เกือบลืมมาเขียนเรียงความการแข่งขันระยะฮาล์ฟเก็บไว้ :D
สมัครเข้าร่วมงานนี้ผ่าน BibMaster ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะเดินทางยังไง จะเกาะใครไป คิดเล่น ๆ ว่าราชบุรี แค่นี้เอง อย่างมากก็นั่งรถไฟเล่นอีกซักหนล่ะน่า
แล้วไป ๆ มา ๆ ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากน้องปุ๊ ('Theera รุ่นน้องลาดกระบัง-ซึ่งพ่วงมาทางพี่รีย์อีกทีนึง(พี่รีย์ เป็นพี่ลาดกระบัง รู้จักกันสมัยอยู่ชมรมหมากกระดานตอนเรียน ป.ตรี)) ก็เลยมีราชรถมาเกย แถมยังเสนอให้แชร์ที่พักร่วมกันอีก งานนี้ข้าพเจ้ากับพี่หลินก็เลยแปลงร่างเป็นทัดดาว เรียกจ้าวฮะ จ้าวฮะ หนีตามผู้ชายไปตลอดงาน >.<
ออกจากบ้านแต่เช้าวันเสาร์ที่ ๑๘ มกราคม ไปคอนโดฯ น้องปุ๊ ตามที่นัดไว้ รอทุกคนอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็ออกเดินทาง แวะหม่ำข้าวเช้าที่ร้านอาหารเจแถวปิ่นเกล้า แล้วมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึงทันใด ไปถึงก็ไปรับบิบ อย่างที่บอกว่างานนี้สมัครกับ @bibmaster แต่ปรากฏแว่ ทางเจ้าภาพติดขัดอย่างไรไม่ทราบ ไม่ได้จัดชุดบิบแยกไว้ให้ทางบิบมาสเตอร์ เจอพี่ไช้พอดี ก็เลยต่อคิวรับเบอร์เอง แล้วที่ประหลาดคือ สมัครแบบไม่รับเสื้อไว้ เจ้าหน้าที่ก็ยังจัดเสื้อให้มาอีก ... ไม่เป็นไร ได้มาก็ดี จะได้เอาไปฝากน้อง ๆ นักเรียนที่พะเยา (อันเป็นรายการถัดไปที่จะไปวิ่งสัปดาห์หน้า)
รับเสื้อรับบิบเสร็จก็ไปดูหนัง spirit of Marathon ที่พี่เสือตัดต่อจนเหลือความยาว ๓๔ นาที ทางเจ้าภาพจัดมุมฉายหนังไว้มุมหนึ่งที่หอประชุม นั่งดูหนังไป คุยกันไป พอได้เวลาก็ไปห้องประชุม เพื่อกินข้าวฟรี เอ๊ย ไม่ใช่สิ ประเด็นหลักคือมาฟังประชุมผลการดำเนินงานเรื่องวิ่งของสมาพันธ์ฯ แล้วก็ดูหนังเรื่อง pace maker ร่วมกัน
หลังจากอิ่มเอมเปรมใจ(รวมทั้งเสียน้ำตา)กับหนังเกาหลีเรื่องนี้แล้ว ก็ได้เวลาอาหารเย็น ไปด้อม ๆ มอง ๆ แล้วเจอเค้าแจกอาหารในกล่องโฟม ก็เลยได้แต่ยืนหยิบฝรั่งเข้าปากไม่กี่ชิ้น ก่อนจะชวนกันไปเช็คอินเข้าที่พัก แล้วออกมาหาข้าวต้มกินกัน
อิ่มหนำสำราญก็ได้เวลานอน รีบไปอาบน้ำเข้านอน ตั้งนาฬิกาปลุก
เช้ามาก็รีบตื่นเพื่อไปส่งพี่หลินวิ่งระยะมาราธอน อันเป็นครั้งแรกของเจ้าหล่อน กะว่าวิ่งเสร็จ จะออกไปรับนาง ณ กิโลเมตรสุดท้าย ..ที่หน้าเส้น เจออาปูอาเส่ง เจอพี่เล็ก เจอน้องบิว น้องบอกว่าเป็นไข้ จะวิ่งจบระยะมาราธอน(แรกของเจ้าหล่อนอีกเหมือนกัน)มั้ยก็ไม่รู้ ก็ได้แต่ให้กำลังใจน้องไป
ซักตีสี่ สิบห้านาที ก็ได้เวลาไปจ๊อกวอร์ม อากาศเย็นพอสมควรก็เลยให้เวลากับการจ๊อกมากหน่อย วอร์มไป ๓ กม. เหงื่อยังไม่ค่อยอยากจะออก ดริล ๔ ท่า * ๓ เที่ยว สไตรด์ ๖ เที่ยว แล้วไปยืนเต้นตอนรอออกตัวรักษา heart rate
ก่อนเริ่มวิ่ง ตั้งเป้าไว้ว่าครึ่งแรกจะรักษาจังหวะที่เพซ ๕:๑๐ ไม่ก็ ๕:๐๕ แล้วแต่ว่ากิโลแรกจะเป็นยังไง
