วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Pattaya Marathon 2013 : My 4th Half Marathon


ตั้งใจทำ new PB ระยะฮาล์ฟ (ของเก่าทำไว้ ๑ ชั่วโมง ๕๕ นาที)  อยากทำให้ได้ต่ำกว่า ๑ ชั่วโมง ๕๐ นาทีด้วย เพราะว่ามันเป็นหนึ่งในปณิธานที่ตั้งใจ ว่าจะทำให้ได้ภายในปีนี้ (อีกหนึ่งคือ วิ่ง ๑๐ กม. ให้ได้ต่ำกว่า ๕๐ นาที)

ก็เลยคำนวณไว้สองแบบ คือ

๑. ๑๐ กม.แรก ที่ ๕:๑๐ อีก ๑๐ กม.
ถัดมาเร่งนิดนึงที่ ๕:๐๕ แล้วกม.สุดท้ายซัดเต็มที่
จะปริ่ม ๆ เป้าหมายพอดี (แบบนี้จะได้ทั้ง new PB และตามปณิธาน)


๒. ๑๐ กม. แรก ที่ ๕:๑๕ , ๑๐ ถัดมาที่ ๕:๑๐ และ กม.สุดท้ายมีเท่าไหร่ใส่หมด
แบบนี้จะไม่ได้ตามปณิธาน แต่จะได้ new PB  


ผลที่ได้ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้เลย  >.<

ตื่นตีสามสี่สิบ ลุกมากินกล้วยน้ำว้าไป ๓ ผล ดื่มน้ำตาม เพื่อผลด้านการขับถ่ายล้วน ๆ ออกจากโรงแรมตีสี่ครึ่งพร้อมหลินกับพี่อี๊ด เดินมาจนเกือบถึงจุดสตาร์ท ปรากฏว่าทำพี่อี๊ดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ด้วยความที่คนเยอะ และใกล้เวลาปล่อยตัวแล้ว จึงปล่อยพี่อี๊ดไว้เบื้องหลัง ชวนสมันหลิน (ผู้ซึ่งตั้งใจทำ new PB เช่นกัน) แทรกตัวไปใกล้ ๆ เส้นปล่อยตัว น่าจะอยู่ประมาณแถวที่ ๑๐

ออกตัวไม่เร็วมากที่เพซห้ากว่า ๆ แล้วก็เร่งขึ้นมาเรื่อย ๆ จนจบกิโลแรก ดูนาฬิกาถึงได้รู้ว่าซัดไปที่ ๔:๔๕ กำลังใจมาเป็นกอง พอขึ้นกิโลสอง เอ๊ะ ทำไมมันหนืด ๆ เหมือนวิ่งไม่ค่อยไป จบกิโลสองดูนาฬิกา ตายละวา มันเกินเป้าแรกไปละ (กม. ๒ อยู่ที่ ๕:๑๖ ซึ่งถ้าหวังเป้าแรก แต่ละ กม. ไม่ควรเกิน ๕:๑๐--ทำใจ ๆ เอาเป้าที่ ๒ ก็ด้ะ) ยังแอบคิดปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไรน่า ถือว่าถัวกับกิโลแรก ยังได้อยู่ ....

กิโลสามหนักกว่าเดิมอีก ปาไป ๕:๒๐ ทำเอาใจเสียเลย แง ๆ จะได้ new PB กับเค้ามั้ยเนี่ย รู้ซึ้ง ณ บัดเดี๋ยวนั้นว่า ที่เขาว่ากันว่าสนามนี้เนินโหด มันโหดเยี่ยงนี้นี่เอง คือวิ่ง ๆ ไปเนี่ย ไม่ได้รู้สึกเหมือนจะวิ่งขึ้นเนิน แต่มันหนืดมากกกก ก้าวขาไม่ค่อยจะออกเลย กิโลสี่ เป็นขาลงเนิน ก็ลงด้วยจังหวะต่อเนื่องจากตะกี๊ แต่ความที่เป็นขาลง ทำเพซต่ำกว่า ห้าอีกครั้ง ก็เลยคิดได้ว่า สนามนี้คงจะเป็นเช่นนี้ คงทำความเร็วได้ช้าเร็วสลับกันแ บบนี้แหละ บอกตัวเองว่าอย่าได้ใจแป้วไปอีก

พอถึงจุดกลับตัว กิโลที่ ๑๑ เห็นกรรมการชะโงกหน้าดูหมายเลข Bib เรา ก็ใจมาเป็นกอง คิดว่าคงติดอันดับกับเค้าบ้างล่ะน่า สนามนี้ใจดี แจกถ้วยตั้ง ๗ ใบต่อรุ่นอายุ ลุ้น ๆ ๆ ที่ ๗ ก็ยังดี    

