งานวิ่งเขาชะโงก ปีนี้จัดขึ้นวันที่ ๒ พฤศจิกายน
ตั้งใจมาก ๆ กับการลงแข่งสนามนี้ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งคือ เป็นเกียรติประวัติสูงสุดในชีวิตนักวิ่งกับการที่จะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ที่เรารัก (ถ้าติดอันดับ) สองคือ เป็นการเตรียมตัวสำหรับการวิ่งระยะฟูลมาราธอนปลายปี
การซ้อมสองครั้งก่อนลงสนาม ที่ระยะ ๒๕ กม. และระยะ ๒๘ กม. ไม่ค่อยได้ดังใจเท่าไหร่ คือที่ระยะ ๒๕ กม. ตั้งเป้า ๒ ชั่วโมง ๘ นาที แต่วันที่ซ้อม ทำได้ที่ ๒ ชั่วโมง ๙ นาที ๓๑ วิ ส่วนระยะ ๒๘ กม. ตั้งเป้าไม่เกิน ๒ ชั่วโมง ๒๕ นาที เอาเข้าจริง ปาไป ๒ ชั่วโมง ๓๒ นาที เพราะดันเสียดท้องตั้งแต่ กม. ๒๑ ... กัดฟันวิ่งจนจบก็บุญหนักหนาแล้ว
ดังนั้น ก็เลยแอบกังวลนิดหน่อย .. ตั้งเป้าไว้ว่าระยะ ๓๒ กม. ของสนามนี้ อยากทำเวลาต่ำกว่า ๒ ชั่วโมง ๕๐ นาที เพราะว่าตั้งเป้าระยะฟูลที่เลขเรียง ๓:๔๕ หวังไว้ว่า ห้าสิบห้านาที กับอีกสิบโลที่เหลือน่าจะพอถูไถ (ไหมนะ?--ที่จริงก็หมิ่นเหม่ไปหน่อย เพราะว่าฟูลมาราธอนแรกนั้น ช่วงท้าย ปาไปหกกว่า ๆ เลยเชียวนะ)
แต่ก็นั่นแหละ ตั้งเบา ๆ ไว้ก่อน จะได้มีแรงพุ่งชนเป้าหมาย
...
ค่ำก่อนวันแข่ง แวะกินมื้อเย็นร้านตามสั่งแถวที่พัก ตอนแรกว่าจะกินสุกี้น้ำ แต่งานนี้ ครูดินไม่ให้ผ่าน บอกว่าให้เปลี่ยนเป็นเมนูข้าว เพราะพรุ่งนี้วิ่งมาก ๆ ต้องสะสมพลังงานไว้เยอะ ๆ ... ก็เลยเปลี่ยนเป็นข้าวกะเพราเห็ด เสริมพลังด้วยไข่เจียวอีกหนึ่งฟอง จัดไป
คืนนั้น เข้านอนสามทุ่ม ตั้งนาฬิกาไว้ตีสามยี่สิบ กะว่าน่าจะพอดีกับที่ออมจะเข้าห้องน้ำเสร็จเป็นคนแรก (ออมตื่นตีสาม) จริง ๆ ก็ตื่นพร้อมกับที่นาฬิกาออมดัง ลืมตามาแพพนึง มีสายเข้า ... ปรากฏว่าเป็นครู โทรมาบอกให้กินขนมปังไปสองแผ่น
ล้อหมุนจากที่พักตีสี่ ถึงสนามตีสี่ครึ่งแทบไม่ได้วอร์ม ฝากกระเป๋าให้ออมเอาไปฝากที่จุดรับฝากของ แล้วจ๊อกไปหาห้องน้ำ โรคนี้ไม่หายซักที อยู่ที่พักดีดี ถ่ายไม่ค่อยจะออก พอถึงสนามปุ๊บ ข้าศึกชอบมาจ่อประตูเมือง -_-''
ทำธุระเรียบร้อย ออกมาสไตรด์ได้แค่สี่เที่ยว ก็ได้ยินเสียงเรียกไปเช็คอิน วอร์มเวิร์ม ยืดหย่งยืดเหยียดไม่ต้องทำกันละ ผิดสเต็ปนะนี่