ออกตัวสวยงามโดยที่หายใจสบาย ๆ ด้วยเพซ ๔:๔๑ และ ๔:๔๕ ในสองกิโลเมตรแรก ในใจกระหยิ่มว่า ถ้ารักษาจังหวะไปได้เรื่อย ๆ ยังไงต้องได้ new PB แน่ ๆ แวะจิบน้ำที่ กม. ๗ กะว่า จิบอีกทีตอนกม. ๑๔-๑๕ น่าจะกำลังดี
แล้วเพซก็ค่อย ๆ ช้าลงจนไปอยู่ที่ประมาณ ๕:๑x ก็ประคองจังหวะไป จนกระทั่งเข้ากิโลที่สิบ อยู่ ๆ ก็เสียดท้องรุนแรงจนคิดกังวลไปต่าง ๆ นานา กดท้องก็แล้ว พยายามไอออกมาตามที่ครูเคยสอนก็แล้ว แต่สงสัยจะทำไม่ถูก มันก็เลยไม่ทุเลา พยายามหายใจเข้าลึก ๆ ออกยาว ๆ ในใจคิดว่า จะรอดมั้ยเนี่ย หมดหวังกับนิวพีบีจนแทบจะเปลี่ยนเป็นวิ่งสบาย ๆ (แบบว่าชิวไปเลยแล้วกัน) .. แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้สิ ยังไงก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด (โดนมนต์เสื้อส้มสะกดไว้) แล้วพยายามวิ่งต่อไป ใช้วิธีเปลี่ยนโฟกัสจุดเจ็บด้วยการกัดมือตัวเอง ก็ค่อย ๆ ทำเวลาขึ้นมาได้หน่อย ระหว่างนี้ อาการเสียดท้องก็ยังมีอยู่น้อย ๆ แทรกมาเรื่อย ๆ ก็ประคองไป กิโลสุดท้ายพยายามกัดฟันเร่งขึ้นมาได้เพซต่ำกว่า ๕ นิดหน่อย เข้าเส้นชัยที่เวลา ๑ ชั่วโมง ๔๙ นาที โดยที่ไม่กล้าจิบน้ำอีกเลย กลัวว่าจิบแล้วจะยิ่งเสียด -_-''
ผลการวิ่งแต่ละกม. เป็นดังนี้
4:40.5 / 4:45.5 / 4:56.9 / 5:09.0 / 5:10.4 / 5:15.8 / 5:15.0* /
5:12.6 / 5:10.7 / 5:31.6*** / 5:19.3 / 5:13.6 / 5:05.9 / 5:09.2 /
5:01.5 / 5:07.7 / 5:12.0 / 5:16.6 / 5:26.0 / 5:20.2 / 4:55.8 /
*จิบน้ำ
*** เริ่มเสียดท้อง
เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ ๔ ของรุ่นอายุ และถ้วยนี้เป็นถ้วยที่ ๓ ของระยะฮาล์ฟมาราธอน
หลังเข้าเส้น หาน้ำดื่มแล้วไปจ๊อกคูล ยืดเหยียด กายบริหาร เปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อแห้ง ไปพบครูที่หอประชุมแล้วรอรับถ้วย กว่าจะเสร็จพิธีการก็ออกไปรับพี่หลินตามที่นัดไว้ แต่ว่าไปไม่ทัน พี่หลินเข้าเส้นชัยมาแล้ว .. ก็เหลือน้องบิวอีกคน บอกน้องไว้ว่าจะไปวิ่งด้วยที่กิโลเมตรสุดท้าย ..
เดินย้อนจากเส้นชัยหาน้องบิวไปเรื่อย ๆ เจอพี่วา ชัตเตอร์รันนิ่ง ถามพี่วา พี่ว่าไม่รู้ เดินไปอีกหน่อยเจอพี่ตุ้ม พี่ตุ้มบอกยังไม่เห็น (ตรงนั้นเป็นระยะ ๖๐๐ เมตร จากเส้นชัย) หันไปข้างหลังเห็นครูซ้อนท้ายจักรยานใครไม่รู้ คงไปตามหาน้องบิวเหมือนกัน .. ในเมื่อครูไปแล้ว ข้าพเจ้าก็เลยยืนรออยู่ ณ ฐานที่มั่นของพี่ตุ้ม คุยกันไป เชียร์นักวิ่งกันไป จนเห็นน้องบิววิ่งเคียงคู่ครูดินมา แล้วก็วิ่งมากับน้องตามสัญญา (ทั้ง ๆ ที่เปลี่ยนเป็นเสื้อแห้งแล้วเนี่ยละ)
แอบดีใจแทนน้องบิว ที่ในที่สุดก็สามารถวิ่งครบระยะ ทั้ง ๆ ที่เจ็บมาก่อนวันแข่ง ทำให้ซ้อมไม่ถึง แถมยังเป็นไข้อีก แล้วยังได้ถ้วยอีกตะหาก นับถือหัวใจน้องมาก ๆ เลย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น