อยากจะได้อารมณ์วิ่งไปเที่ยวไปลุยไป ก็เลยคุยกันกับเดอะแก๊ง ว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ รถเราก็ไม่มีขับ ไอ้ครั้นจะบากหน้าไปขออาศัยรถใครอื่นเขา ก็เกรงใจ อย่ากระนั้นเลย การรถไฟไทยอุตส่าห์มีโปรโมชั่นรถไฟฟรี .. เรานั่งรถไฟชิล ๆ ไปเที่ยวเก็บเกี่ยวอารมณ์ ปู๊น ปู๊น ฉึกฉัก ฉึกฉัก กันเถิด
นัดกับหลินตีห้าครึ่งแถว ๆ บ้าน แล้วจับแท็กซี่ไปสถานีรถไฟบางกอกน้อย (ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น"สถานีธนบุรี"แล้ว) ..จากข้อมูลที่สืบมา รู้ว่า รถไฟออก ๗:๕๐ นาฬิกา แต่ต้องไปถึงก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง เพื่อไปติดต่อรับตั๋วฟรีก่อน ก็เลยไปกันตั้งแต่ไก่(ยังไม่ทัน)โห่ ไปถึง รับตั๋ว แล้วไปหาข้าวกิน ตรงนั้นเป็นตลาดใหญ่มาก มีของสดขายเยอะแยะ สารพัดสิ่ง เลือกข้าวแกงได้ร้านนึงก็จัดคนละจานกับพี่หลิน ระหว่างกินข้าว เห็นหลวงพี่ผ่านมาหลายรูป เลยได้โอกาสตักบาตรด้วย
กินเสร็จก็ช็อปปิ้ง ซื้อกล้วยกับแอปเปิลเพื่อเพิ่มไฟเบอร์ ซื้อนมถั่วเหลืองเพิ่มโปรตีน ซื้อกระดาษทิชชู่เพิ่มความสะดวกยามเข้าห้องน้ำ ระหว่างช็อป พี่อี๊ดโทรมาบอกว่าถึงสถานีแล้ว ก็เลยบอกให้พี่อี๊ดหาอะไรกินเลย เราสองอิ่มกันแล้ว พี่อี๊ดถามว่าอยู่ไหน ฝั่งตลาดหรือฝั่งสถานี ก็ตอบพี่อี๊ดไปว่าเราอยู่ฝั่งตลาดกัน
พอกลับมาถึงสถานี เดินหาพี่อี๊ดก็ไม่เจอ ก็เลยโทรหาพี่อี๊ดอีกรอบ คราวนี้ชักเอะใจ เอ๊ะ ทำไมพี่อี๊ดพูดถึงสถานี BTS ทำไมพูดถึง ATM กสิกร ว่าตั้งอยู่ปากซอย เอ๊ะซอยไหนอะไรยังไง ย้ำกับพี่อี๊ดว่า สถานีธนบุรีนะ บลา บลา บลา กว่าพี่อี๊ดจะรู้ตัวว่าพี่อี๊ดไปสถานีวงเวียนใหญ่ ... ผิดแล้ว !!!