ยืนเต้นหน้าเส้นไม่นานก็ได้เวลาปล่อยตัว .. เจอพี่ปู (กัญ คูสุวรรณ) ขาแรงที่หน้าเส้น ได้คุยกันนิดหน่อย หลังปล่อยตัว ก็ทันได้เห็นหลังพี่ปูแค่สองสามร้อยเมตร แล้วพี่ปูก็จากไปในความมืดซะแล้ว แง ๆ
ตอนแรก ก็ว่าจะเอาไฟฉายติดไม้ติดมือไปด้วย ค่าที่ว่า ผู้มีประสบการณ์แข่งสนามนี้เมื่อปีที่แล้วบอกไว้ว่ามันค่อนข้างมืด ออมอุตส่าห์เอาไฟฉายคาดหัวมาให้ ก่อนมาก็อุตส่าห์ลองจนสรุปว่าคาดไว้ที่เอวน่าจะเหมาะสุด แต่ตอนเดินทาง ครูดินกับครูพี่ชายบอกว่า ไม่ต้องเอาไปให้เกะกะหรอก มันไม่จำเป็น วิ่งไปมืด ๆ นั่นแหละ แพพเดียวก็สว่างแล้ว
ก็เลยต้องเชื่อสองครู :D
งานนี้ตั้งใจคุมจังหวะ เอาให้ละม้ายกับวิ่งระยะฟูลเลย แบ่งทีละสิบกิโล แล้วก็คุมจังหวะได้ค่อนข้างดี ช่วงสิบโลแรกพยามบอกตัวเองให้ช้า ๆ สังเกตลมหายใจให้ไหลลื่น มองรอบข้าง ไม่เจอคู่แข่งเพศหญิงเลย รู้สึกสบายใจ ไม่เครียดไม่กังวล สนุกกับการไหลลงเนินมาก ๆ ปล่อยให้โลกช่วยดึง ... สิบโลถัดมาก็ยังจังหวะดีอยู่ ดูเวลากิโลต่อกิโล บวกลบช่วงขึ้นเนินลงเนิน เฉลี่ยดูไม่เกินเป้าที่ตั้งไว้ สบายใจไปอีกเปลาะ ... ก่อนจะกลับตัว พี่ปูวิ่งสวนมา ตะโกนบอกว่า "นกไม่ต้องรีบ ยังเป็นคนที่สองอยู่" -- ต้องขอบคุณพี่ปู นับตัวให้น้องด้วย ก็เคาะจังหวะเท่าที่ยังวิ่งสบายด้วยลมหายใจที่ไหลลื่น ไม่รีบ ไม่เร่ง ไม่เครียด เพลินกับบรรยากาศรอบ ๆ
เข้าสิบโลที่สามอยากจะเร่งขึ้นนิดนึงตามแผนที่วางไว้ แต่ก็เร่งได้แค่ช่วง กม. ๒๑-๒๓ หลังจากนั้นเจอเนิน ก็วิ่งหนืด ๆ ไป ยังใจเย็นเพราะยังไม่เห็นใคร แอบสบายใจที่อาการเสียดท้องไม่เกิดขึ้นเลย จริง ๆ ห้าโลสุดท้ายอยากเร่งขึ้นอีกหน่อยแต่ขาล้าขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว มาเร่งได้สองโลสุดท้ายตามสูตร
ผลเป็นดังนี้
4:31.87 / 4:51.23 / 5:39.77 / 4:34.85* / 5:06.97 / 5:00.06 / 4:58.09 / 5:15.39 / 5:17.23 / 5:21.04 / 5:07.45 / 5:00.99 / 5:21.19 / 5:37.85* / 4:31.18 / 5:17.18 / 5:10.38 / 5:12.83 / 5:11.61 / 5:18.02* / 5:08.16 / 4:54.93 / 5:12.13 / 5:25.58* / 5:27.20 / 5:29.62 / 4:48.61 / 5:18.46 / 5:23.81 / 5:31.23 / 5:28.07 / 5:08.06
*จิบน้ำ
