แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Pattaya Marathon แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Pattaya Marathon แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Pattaya Marathon 2015 : My 16th Half Marathon

เสาร์ก่อนวันแข่ง ได้มีโอกาสไปดูน้องอาร์มซ้อม ภายใต้การกำกับของโค้ชดิน

คนที่เค้าจะเป็นยอดคนนี่ต้องผ่านการบ่มเพาะหนักหน่วง
เหลียวมองตัวเอง ไม่เคยฝึกซ้อมหนักขนาดนี้
แม้กระทั่งวันแข่ง ก็ไม่เคยจัดเต็มร้อย กัดฟันแม้แทบจะยืนไม่ไหว เลยสักครั้ง

ก็เลยแอบคุยกับแฝด(ออม) ว่าเฮ้ย เราลองเต็มที่กันสักครั้งดีไหม
ซัดแหลกแบบ เข้าเส้นเฉียด ๆ ตายกันไปเลยซักหน


เช้าวันแข่ง ตื่นตีสามตามกำหนด เปลี่ยนเสื้อผ้า แทะขนมปังโฮลวีต
ถึงหน้างานก็เดินหาห้องน้ำ (ตามสูตรของข้าพเจ้า)
ระหว่างเรียก GPS ผ่านการ์มิน ก็จ๊อกเบา ๆ น่าจะได้เกือบสองกิโล
เวลาไม่พอก็ไม่ได้ดริล สไตรด์ ๕ เที่ยว แล้วแทรกตัวเองไปหน้า ๆ
งานนี้ได้ยืนประมาณแถวที่ ๕ กระมัง

ระหว่างรอปล่อยตัว เทวดาก็พรมน้ำมนต์ อือม์ ฝนตกก็เย็นดีเหมือนกันนะ

ออกตัวกิโลแรกที่เพซ 4:4x
ช้ากว่าปีที่แล้วที่ทำไว้ 4:3x

ไหนล่ะจะเต็มที่ ไหนล่ะจะซัดแหลก
เอาเหอะนะ ร่างได้แค่ไหน ก็ทำไปแค่นั้น

วิ่งไปวิ่งมาตามกำลังขาและความอดทนที่มี
ขาขึ้นเนินก็หนืด ๆ กันไป
ขาลงเนินก็เป็นทีของข้า ... ทิ้งตัวววววว

มีความสุขกับเนินมาก เจอเนินนี่หาได้กลัวไม่
ขาขึ้นบิดล้อ ซอยเท้าถี่ เพื่อที่พอเป็นขาลง ก็ปล่อยให้โลกดึง
เพซงามโดยไม่ต้องใส่แรงนี่มันเลิศแท้น้อ

ระหว่างวิ่ง ไม่ทันเห็นหลังแนวหน้ารุ่นอายุเดียวกันเลย
วิ่งไปแบบเหงา ๆ ข้างหน้าก็ชายหนุ่ม ข้าง ๆ ก็ชายหนุ่ม
ส่วนข้างหลังนี่ .. ไม่เห็นอะ ไม่ได้เหลียวไปมอง ^^.

ผลวิ่งทั้งหมด ๒๒ กม. เป็นเช่นนี้

4:40.57 / 5:04.80 / 4:41.20 / 4:55.70 / 4:51.93 /
4:56.08 / 5:03.98 / 5:06.07 / 5:06.16 / 5:04.26 /
5:05.62 / 5:02.48 / 5:11.11 / 5:02.92 / 5:09.00 /
5:12.80 / 5:19.92 / 5:40.37 / 4:34.27* / 5:01.97 /
5:00.14 / 5:06.86


แหม่ เนินยาว ๆ ณ กม. ๑๖-๑๗ นี่มันสนุกจริง
ขาลงนี่เพซลดลงไปเป็นนาที เมื่อเทียบกับขาขึ้นเลยอะ ชอบ ๆ

รวมเวลาทั้งสิ้น ๑ ชั่วโมง ๕๑ นาที xx วินาที ... ช้ากว่าปีที่แล้ว ๒ นาทีครึ่ง
(แม้จะเทียบกันไม่ได้สนิทนักเพราะเส้นทางเปลี่ยน อีกทั้งถนนบางส่วนยังเปียกจากฝนตก)
และ เข้าที่ ๖ ของรุ่นอายุ ... แบบ ไม่ได้เฉียดฉิวด้วยนะคะ
เข้าห่างจากที่ ๕ ไปเจ็ดนาที เทียบเป็นระยะทางก็โลครึ่งเลยอะ
(มิน่า ถึงไม่เห็นหลังกันเลย)