ตอนนี้ก็ลุ้นระทึกกันแล้วสิฮะ เพราะว่า ณ ขณะนั้นเจ็ดโมงครึ่งแล้ว อีกยี่สิบนาทีรถไฟออก พี่อี๊ดจะมาทัน
มั้ยน้าาาา
ในที่สุด พี่วินก็มาส่งพี่อี๊ดได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด .. จากนั้นอีกไม่กี่นาที การเดินทางโดยรถไฟของสามเราก็เริ่มต้นขึ้น
สภาพรถไฟ เคยเก่าอย่างไรก็ยังเก่าอยู่อย่างนั้น ฝุ่นจับเก้าอี้อย่างหนา กระดาษทิชชู่ที่ซื้อมามีประโยชน์ตอนนี้เอง เช็ดขึ้นมานี่อย่างดำ (และขอบอกว่านั่งลงไปแล้วด้วยถึงได้รู้สึกว่าต้องเช็ด -_-'') พื้นรถไฟผ่านการทำความสะอาดมาหมาด ๆ คือมันหมาดมากจนเกือบจะเรียกว่าแฉะ .. ก็ยังดีที่นั่งไกลจากห้องน้ำพอควร จึงไม่มีกลิ่นแอมโมเนียโชยมารบกวนใจ
ในที่สุด เราก็มาถึงสถานีน้ำตก ณ เวลาบ่ายสองครึ่ง เลทไปเกือบสองชั่วโมง พอ-พอกับสถิติระยะฮาล์ฟของอิฉันเลยทีเดียว
ที่สถานี มีคุณพี่ผู้ชายท่านหนึ่งกางร่มมาสอบถามว่าจะไปไหนกัน มีรถหรือยัง จะกินข้าวมั้ย ฯลฯ ช่างมีน้ำจิตน้ำใจยิ่ง หลังจากคุยกับพี่เค้าสองสามคำ เมื่อพบว่า หากจะเหมารถไป "ครัวลุงรัตน์" (ซึ่งห่างจากสถานีน้ำตก ย้อนกลับไปในเมืองอีกประมาณ ๘๐ กม.) ละก็จะต้องเสียค่าเหมารถประมาณ ๑,๐๐๐ บาท สามเราก็เปลี่ยนใจ หาอะไรกินแถวสถานีก็ด้ะ ก็ไปร้านของพี่เค้าแหละ สั่งอาหารมาสามสี่อย่าง ข้าว ๑ โถ .. ถูกแล้ว!! สามสาวตัวน้อย ๆ เนี่ยแหละ สั่งเป็นโถ แถมยังกินกันซะเกลี้ยงโถเลยด้วย อย่าได้ประมาทนักวิ่งอย่างเรา วะฮ่า
กินเสร็จ ก็เหมารถพี่เค้าเข้าไปที่โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ จัดการรับ bib เรียบร้อยแล้วเข้าห้องพัก จัดของ พักผ่อน แล้วออกมากินมื้อเย็น ตอนใกล้ ๆ ทุ่ม
เนื่องจากยังอิ่มต่อเนื่องจากมื้อกลางวัน มื้อนี้เลยจัดสลัดไปสองจานเพื่อเพิ่มไฟเบอร์ เสริมโปรตีนด้วยไข่(ขาว)ต้ม จัดไฟเบอร์หนักขนาดนี้ หวังว่าพรุ่งนี้จะได้คลอดง่าย ๆ ก่อนไปวิ่ง ไม่ต้องบิลท์กันนาน
ตัดภาพมาที่ตอนเช้า .. ตื่นตามเวลาที่ตั้งปลุกไว้ แต่งตัวในชุดนักวิ่ง พร้อมรบ ออกไปที่ล็อบบี้เพื่อที่จะพบว่า มีนักวิ่งจำนวนมากรอขึ้นรถที่ทางโรงแรมจัดบริการรับส่ง ณ จุดสตาร์ท ก็เลยตัดสินใจเดินขึ้นไปกันเอง ไม่รอรถ ถือเป็นการวอร์มไปในตัว ในเมื่อทางวิ่งเป็นเนิน ก็จงวอร์มอัพด้วยเนินไปเลยละกัน ฮ่า ๆ