เข้าเส้นชัยที่ 2:44.xx (ตามป้ายเวลาที่สนาม) ขาดอีกร้อยกว่าเมตร จึงวิ่งต่อให้ครบ ๓๒ กม. เข้าเป็นลำดับที่ ๒ ของรุ่นอายุ เข้าเส้นก็วิ่งเลยไป ไม่ได้รับป้าย น้องทหารต้องวิ่งตามเอาป้ายและเหรียญมาให้ เจอน้องปลาเอาน้ำมาเสิร์ฟถึงที่ -- ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้-- คูลดาวน์นิดหน่อย ยืดเหยียด หาน้ำดื่มอีกแก้ว แล้วไปรายงานตัว น้องทหารบอกว่า ๙ โมงให้ไปที่ปะรำพิธี ก็เลยเดินไปหาที่อาบน้ำ
แล้วก็บุญดีเหลือเกิน เจอแม่หวังระหว่างทาง แม่หวังพาไปอาบน้ำห้องทหารเวร ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องแย่งห้องน้ำกับใคร สบายใจสุด ๆ
ในที่สุดก็สำเร็จ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ในระยะใกล้ชิด ใกล้กว่าตอนรับปริญญาทั้งสองครั้งอีก .. ครั้งหนึ่งในชีวิตนักวิ่งตัวเล็ก ๆ อย่างเรา คิดถึงทีไรก็ขนลุกด้วยความปลื้มปิติไม่หาย
ขอบคุณทุกสิ่งอย่าง ที่ทำให้ชีวิตเดินมาถึงวันนี้
ขอบคุณจริง ๆ
+++ ยังไม่แปะรูปละนะฮะ ไว้ว่าง ๆ ค่อยคุ้ยมาแปะ +++
++ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ... ทิ้งข้อความไว้บ้างก็ได้นะคะ ++
ตั้งใจมาก ๆ กับการลงแข่งสนามนี้ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งคือ เป็นเกียรติประวัติสูงสุดในชีวิตนักวิ่งกับการที่จะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ที่เรารัก (ถ้าติดอันดับ) สองคือ เป็นการเตรียมตัวสำหรับการวิ่งระยะฟูลมาราธอนปลายปี
การซ้อมสองครั้งก่อนลงสนาม ที่ระยะ ๒๕ กม. และระยะ ๒๘ กม. ไม่ค่อยได้ดังใจเท่าไหร่ คือที่ระยะ ๒๕ กม. ตั้งเป้า ๒ ชั่วโมง ๘ นาที แต่วันที่ซ้อม ทำได้ที่ ๒ ชั่วโมง ๙ นาที ๓๑ วิ ส่วนระยะ ๒๘ กม. ตั้งเป้าไม่เกิน ๒ ชั่วโมง ๒๕ นาที เอาเข้าจริง ปาไป ๒ ชั่วโมง ๓๒ นาที เพราะดันเสียดท้องตั้งแต่ กม. ๒๑ ... กัดฟันวิ่งจนจบก็บุญหนักหนาแล้ว
ดังนั้น ก็เลยแอบกังวลนิดหน่อย .. ตั้งเป้าไว้ว่าระยะ ๓๒ กม. ของสนามนี้ อยากทำเวลาต่ำกว่า ๒ ชั่วโมง ๕๐ นาที เพราะว่าตั้งเป้าระยะฟูลที่เลขเรียง ๓:๔๕ หวังไว้ว่า ห้าสิบห้านาที กับอีกสิบโลที่เหลือน่าจะพอถูไถ (ไหมนะ?--ที่จริงก็หมิ่นเหม่ไปหน่อย เพราะว่าฟูลมาราธอนแรกนั้น ช่วงท้าย ปาไปหกกว่า ๆ เลยเชียวนะ)
แต่ก็นั่นแหละ ตั้งเบา ๆ ไว้ก่อน จะได้มีแรงพุ่งชนเป้าหมาย
...