ยังต้องซ้อมอีกเยอะ ยังต้องฝึกอีกมาก

ปีหน้า จะมาแก้มือใหม่
ถ้ายังไม่ขี้เกียจซ้อมอะนะ

ในขณะที่แก่ตัวลงทุกวัน ก็ยังอยากได้เวลาที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ อะนะ
แม้มันดูจะสวนทาง แต่ก็จะพยายามให้เต็มที่

ความรู้สึก "ฉันทำได้" นี่มันช่างหอมหวานและเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต
หาไม่แล้ว ชีวิตก็ดูจะแห้งแล้ง และ เหี่ยวเฉา
จะไม่ยอมแห้ง จะไม่ยอมเหี่ยว ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ

ในขณะเดียวกัน ก็ยอมรับความเป็นไปของสังขาร

แล้วมาลุ้นกัน :D

** ไม่มีรูปประกอบ ขี้เกียจขุดมาแปะ แฮ่

*** วิ่งท้าตัวเองด้วยการตั้งเป้า Run4Reason ได้เงินสมทบช่วยเหลือ อ.สังคม สีแย้มเป็นเงิน ๑,๕๔๐ บาทถ้วน

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Pattaya Marathon 2014 : My 10th Half Marathon

ถึงสนามเวลาตีสี่ครึ่งนิด ๆ หาห้องน้ำก่อนเลย แล้วไปวอร์มได้ซักโลครึ่ง ไม่ค่อยได้เหงื่อเนื่องจากลมทะเลโชยมาเป็นระยะ กายบริหาร ยืดเหยียด แล้วสไตรด์ ๕ เที่ยว ก่อนจะแทรกตัวไปอยู่แถวหน้า ๆ ตรงจุดสตาร์ท ยืนเต้นเขย่าตัวอยู่ในแถวแป๊บเดียวก็ได้เวลาปล่อยตัว


ออกตัวแรงตามบรรยากาศการแข่งขัน สามสี่ร้อยเมตรแรกเหลือบมองนาฬิกา เพซอยู่ที่ 4:09 บรื๋อส์ เร็วไปป่าวเนี่ย จากนั้น สังเกตการหายใจ สำรวจร่างกาย แขนขา ยังปกติดีอยู่ ก็ไปเรื่อย ๆ ร่างกายก็ปรับจังหวะกับลมหายใจให้สัมพันธ์กัน จบกิโลเมตรแรกที่ 4:23 จากนั้นก็เริ่มเป็นเนินตามแบบฉบับของสนามนี้ คือที่เห็นเหมือนไม่เนิน มันเป็นเนินให้ไม่รู้ตัว ก็ไปเรื่อย ๆ ผ่านจุดให้น้ำจุดแรก ข้ามไปก่อน  ค่อยแวะจิบน้ำที่ กม. ที่ ๔ แล้วบอกตัวเองว่าจะจิบแบบนี้ ไม่ว่าจะหิวน้ำหรือไม่ คือจิบจุดเว้นจุด


ช่วงแรก ๆ วิ่งดีมาก อารมณ์ดี เจอเนินก็ไม่หวั่นไหว มองเห็นข้างหน้าแต่ไกลว่าจะเริ่มมีเนินก็ใช้พลังตามสูตร กล่าวคือ เล็งไว้ สามสี่ร้อยเมตรก่อนขึ้นเนิน ใส่พลังเร่งมา พอขึ้นเนินก็ใช้แรงเฉื่อยที่สะสมมาเป็นตัวขับดัน ซอยเท้าถี่ ๆ นับก้าวไปเรื่อย ๆ พอถึงยอดเนินก็ปล่อยให้แรงดึงดูดของโลกทำงาน รักษาจังหวะแค่ให้ไม่กระแทก ได้ยินเสียงครู "ไหลไป ไหลไป" ตลอดเวลา จังหวะไหนไหลไม่ค่อยดีก็หลับตา นึกภาพ ดึงส้น ตีแขน อย่าล็อก ฯลฯ กำกับตัวเองไป แอบมีเมื่อยไหล่ขวาสะบักขวาตอนท้าย ๆ ..ยังคงติดเกร็งอยู่นั่นเอง ไม่เป็นไร นี่ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว ใครไม่รู้ ผู้ตรวจสอบตัวเองอยู่เนือง ๆ ย่อมรู้


