แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ super half marathon แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ super half marathon แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Khao Cha Ngok Super Half Marathon 2015 : My 18th (Super) Half Marathon

นอนก่อนสามทุ่ม ตื่นตีสาม

ถึงสนามก่อนตีสี่นิดหน่อย ฝากของ เข้าห้องน้ำ วอร์มอัพ ๒ กม. ดริลท่าละเที่ยว สไตรด์ ๔ เที่ยว แล้วไปยืนรอปล่อยตัวก่อนเวลา ๑๕ นาที ยืนคอยจนตัวเกือบจะเย็น

ปล่อยตัววันนี้พยายามไม่เร่งตามคนข้างหน้ามากนัก พยายามรักษาจังหวะที่ตั้งเป้าไว้ในใจว่า ... ถ้าหากอยากจะวิ่งระยะมาราธอนให้ได้ในสามชั่วโมงครึ่ง(ซึ่งประกาศกร้าวไว้เมื่อวันที่ผลบอสตันออก--ประกาศด้วยความแค้นแฝงไว้นิดหน่อย) ก็คือจะต้องวิ่งที่เพซเฉลี่ยห้าถ้วนตลอดระยะ ๔๒ กิโลเมตร ... วันนี้ลงสนามระยะ ๓๒ กิโลเมตร ถือเป็นการทดลอง ว่าจะวิ่งเฉลี่ยที่เพซห้าถ้วนไหวซักแค่ไหน จะรักษาเพซในใจนี้ได้ถึงกิโลเมตรที่เท่าไหร่ เพื่อจะได้เป็นฐานในการซ้อมครั้งหน้า

ด้วยความที่สนามนี้มีเนิน สลับมีขึ้น มีลง ... เหมือนชีวิตคนเราเลยเนอะ .... จะรักษาเพซห้าทุก ๆ กิโลเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ มันต้องมีจังหวะหนืดในขาขึ้น และ จังหวะวิ่งฉิวให้โลกช่วยดึงในขาลง ดังนั้น จึงกะว่าจะเฉลี่ย ๆ เอา ด้วยเป้าหมายทีละ ๕ กม. เฉลี่ยเพซห้า นั่นคือ ๕ กิโลเมตรละ ๒๕ นาที

ออกตัวมาได้ซักแป๊บ ได้ยินเสียงทัก "พี่นก หวัดดีครับ" ไอ้เราก็หยิ่งตามสไตล์ ไม่หันไปมองให้เสียสมาธิ ได้แต่พูดตอบไปเนิบ-เนิบว่า "หวัดดี" แล้วน้องคนที่ทักนั้นก็แซงขึ้นมา พูดต่ออีกนิดว่า "ผม ป๊อกครับ" หางตาเหลือบไป อั้ยย่ะ พี่ป๊อกแห่งคลับ ๔๒.๑๙๕ ฯ และห้องแบ่งปันฯ ในตำนาน หางตาเห็นพี่เขายกมือสวัสดีด้วย กรี๊ดดดดด หยิ่งไม่เข้าเรื่องแล้วไงล่ะ ตะโกนไปอีกรอบ "สวัสดีค่ะพี่ป๊อกกกกก" แฮ่ น้องขอโทษ

ห้ากิโลแรกสวย ๆ ทำเวลาทดไว้ ๕๐ วิ พอถึงกิโลที่สิบ ที่ทดไว้เหลือ สามสิบวิ กิโลสิบห้า เหลือประมาณ สิบวิ กิโลยี่สิบ ที่ทด ๆ ไว้ก็หมดพอดี วิ่งไปอีกพักก็กลับตัวรับเช็คพอยท์ พอถึงกิโลยี่สิบห้า เริ่มเกินมานาทีเต็ม ๆ ใจก็คิดว่า เพซขนาดนี้ วันนี้คงได้แค่นี้ ที่เหลือ เอาแค่ไม่ร่วงน่าเกลียดมากก็พอ  ก็ไปได้อีกสองสามโล พอถึงสี่โลสุดท้าย ขามันไม่ใช่ของเราละ เพซตกลงไปเลวร้ายสุดถึง ๕:๔๔ เลยทีเดียว แต่ตอนนั้นคือหลังจากที่ใจมันปล่อยแล้ว ข้างหน้าไม่มีใครให้เร่งแซง (คือถูกที่ ๑ โอเวอร์ออลทิ้งไปเป็นกิโล) ข้างหลังก็ไม่มีใครให้วิ่งหนี ก็เลยไปเรื่อย ๆ นึกถึงบทสวดมนต์เพื่อให้ลืมว่าขามันล้าแค่ไหน ดึงใจไปจ่อกับบทสวดแทน

จริง ๆ แล้วก็นับก้าวมาเรื่อย ๆ แต่พอเจอพี่อู๊ด (นรสิงห์) ที่ทักว่าคนแรกป่าว (ประมาณกิโลที่ ๒๘) แล้วก็ส่ายหน้าตอบพร้อมชูมือเป็นตัววีเพื่อบอกว่าที่สอง จากนั้นก็ลืมตัวเลขที่นับ ก็เลยคิดว่าเอาใจไปไว้กับบทสวดมนต์ละกัน ตอนแรก จะสวดอิติปิโสฯ แล้วมันสะดุดคือแบบ ...