ค่ำก่อนวันแข่ง แวะกินมื้อเย็นร้านตามสั่งแถวที่พัก ตอนแรกว่าจะกินสุกี้น้ำ แต่งานนี้ ครูดินไม่ให้ผ่าน บอกว่าให้เปลี่ยนเป็นเมนูข้าว เพราะพรุ่งนี้วิ่งมาก ๆ ต้องสะสมพลังงานไว้เยอะ ๆ ... ก็เลยเปลี่ยนเป็นข้าวกะเพราเห็ด เสริมพลังด้วยไข่เจียวอีกหนึ่งฟอง จัดไป
คืนนั้น เข้านอนสามทุ่ม ตั้งนาฬิกาไว้ตีสามยี่สิบ กะว่าน่าจะพอดีกับที่ออมจะเข้าห้องน้ำเสร็จเป็นคนแรก (ออมตื่นตีสาม) จริง ๆ ก็ตื่นพร้อมกับที่นาฬิกาออมดัง ลืมตามาแพพนึง มีสายเข้า ... ปรากฏว่าเป็นครู โทรมาบอกให้กินขนมปังไปสองแผ่น
ล้อหมุนจากที่พักตีสี่ ถึงสนามตีสี่ครึ่งแทบไม่ได้วอร์ม ฝากกระเป๋าให้ออมเอาไปฝากที่จุดรับฝากของ แล้วจ๊อกไปหาห้องน้ำ โรคนี้ไม่หายซักที อยู่ที่พักดีดี ถ่ายไม่ค่อยจะออก พอถึงสนามปุ๊บ ข้าศึกชอบมาจ่อประตูเมือง -_-''
ทำธุระเรียบร้อย ออกมาสไตรด์ได้แค่สี่เที่ยว ก็ได้ยินเสียงเรียกไปเช็คอิน วอร์มเวิร์ม ยืดหย่งยืดเหยียดไม่ต้องทำกันละ ผิดสเต็ปนะนี่
ยืนเต้นหน้าเส้นไม่นานก็ได้เวลาปล่อยตัว .. เจอพี่ปู (กัญ คูสุวรรณ) ขาแรงที่หน้าเส้น ได้คุยกันนิดหน่อย หลังปล่อยตัว ก็ทันได้เห็นหลังพี่ปูแค่สองสามร้อยเมตร แล้วพี่ปูก็จากไปในความมืดซะแล้ว แง ๆ
ตอนแรก ก็ว่าจะเอาไฟฉายติดไม้ติดมือไปด้วย ค่าที่ว่า ผู้มีประสบการณ์แข่งสนามนี้เมื่อปีที่แล้วบอกไว้ว่ามันค่อนข้างมืด ออมอุตส่าห์เอาไฟฉายคาดหัวมาให้ ก่อนมาก็อุตส่าห์ลองจนสรุปว่าคาดไว้ที่เอวน่าจะเหมาะสุด แต่ตอนเดินทาง ครูดินกับครูพี่ชายบอกว่า ไม่ต้องเอาไปให้เกะกะหรอก มันไม่จำเป็น วิ่งไปมืด ๆ นั่นแหละ แพพเดียวก็สว่างแล้ว
ก็เลยต้องเชื่อสองครู :D
งานนี้ตั้งใจคุมจังหวะ เอาให้ละม้ายกับวิ่งระยะฟูลเลย แบ่งทีละสิบกิโล แล้วก็คุมจังหวะได้ค่อนข้างดี ช่วงสิบโลแรกพยามบอกตัวเองให้ช้า ๆ สังเกตลมหายใจให้ไหลลื่น มองรอบข้าง ไม่เจอคู่แข่งเพศหญิงเลย รู้สึกสบายใจ ไม่เครียดไม่กังวล สนุกกับการไหลลงเนินมาก ๆ ปล่อยให้โลกช่วยดึง ... สิบโลถัดมาก็ยังจังหวะดีอยู่ ดูเวลากิโลต่อกิโล บวกลบช่วงขึ้นเนินลงเนิน เฉลี่ยดูไม่เกินเป้าที่ตั้งไว้ สบายใจไปอีกเปลาะ ... ก่อนจะกลับตัว พี่ปูวิ่งสวนมา ตะโกนบอกว่า "นกไม่ต้องรีบ ยังเป็นคนที่สองอยู่" -- ต้องขอบคุณพี่ปู นับตัวให้น้องด้วย ก็เคาะจังหวะเท่าที่ยังวิ่งสบายด้วยลมหายใจที่ไหลลื่น ไม่รีบ ไม่เร่ง ไม่เครียด เพลินกับบรรยากาศรอบ ๆ