ช่วงกลาง ๆ ไม่เห็นผู้หญิงวิ่งอยู่รอบข้างเลย ก็เลยแอบเฉื่อยไปบ้าง รู้ตัวเลยว่าถ้าจะใส่แรงไปอีกก็ทำได้ แต่มันเหมือนไม่มีใครให้ไล่ ไม่มีใครให้หนี ก็เลยเฉื่อยไป จนมีผู้หญิงชุดชมพูมาเทียบข้าง (รู้ทีหลังว่าคือพี่ตุ้ม - ปานทิพย์) พี่เค้าชวนคุยด้วย จำไม่ได้แล้วว่าพูดว่ากระไร ส่วนตัวอิฉันเป็นนักวิ่งจอมหยิ่ง ขณะวิ่งเหนื่อย ๆ จะไม่เสวนากับใครนัก แหมนะ แค่วิ่งจับจังหวะหายใจให้สัมพันธ์กับขาก็ยากแล้ว จะให้วิ่งไปพูดไปคุยไปอีกน่ะรึ ไม่มีซะล่ะ พอเห็นเป็นผู้หญิงเท่านั้นแหละ อิฉันถึงได้เร่งหนีพี่เค้าขึ้นมา .. เพื่อจะไปเฉื่อยอีกทีข้างหน้าเมื่อไม่เห็นใคร ให้มันได้อย่างนี้สิ


พอถึงกิโล ๑๗ - ๑๘ มีอีกสาวหนึ่งวิ่งมาใกล้ ๆ ส่งเสียงเรียก "นก นก" ด้วย เหลียวไปดู อ้าว Kazumi ที่ซ้อมอยู่สวนเบญฯ ที่เจอกันอยู่บ่อย ๆ นี่นา นางมายังไงเนี่ย ก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันไป ฉันก็พยายามจะฉีกหนีมา หนีมาได้ไม่เท่าไหร่ก็เหนื่อย มันจังหวะเนินยาวด้วย ก็ผ่อนฝีเท้าลงนิดนึง Kazumi ก็เลยแซงไป แล้วก็ทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ ไอ้ฉันก็หมดแรงจะเอาคืน ก็เลยปล่อยนางไป


พอเข้า walking street เริ่มมีเสียงเชียร์จากข้างทางมากขึ้น แม้จะเหนื่อย แม้จะล้า ก็ทำให้มีแรงไปต่อ พอครบ ๒๑ กม. เฮ้ย ทำไมยังไม่มีวี่แววเส้นชัย มองไปไกล ๆ ก็ยังไม่เห็น วิ่งไปก็่บ่น(ในใจ)ไป เมื่อไหร่จะถึงซะทีนะ ขาล้าไปหมดแล้ว


ภูมิใจในความเป็นกรีนรันเนอร์ ใช้ถ้วยใบไม้ตลอดทาง
ไปอีกซักพัก เห็นคาซุมิที่อยู่ข้างหน้ากระโดดตัวลอย รู้เลยต้องเจอตากล้องแน่ ๆ แล้วก็จริง ๆ ด้วย พี่ตุ้มนั่งรอนักวิ่งอยู่ตรงนั้น วิ่งผ่านพี่ตุ้ม พี่ตุ้มยื่นมือมาให้จับหลังถ่ายรูปเสร็จ ขอบคุณมาก ๆ เลย แรงใจเพิ่มมาอีกเฮือกหนึ่ง .. ไปอีกหน่อย ก็เจอพี่รุจน์ ก็ชูถ้วยใบไม้ใส่พี่รุจน์อีก ภูมิใจมากกับ concept Green runner ที่สู้อุตส่าห์รักษาไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะงานไหนก็ตาม (ถ้าไม่ลืมพกไปน่ะนะ) อยากให้นักวิ่งทุกคนร่วมใจกันไม่ปาถ้วยทิ้งระหว่างทาง มันเสียเวลานิดเดียวเองจริง ๆ