วันนี้ตั้งใจทำเวลา จึงชวนหลินไปเป็นนักวิ่งแถวหน้า ๆ ด้วยกัน เจอพี่วิเชียร น้องพลอย น้องนัท ณ จุดนั้น พอให้อบอุ่นใจ พอสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น ก็ก้าวไปด้วยสเต็ปตัวเอง ซักพัก พี่กล้วยปั่นก็แซงขึ้นมา พร้อมกับเตือนว่า อย่าเพิ่งออกตัวแรง เก็บไว้ก่อน ๆ ทางเป็นเนินขึ้นตลอดห้าโลแรก .. ก็น้อมรับมาใส่ใจ แต่ยังคงวิ่งตามสเต็ปตัวเองอยู่ กิโลแรกทำเวลาไว้ที่ ๕:๐๘ เพราะมันยังไม่เนินจริง พอเข้ากิโลสองเท่านั้นแหละ เนินมาแล้วค้าบ เวลาตกลงไปที่ ๕:๒๓ ดูเวลาตอนจบกิโลสามแล้วใจยิ่งหายวาบ เพซตกลงอย่างแรง ปาไปเกือบหกแน่ะ แต่ก็ยังวิ่งได้เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับหมดใจ บอกตัวเองว่า คงคล้าย ๆ งานพัทยาแหละน่า เดี๋ยวพอถึงขาลง คงทำเวลาคืนกลับมาได้บ้าง
ห้ากิโลแรกเป็นอย่างที่พี่กล้วยปั่นบอกไว้ ทำเวลาไม่ได้เลย ผลที่ได้เป็นดังนี้
5:08.3 / 5:22.6 / 5:48.8 / 5:30.5 / 5:48.8 /
พอพ้นห้าโลไปแล้วค่อยสวยหน่อย เวลาห้าโลถัดมาจึงได้ดังนี้
5:16.3 / 4:52.1 / 5:02.0 / 5:01.5 / 5:04.6 /
พ้นสิบโลได้หน่อยก็ถึงจุดกลับตัว หลังจากนี้ก็มีเสียงเชียร์จากคนนู้นคนนี้อีกตามเคย ขอบคุณกองเชียร์ที่ทักทายและให้กำลังใจกัน พอสวนกับเจา เจาก็นับคู่แข่งเพศหญิงให้อีกแล้ว (พี่นกที่เจ็ดครับ) กำลังใจก็เริ่มมา สิบเอ็ดกิโลท้าย ทำเวลาได้ดังนี้
4:50.1 / 5:22.5 / 5:11.1 / 5:21.0 / 5:11.1 /
5:10.8 / 5:00.5 / 5:01.6 / 5:02.1 / 5:08.3 / 4:45.4 / 2:07.1(400 m.)
กิโลสุดท้ายนี่แบบว่า กดสุดตัว แต่ยังแซงผู้มาถึงก่อนไม่ทันอยู่ดี
รายการนี้วัดผลการแข่งขันจากชิป ดังนั้น เมื่อเข้าเส้นชัยแล้ว ต้องรอการประมวลผลเสร็จก่อน กรรมการจึงนำผลมาติดที่บอร์ด ผู้แข่งขันมีหน้าที่ไปส่องผลด้วยตนเองก่อนไปรายงานตัว ผลที่ได้คือ เข้าอันดับสี่ของรุ่นอายุ ๑๖-๓๙ ปีด้วยเวลา ๑ ชั่วโมง ๕๐.๓๕ นาที
และ อะแฮ่ม นอกจากจะได้ถ้วยจากงานนี้แล้ว ยังได้ถ้วยทองจากทั่นเอนโดมอนโดด้วยน้าาา กิกิ (ถ้านับระยะฮาล์ฟ ทั่นเอนโดบันทึกผลให้ที่ ๑ ชั่วโมง ๔๙ นาที ๒๐ วินาที ดีขึ้นจากของเดิมที่พัทยา ๑๘ วินาที เฉลี่ยกิโลละไม่ถึงวิ - ฮ่า ๆ)
ป.ล. งานนี้วิวสวยมาก วิ่ง ๆ อยู่แล้วเงยหน้าไปเห็นแถบหมอกสีขาวพาดผ่านภูเขาสูงสีเขียวที่ตระหง่านเป็นแบ็คกราวด์อยู่เบื้องหลังนี่มันช่างฟินนนนนนน :D อากาศก็แสนจะดี มีฝนลงโปรยปราย ณ กิโลที่ ๑๘ กว่า ๆ เย็นสบาย ไม่ถึงกับเปียก
ป.ล. ๒ งานนี้ได้วอร์มนิดเดียว แค่เดินมาที่จุดสตาร์ตกับจ๊อกอยู่กับที่อย่างเบา ๆ ตอนรอรถก่อนตัดสินใจเดิน แถมยังไม่ได้สไตรด์ แทบจะไม่ได้กายบริหารอีกด้วย .. โค้ชบอกว่า อันตรายมาก จำไว้ว่าคราวหน้าต้องจัดการเรื่องวอร์มให้ดีกว่านี้


