการ์มิน ครั้นจะวนกลับไปก็ใช่ที่ ทำใจแล้วไปต่อ นึกย้อนไป อ้อ เราใส่เสื้อกันหนาว แขนเสื้อคลุมข้อมือ จึงไม่รู้สึกว่าข้อมือโล่ง ก็เลยไม่นึกถึงนาฬิกา
.
ถึงสนาม โทรหาพี่ปู ตามที่นัดไว้ว่าจะฝากของมีค่า (มือถือและเป๋าตัง) ไว้ที่พี่ปู เจอพี่ปูแล้วบ่นกะพี่ปูว่าลืมเอานาฬิกามา โชคดีพี่ปูพก milestone pod มาด้วย เหมือนจะรู้ว่ามันจะมีประโยชน์กะคนบางคน ก็เลยได้ pod ของพี่ปูมาใช้ ไม่รู้หรอกว่าวิ่งเสร็จมันจะซิงค์กะมือถือได้ไหม แต่ก็คิดว่า ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
.
ตอนจ็อกวอร์ม (วอร์ม ยืดเหยียด muscle activate ทำในบล็อก) เจอโอ๋ ไปรษณีย์ กับ พี่แมว (ขาแรงทั้งคู่) กำลังจะไปห้องน้ำกัน ก็เลยไปด้วย แล้วก็เลยเกาะติดกันไป ทุกคนได้อยู่บล็อกบีหมดเลย แล้วก็ชวนกันเล็ดรอดไปปนกะพวกบล็อกเอ ดังนั้น ตอนออกตัวก็จะอยู่หน้า ๆ หน่อย ออกตัวแรงมาก ไอ่เราไม่มีนาฬิกามาก็กะว่าจะเกาะพี่แมวไป เพราะถามแล้วเพซเป้าหมายใกล้เคียงกัน แต่ออกตัวปุ๊บ ทุกคนก็หายไปจากสายตา ไอ้เราก็รู้ละว่าแรงจัด ก็ปล่อยพวกเค้าไป มาสังเกตลมหายใจตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองวิ่งช้า เพราะดันไปเทียบกะคนอื่น มีหลายคนแซงไป และรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ ก็เลยไม่กล้าผ่อนเยอะ กลัวจะช้าไป (หมายใจว่าวิ่งยังไงก็ได้อย่าให้เพซเซอร์ 1:45 แซง) ที่ไหนได้ มาดูเวลาตอนวิ่งเสร็จ check point แรกที่ กม.4.5 นั่น เพซเฉลี่ย 4:37 ...ทำไปได้ไง ณ จุดนี้แอบดีใจที่ไม่มีการ์มินมา ไม่งั้นต้องผ่อนตั้งแต่ กม.แรก ๆ และอาจจะนอยด์ตั้งแต่โลแรกที่มันดีดขนาดนั้นและอาจทำเวลาไม่ได้ตามเป้า (ตั้งเป้าไว้ในใจที่ 1:45h)
.
ก่อนวิ่ง กินนัตตี้โบ๊ตไปหนึ่งชิ้นก่อนออกจากบ้าน (03:30น.) มันคือสแน็ค ประกอบด้วยแป้งพาย เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ ถั่วต่าง ๆ และพก สปอร์ตบีนมา 4 เม็ดถ้วน กะจะเติมที่ กม.10 & 15
.
ก็วิ่งไปเรื่อย ๆ สังเกตร่างกาย สังเกตลมหายใจ ตอนวิ่งนี่ไม่มีอาการตึงน่องเลยแม้แต่นิด ทั้ง ๆ ที่ตอนเดินเช้านี้ยังตึง ๆ อยู่เลย มันคงใช้กล้ามเนื้อคนละชุดกัน จิบน้ำครั้งแรก จุดที่สองที่ทางงานจัดไว้ ครั้งที่สอง บนสะพานจุดแรก ครั้งที่สาม จุดแรกหลังกลับตัวบนสะพานพระราม 8
.
ตอนที่แซงพี่แมวมาได้นี่ดีใจมาก (น่าจะเกินสิบสามสิบสี่โลไปแล้ว) พี่แมวเป็นขาแรงระยะสิบโลที่ไม่เคยตามเค้าทัน ได้แซงในขณะที่เราเช็คร่างกาย ยังรู้สึกสด เคาะจังหวะไปเรื่อย ๆ วันนี้รู้สึกร่างสด วิ่งสนุกตลอดทาง แอบเสียดายหน่อย ๆ ที่ไม่มีการ์มินก็จะไม่มีข้อมูล hr ด้วย แง ๆ
.