ผ่านพี่รุจน์ไปอีกนิดเดียวก็เห็นซุ้มเส้นชัย ฮึดเฮือกสุดท้าย ไหลไป ๆ ก้าว ก้าว ก้าว ก้าว ก้าว ในที่สุดก็เข้าเส้นไปด้วยเวลา 1:48:49 h







ใช้ถ้วยใบไม้ก็พอจะทำเวลาได้อยู่นะ
ผลชิปที่ขึ้นบอร์ด บอกให้รู้ว่าเข้าอันดับที่ ๕ ในรุ่นอายุ เข้าช้ากว่า Kazumi ไป ๒๗ วินาที .. ดีนะ ที่เข้าที่ ๕ ถ้าการปล่อยคาซุมิไปไม่เร่งแซงคืนทำให้ตกไปอยู่อันดับ ๖ คงเจ็บใจตัวเองมาก ๆ อะ เป็นบทเรียนเลยว่า แม้จะไม่เห็นใครรอบข้างในการแข่งขัน ก็ห้ามเอื่อย ห้ามเฉื่อย เป็นอันขาด เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า ใครจะสะสมพลังมาเร่งช่วงท้ายแซงไปนิ่ม ๆ แบบนี้อีก

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องฝึกเพิ่มอย่างจริงจังคือการวิ่งแบบ Negative Split เพื่อให้มีแรงเหลือไว้เร่ง ๒-๓ กม. ท้ายตามสูตร

ผลการวิ่งแต่ละกิโลเมตรเป็นดังนี้
4:26.11 / 4:57.02 / 4:52.35 / 4:41.11* / 4:46.41 / 5:00.45 / 4:40.82 / 5:10.07* / 4:56.13 / 4:57.60 / 4:57.13 / 5:05.62* / 5:11.07 / 5:06.69 / 5:15.09 /
5:22.80* / 5:10.51 / 5:04.33 / 4:44.82 / 5:01.62 / 4:51.33 / 5:16.18 (0.96k)


จิบน้ำที่ กม. ๔, ๘, ๑๒  และ ๑๖ หลังจากนั้นวิ่งยาว ไปรับอีกทีหลังเส้นชัยเลย


เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์นิดเดียว เจอเพื่อน ๆ ก็เมาท์ ๆ ยืนจ๊อกอยู่กับที่อีกนิด หายใจยาว ๆ อีกหน่อย ยืด
เหยียดเลย


เพราะแบบนี้หรือเปล่านะ อีกสองวันถัดมาก็เลยตึงต้นขานิด ๆ คูลน้อยก็เป็นแบบนี้ล่ะ สมน้ำหน้านัก




เวลาฮาล์ฟปีที่แล้ว


เวลาของปีนี้ ดีขึ้นเกือบห้านาทีแน่ะ


ป.ล. ผลประกอบการปีนี้ ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วเกือบห้านาที ทำ new PB ระยะฮาล์ฟได้ ทั้ง ๆ ที่สนามเนินแล้วเนินอีกแบบนี้แหละ ดีใจที่สุด


วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Pattaya Marathon 2013 : My 4th Half Marathon


ตั้งใจทำ new PB ระยะฮาล์ฟ (ของเก่าทำไว้ ๑ ชั่วโมง ๕๕ นาที)  อยากทำให้ได้ต่ำกว่า ๑ ชั่วโมง ๕๐ นาทีด้วย เพราะว่ามันเป็นหนึ่งในปณิธานที่ตั้งใจ ว่าจะทำให้ได้ภายในปีนี้ (อีกหนึ่งคือ วิ่ง ๑๐ กม. ให้ได้ต่ำกว่า ๕๐ นาที)

ก็เลยคำนวณไว้สองแบบ คือ

๑. ๑๐ กม.แรก ที่ ๕:๑๐ อีก ๑๐ กม.
ถัดมาเร่งนิดนึงที่ ๕:๐๕ แล้วกม.สุดท้ายซัดเต็มที่
จะปริ่ม ๆ เป้าหมายพอดี (แบบนี้จะได้ทั้ง new PB และตามปณิธาน)