พอซักกิโลที่ ๑๓ - ๑๔ ชักรู้สึกล้า ๆ ที่ต้นขา สงสัยไกลโคเจนจะหมด ควัก energy gel มาเติมน้ำตาลให้ตัวเอง (ไม่รู้ว่าจริง ๆ มันช่วยมั้ย แต่อย่างน้อยมันให้ผลทางด้านควา มรู้สึกนะคะ - ด้วยความที่มันรสหวาน ก็เลยบีบใส่ปากทีละน้อย จนเข้าเส้นชัยเพิ่งหมดไปครึ่งซอง) มารู้สึกแย่ ๆ อีกครั้งตอนกิโลที่ ๑๗ เนินยาวมาก ขาก้าวไม่ออกเลย เพซตกลงไปเกือบ ๖ ... อะไรกัน หมดแล้วหรือไร ... ในใจนึกย้ำตัวเองว่า อย่านะ แค่อย่าหยุดก้าวก็พอ ถ้าเธอหยุดเมื่อไหร่ ๑๖ กิโลที่อุตส่าห์วิ่งมาจะหมดความหมายไปเลยนะ หลับตา ดึงส้นเข้าหาก้น ก้าวไปเรื่อย ๆ นับหนึ่งสองสามสี่ อีกนิด อีกนิด อีกนิด แล้วก็จบระยะ ๒๑.๓๕ ที่ เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ๕๑ นาที ดีใจทำ new PB ได้ .. ดีใจยิ่งกว่าเมื่อได้ป้ายอันดับ (แม้จะผิดไปหน่อยเพราะเกิดความสับสนรางวัล over all กับนักวิ่งต่างชาติ)

สุดท้าย ได้ถ้วยรองชนะเลิศอันดับ ๕ (ก็คือเข้าที่ ๖) มาฝากครูและเพื่อน ๆ สมันค่ะ

ขอบพระคุณครู Sathavorn Din ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทุก ๆ ครั้ง
ขอบพระคุณครู  Karoon Janphongsri ที่โพสต์ข้อคิดให้หนูแอบเก็บไปใช้ รวมถึงแรงเชียร์และกำลังใจด้วยค่ะ
ขอบคุณพี่แอร์ Phanarat Maneewan /พี่ขุน Thawatchai Maneewan ที่ทบทวนวิชาวิ่งขึ้นเนินให้อีก รอบสด ๆ เมื่อคืนนี้ มันช่วยนกได้เยอะมากค่ะ
ขอบคุณสมันรุ่นพี่ และเพื่อนสมันสำหรับกำลังใจ ไม่ได้แรงเชียร์ ก็ไม่มีแรงก้าวต่อจริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณทุกเสียงเชียร์ตั้งแต่ตอน ออกตัว และมาเป็นระยะระหว่างทาง ได้ยินทุกเสียง ขออภัยที่ทำได้แค่ยกมือให้สัญญาณ
ขอบคุณสมันหลิน หลิน เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย ที่อยู่รอรับถ้วยด้วยกันจนเกือบ อดข้าวเช้าที่โรงแรม  


สนามนี้โหดมาก แต่ก็สนุกมาก .. มีกลับมาอีกแน่นอน (ถ้าทำใจเรื่องความสับสนที่เกิดขึ้นขณะรอรับรางวัลได้อะนะ)

ป.ล. ข้าพเจ้ายังไม่หลุด concept Green Runner ถือถ้วยใบไม้วิ่งตลอดงานนะคะ
ผลการวิ่งเป็นเช่นนี้

4:45 / 5:14 / 5:20 / 4:50 / 5:02 / 5:16 / 4:49 /
5:14 / 5:02 / 5:24 / 4:52 / 4:56 / 5:06 / 5:04 /
5:16 / 5:15 / 5:55 / 5:07 / 5:32 / 5:34 / 5:35


สามกิโลท้ายนี่เห็นได้ชัดว่าหมดจริง ๆ เร่งยังไงก็ไม่ขึ้นอีกเลย ** และเหนือความคาดหมายมาก สามารถวิ่งต่ำกว่าเพซห้าได้ในบางช่วง ทั้ง ๆ ที่เป็นระยะฮาล์ฟ ต้องขอบคุณการบ้านที่ครูดินให้ ทำให้รู้ว่า เพซต่ำกว่า ๕ ต่อเนื่อง ๑ กม. ก็ไม่ได้ยากเย็นนัก และมันไม่ถึงตาย _/|\_   

ป.ล. ๒ โหลดผลเข้า endomondo จึงเห็นว่าทำตามปณิธานสำเร็จไปแล้ว เพราะว่าสนามนี้ ระยะเกินฮาล์ฟไปประมาณ ๒๐๐ เมตรเศษ พอตัดเหลือระยะฮาล์ฟจริง จึงได้ที่ ๑ ชั่วโมง ๔๙ นาที ๓๘ วินาที โว้เย