เข้าสิบโลที่สามอยากจะเร่งขึ้นนิดนึงตามแผนที่วางไว้ แต่ก็เร่งได้แค่ช่วง กม. ๒๑-๒๓ หลังจากนั้นเจอเนิน ก็วิ่งหนืด ๆ ไป ยังใจเย็นเพราะยังไม่เห็นใคร แอบสบายใจที่อาการเสียดท้องไม่เกิดขึ้นเลย จริง ๆ ห้าโลสุดท้ายอยากเร่งขึ้นอีกหน่อยแต่ขาล้าขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว มาเร่งได้สองโลสุดท้ายตามสูตร
ผลเป็นดังนี้
4:31.87 / 4:51.23 / 5:39.77 / 4:34.85* / 5:06.97 / 5:00.06 / 4:58.09 / 5:15.39 / 5:17.23 / 5:21.04 / 5:07.45 / 5:00.99 / 5:21.19 / 5:37.85* / 4:31.18 / 5:17.18 / 5:10.38 / 5:12.83 / 5:11.61 / 5:18.02* / 5:08.16 / 4:54.93 / 5:12.13 / 5:25.58* / 5:27.20 / 5:29.62 / 4:48.61 / 5:18.46 / 5:23.81 / 5:31.23 / 5:28.07 / 5:08.06
*จิบน้ำ
เข้าเส้นชัยที่ 2:44.xx (ตามป้ายเวลาที่สนาม) ขาดอีกร้อยกว่าเมตร จึงวิ่งต่อให้ครบ ๓๒ กม. เข้าเป็นลำดับที่ ๒ ของรุ่นอายุ เข้าเส้นก็วิ่งเลยไป ไม่ได้รับป้าย น้องทหารต้องวิ่งตามเอาป้ายและเหรียญมาให้ เจอน้องปลาเอาน้ำมาเสิร์ฟถึงที่ -- ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้-- คูลดาวน์นิดหน่อย ยืดเหยียด หาน้ำดื่มอีกแก้ว แล้วไปรายงานตัว น้องทหารบอกว่า ๙ โมงให้ไปที่ปะรำพิธี ก็เลยเดินไปหาที่อาบน้ำ
แล้วก็บุญดีเหลือเกิน เจอแม่หวังระหว่างทาง แม่หวังพาไปอาบน้ำห้องทหารเวร ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องแย่งห้องน้ำกับใคร สบายใจสุด ๆ
ในที่สุดก็สำเร็จ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ในระยะใกล้ชิด ใกล้กว่าตอนรับปริญญาทั้งสองครั้งอีก .. ครั้งหนึ่งในชีวิตนักวิ่งตัวเล็ก ๆ อย่างเรา คิดถึงทีไรก็ขนลุกด้วยความปลื้มปิติไม่หาย
ขอบคุณทุกสิ่งอย่าง ที่ทำให้ชีวิตเดินมาถึงวันนี้
ขอบคุณจริง ๆ
+++ ยังไม่แปะรูปละนะฮะ ไว้ว่าง ๆ ค่อยคุ้ยมาแปะ +++
++ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ... ทิ้งข้อความไว้บ้างก็ได้นะคะ ++