๒. ๑๐ กม. แรก ที่ ๕:๑๕ , ๑๐ ถัดมาที่ ๕:๑๐ และ กม.สุดท้ายมีเท่าไหร่ใส่หมด
แบบนี้จะไม่ได้ตามปณิธาน แต่จะได้ new PB  


ผลที่ได้ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้เลย  >.<

ตื่นตีสามสี่สิบ ลุกมากินกล้วยน้ำว้าไป ๓ ผล ดื่มน้ำตาม เพื่อผลด้านการขับถ่ายล้วน ๆ ออกจากโรงแรมตีสี่ครึ่งพร้อมหลินกับพี่อี๊ด เดินมาจนเกือบถึงจุดสตาร์ท ปรากฏว่าทำพี่อี๊ดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ด้วยความที่คนเยอะ และใกล้เวลาปล่อยตัวแล้ว จึงปล่อยพี่อี๊ดไว้เบื้องหลัง ชวนสมันหลิน (ผู้ซึ่งตั้งใจทำ new PB เช่นกัน) แทรกตัวไปใกล้ ๆ เส้นปล่อยตัว น่าจะอยู่ประมาณแถวที่ ๑๐

ออกตัวไม่เร็วมากที่เพซห้ากว่า ๆ แล้วก็เร่งขึ้นมาเรื่อย ๆ จนจบกิโลแรก ดูนาฬิกาถึงได้รู้ว่าซัดไปที่ ๔:๔๕ กำลังใจมาเป็นกอง พอขึ้นกิโลสอง เอ๊ะ ทำไมมันหนืด ๆ เหมือนวิ่งไม่ค่อยไป จบกิโลสองดูนาฬิกา ตายละวา มันเกินเป้าแรกไปละ (กม. ๒ อยู่ที่ ๕:๑๖ ซึ่งถ้าหวังเป้าแรก แต่ละ กม. ไม่ควรเกิน ๕:๑๐--ทำใจ ๆ เอาเป้าที่ ๒ ก็ด้ะ) ยังแอบคิดปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไรน่า ถือว่าถัวกับกิโลแรก ยังได้อยู่ ....

กิโลสามหนักกว่าเดิมอีก ปาไป ๕:๒๐ ทำเอาใจเสียเลย แง ๆ จะได้ new PB กับเค้ามั้ยเนี่ย รู้ซึ้ง ณ บัดเดี๋ยวนั้นว่า ที่เขาว่ากันว่าสนามนี้เนินโหด มันโหดเยี่ยงนี้นี่เอง คือวิ่ง ๆ ไปเนี่ย ไม่ได้รู้สึกเหมือนจะวิ่งขึ้นเนิน แต่มันหนืดมากกกก ก้าวขาไม่ค่อยจะออกเลย กิโลสี่ เป็นขาลงเนิน ก็ลงด้วยจังหวะต่อเนื่องจากตะกี๊ แต่ความที่เป็นขาลง ทำเพซต่ำกว่า ห้าอีกครั้ง ก็เลยคิดได้ว่า สนามนี้คงจะเป็นเช่นนี้ คงทำความเร็วได้ช้าเร็วสลับกันแ บบนี้แหละ บอกตัวเองว่าอย่าได้ใจแป้วไปอีก

พอถึงจุดกลับตัว กิโลที่ ๑๑ เห็นกรรมการชะโงกหน้าดูหมายเลข Bib เรา ก็ใจมาเป็นกอง คิดว่าคงติดอันดับกับเค้าบ้างล่ะน่า สนามนี้ใจดี แจกถ้วยตั้ง ๗ ใบต่อรุ่นอายุ ลุ้น ๆ ๆ ที่ ๗ ก็ยังดี    