ระหว่างทางมีฝรั่งคนนึงเหมือนเค้าจะหมายหัวเราเป็นคู่แข่ง พอเราแซงไปซักพัก นางก็จะเร่งฝีเท้าแซงคืน รู้จากลมหายใจว่าหอบมา พอแซงได้เค้าก็น่าจะผ่อน เพราะเราไปของเราตามจังหวะก็ตามไปแซงได้อีก เค้าก็ไม่ยอมแซงคืน จนท้าย ๆ นางแซงแล้วไม่ผ่อนลอยหายไป แอบจำเลขบิบนางมาเช็คผล นางเข้า 1:44:01 แต่ชื่อเป็นคนไทย คงจะซื้อบิบมาวิ่ง
.
หยิบ Beans ขึ้นมาอมเม็ดเดียวหลัง 15k ตอนนั้นเพซเซอร์ 1:45 จี้หลังมาแล้ว ได้ยินแว่ว ๆ เขาพูดกันว่าเหลืออีกสองรอบสวนลุม ก็ประมาณห้าโล โดนเพซเซอร์แซงไป ดังนั้นจุดให้น้ำถัดมาก็เลยไม่แวะ แซงเพซเซอร์มาได้ พยายามปลุกตัวเอง อีกนิด ๆ ถ้าเธอยอมแพ้ตอนนี้ เธอจะทำตามเป้าในใจไม่ได้ แล้วเธอก็จะไม่มั่นใจในการซ้อมที่จะไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่ปลายปี ดังนั้น เธอจงฮึด อย่ายอมแพ้ เจอพี่หมวยวิ่งมากะเพซเซอร์ 1:45 พอเจอช่วงลงสะพานก็อาศัยโลกดึงแซงพวกเค้าไป แต่ช่วงกิโลสุดท้ายก็โดนแซงกลับ ทำให้เข้าเส้นตามหลังพวกเขาประมาณ 100 เมตร (ตอนนี้คิดว่าเติมพลังน้อยไปด้วยก็เลยทำให้ช่วงสุดท้ายหมด เพซตกชัดเจน ครั้งนี้ไม่กล้ากินเพราะอากาศเย็นทำให้เริ่มปวดฉี่นิด ๆ ถ้ากินก็ต้องจิบน้ำตาม จะทำให้ปวดฉี่หนักขึ้น ก็เลยตัดสินใจไม่กินดีกว่า)
.
เข้าเส้นแล้วจ็อกไปหาพี่ปู ได้มือถือปุ๊บก็เปิดแอพเช็คเวลา ดีใจมากที่ทำได้ตามเป้าเป๊ะ ถ้วยกับเงินรางวัลที่ได้ถือเป็นของแถม เราพิชิตเป้าหมายในใจได้นั่นคือรางวัลหลักของเราแล้ว
.
เสียใจหน่อย ๆ ที่ไม่มีการ์มิน ก็เลยไม่มีเวลาแต่ละแล็ปมาแปะ และด้วยความที่ใช้ milestone pod เป็นครั้งแรก ไม่เคย calibrate ให้เข้ากับตัวเอง ดังนั้นมันจึงเก็บระยะมาเกือบ 24 กิโลเมตร (ทั้งที่ตัดมาแค่ 1:45 ชั่วโมงที่วิ่ง)
.
ป.ล.หลังวิ่งเสร็จ ได้กินแตงโมไปสองสามชิ้น มาม่าสองสามคำ แล้วก็วุ่นวายกับการรับรางวัลนานมาก ได้กินจริง ๆ คือเที่ยงกว่า ๆ เติมสารอาหารเข้าร่างไม่ทัน ก็รู้สึกตึงเส้น ลามไปปวดหัว เกือบกินไม่ลง พอค่อย ๆ พยายามกินก็ค่อย ๆ ดีขึ้น ตบท้ายด้วยกาแฟปั่นอีกแก้ว ฟินกันไป คราวหน้าต้องเตรียมตัวเรื่องโภชนาการให้ดีกว่านี้
.
ขอบคุณร่างกายนี้ ที่ยอมตามใจ ไม่งอแง(มากนัก)
ขอบคุณจิตใจนี้ ที่แข็งแรง ไม่นอยด์ทั้งเรื่องลืมนาฬิกา ทั้งเรื่องตึงน่อง
ขอบคุณครูดิน สำหรับพื้นฐานการวิ่งที่ดี #ไม่เคยลืมว่าพื้นฐานการวิ่งดีดีได้มาจากไหน
ขอบคุณโค้ชวินที่สร้างความแข็งแรงทั้งกายและใจมาโดยตลอด