พอซักกิโลที่ ๑๓ - ๑๔ ชักรู้สึกล้า ๆ ที่ต้นขา สงสัยไกลโคเจนจะหมด ควัก energy gel มาเติมน้ำตาลให้ตัวเอง (ไม่รู้ว่าจริง ๆ มันช่วยมั้ย แต่อย่างน้อยมันให้ผลทางด้านควา มรู้สึกนะคะ - ด้วยความที่มันรสหวาน ก็เลยบีบใส่ปากทีละน้อย จนเข้าเส้นชัยเพิ่งหมดไปครึ่งซอง) มารู้สึกแย่ ๆ อีกครั้งตอนกิโลที่ ๑๗ เนินยาวมาก ขาก้าวไม่ออกเลย เพซตกลงไปเกือบ ๖ ... อะไรกัน หมดแล้วหรือไร ... ในใจนึกย้ำตัวเองว่า อย่านะ แค่อย่าหยุดก้าวก็พอ ถ้าเธอหยุดเมื่อไหร่ ๑๖ กิโลที่อุตส่าห์วิ่งมาจะหมดความหมายไปเลยนะ หลับตา ดึงส้นเข้าหาก้น ก้าวไปเรื่อย ๆ นับหนึ่งสองสามสี่ อีกนิด อีกนิด อีกนิด แล้วก็จบระยะ ๒๑.๓๕ ที่ เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ๕๑ นาที ดีใจทำ new PB ได้ .. ดีใจยิ่งกว่าเมื่อได้ป้ายอันดับ (แม้จะผิดไปหน่อยเพราะเกิดความสับสนรางวัล over all กับนักวิ่งต่างชาติ)

สุดท้าย ได้ถ้วยรองชนะเลิศอันดับ ๕ (ก็คือเข้าที่ ๖) มาฝากครูและเพื่อน ๆ สมันค่ะ

ขอบพระคุณครู Sathavorn Din ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทุก ๆ ครั้ง
ขอบพระคุณครู  Karoon Janphongsri ที่โพสต์ข้อคิดให้หนูแอบเก็บไปใช้ รวมถึงแรงเชียร์และกำลังใจด้วยค่ะ
ขอบคุณพี่แอร์ Phanarat Maneewan /พี่ขุน Thawatchai Maneewan ที่ทบทวนวิชาวิ่งขึ้นเนินให้อีก รอบสด ๆ เมื่อคืนนี้ มันช่วยนกได้เยอะมากค่ะ
ขอบคุณสมันรุ่นพี่ และเพื่อนสมันสำหรับกำลังใจ ไม่ได้แรงเชียร์ ก็ไม่มีแรงก้าวต่อจริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณทุกเสียงเชียร์ตั้งแต่ตอน ออกตัว และมาเป็นระยะระหว่างทาง ได้ยินทุกเสียง ขออภัยที่ทำได้แค่ยกมือให้สัญญาณ
ขอบคุณสมันหลิน หลิน เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย ที่อยู่รอรับถ้วยด้วยกันจนเกือบ อดข้าวเช้าที่โรงแรม  


สนามนี้โหดมาก แต่ก็สนุกมาก .. มีกลับมาอีกแน่นอน (ถ้าทำใจเรื่องความสับสนที่เกิดขึ้นขณะรอรับรางวัลได้อะนะ)

ป.ล. ข้าพเจ้ายังไม่หลุด concept Green Runner ถือถ้วยใบไม้วิ่งตลอดงานนะคะ
ผลการวิ่งเป็นเช่นนี้

4:45 / 5:14 / 5:20 / 4:50 / 5:02 / 5:16 / 4:49 /
5:14 / 5:02 / 5:24 / 4:52 / 4:56 / 5:06 / 5:04 /
5:16 / 5:15 / 5:55 / 5:07 / 5:32 / 5:34 / 5:35


สามกิโลท้ายนี่เห็นได้ชัดว่าหมดจริง ๆ เร่งยังไงก็ไม่ขึ้นอีกเลย ** และเหนือความคาดหมายมาก สามารถวิ่งต่ำกว่าเพซห้าได้ในบางช่วง ทั้ง ๆ ที่เป็นระยะฮาล์ฟ ต้องขอบคุณการบ้านที่ครูดินให้ ทำให้รู้ว่า เพซต่ำกว่า ๕ ต่อเนื่อง ๑ กม. ก็ไม่ได้ยากเย็นนัก และมันไม่ถึงตาย _/|\_   

ป.ล. ๒ โหลดผลเข้า endomondo จึงเห็นว่าทำตามปณิธานสำเร็จไปแล้ว เพราะว่าสนามนี้ ระยะเกินฮาล์ฟไปประมาณ ๒๐๐ เมตรเศษ พอตัดเหลือระยะฮาล์ฟจริง จึงได้ที่ ๑ ชั่วโมง ๔๙ นาที ๓๘ วินาที โว้เย