อิติปิโส  (อะไรต่อนะ) -- แทนที่จะท่อง ภะคะวา ต่อ ใจท่องเป็น อิติปิโสวิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิฯ (บทคาถามงกุฏพระพุทธเจ้า) เฉยเลย ... ก็เลยท่องบทนี้ไปเรื่อย ๆ จนเข้าเส้น


เข้าเส้นแล้วปรากฏว่าระยะยังไม่เต็ม ๓๒ กม. อาจจะเพราะการ์มินเพี้ยน (คือมันเพี้ยนเล็กน้อยประจำเป็นปกติอยู่แล้ว) อาจจะเพราะมีตัดถนนไปมาบ้างนิดหน่อย .. ก็เลยวิ่งต่อจนครบ ๓๒ เต็ม ๆ (โรคจิตนิดหน่อย) ... เวลาสนามคือ ๒ ชั่วโมง ๔๓ นาทีต้น ๆ แต่พอวิ่งต่อจนครบ เศษวินาทีก็ปาไปเกือบเต็ม ๔๔ นาที

อย่างไรก็ดี ถือว่าเร็วกว่าปีที่แล้วถึง ๒ นาที ทำ new PB ของสนามไปโดยปริยาย เข้าเส้นเป็นที่ ๑ ของรุ่นอายุ ๔๐-๔๔ ปี เป็นอันดับ ๒ โอเวอร์ออล ซึ่งตามอันดับ ๑ ถึงหกนาที .. แหะ ตามกันเป็นกิโลเลย -_-''

เวลาแต่ละกิโลเป็นดังนี้

4:48.37 / 4:53.38 / 5:30.61 / 4:31.14 / 4:57.37 /
4:55.79 / 4:43.34 / 5:00.84* / 5:03.00 / 5:07.30 /
4:45.56 / 4:46.29 / 5:10.41 / 5:31.31 / 4:38.67 /
5:12.71* / 5:05.64 / 5:10.49 / 5:11.23 / 5:02.45 /
4:56.25 / 4:51.67 / 5:09.44 / 5:25.83* / 5:19.66 /
5:13.94 / 5:01.48 / 5:23.07 / 5:29.12 / 5:37.73 /
5:44.14 / 5:24.93

* จิบน้ำ

วิ่งเสร็จแล้ว จ๊อกเบา ๆ เป็นการคูลดาวน์ จังหวะนี้ขาลากมากแทบจะก้าวขาจ๊อกไม่ออก ก็เลยยืดเหยียดหน่อย ๆ ไปรายงานตัว แล้วก็อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย เตรียมตัวเข้าเต็นท์รอรับพระราชทานใบประกาศฯ และรับถ้วย

จบไปอีกรายการ ... แม้จะไม่ได้ดังเป้า ก็ฟินนะ อย่างน้อย ก็ได้นิวพีบี :D


อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Khao Cha Ngok Super Half Marathon 2014 : My 14th (Super) Half Marathon

งานวิ่งเขาชะโงก ปีนี้จัดขึ้นวันที่ ๒ พฤศจิกายน

ตั้งใจมาก ๆ กับการลงแข่งสนามนี้ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งคือ เป็นเกียรติประวัติสูงสุดในชีวิตนักวิ่งกับการที่จะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ที่เรารัก (ถ้าติดอันดับ) สองคือ เป็นการเตรียมตัวสำหรับการวิ่งระยะฟูลมาราธอนปลายปี

การซ้อมสองครั้งก่อนลงสนาม ที่ระยะ ๒๕ กม. และระยะ ๒๘ กม. ไม่ค่อยได้ดังใจเท่าไหร่ คือที่ระยะ ๒๕ กม. ตั้งเป้า ๒ ชั่วโมง ๘ นาที แต่วันที่ซ้อม ทำได้ที่ ๒ ชั่วโมง ๙ นาที ๓๑ วิ ส่วนระยะ ๒๘ กม. ตั้งเป้าไม่เกิน ๒ ชั่วโมง ๒๕ นาที เอาเข้าจริง ปาไป ๒ ชั่วโมง ๓๒ นาที เพราะดันเสียดท้องตั้งแต่ กม. ๒๑ ... กัดฟันวิ่งจนจบก็บุญหนักหนาแล้ว

ดังนั้น ก็เลยแอบกังวลนิดหน่อย .. ตั้งเป้าไว้ว่าระยะ ๓๒ กม. ของสนามนี้ อยากทำเวลาต่ำกว่า ๒ ชั่วโมง ๕๐ นาที เพราะว่าตั้งเป้าระยะฟูลที่เลขเรียง ๓:๔๕ หวังไว้ว่า ห้าสิบห้านาที กับอีกสิบโลที่เหลือน่าจะพอถูไถ (ไหมนะ?--ที่จริงก็หมิ่นเหม่ไปหน่อย เพราะว่าฟูลมาราธอนแรกนั้น ช่วงท้าย ปาไปหกกว่า ๆ เลยเชียวนะ)

แต่ก็นั่นแหละ ตั้งเบา ๆ ไว้ก่อน จะได้มีแรงพุ่งชนเป้าหมาย

...

ค่ำก่อนวันแข่ง แวะกินมื้อเย็นร้านตามสั่งแถวที่พัก ตอนแรกว่าจะกินสุกี้น้ำ แต่งานนี้ ครูดินไม่ให้ผ่าน บอกว่าให้เปลี่ยนเป็นเมนูข้าว เพราะพรุ่งนี้วิ่งมาก ๆ ต้องสะสมพลังงานไว้เยอะ ๆ ... ก็เลยเปลี่ยนเป็นข้าวกะเพราเห็ด เสริมพลังด้วยไข่เจียวอีกหนึ่งฟอง จัดไป

คืนนั้น เข้านอนสามทุ่ม ตั้งนาฬิกาไว้ตีสามยี่สิบ กะว่าน่าจะพอดีกับที่ออมจะเข้าห้องน้ำเสร็จเป็นคนแรก (ออมตื่นตีสาม) จริง ๆ ก็ตื่นพร้อมกับที่นาฬิกาออมดัง ลืมตามาแพพนึง มีสายเข้า ... ปรากฏว่าเป็นครู โทรมาบอกให้กินขนมปังไปสองแผ่น

ล้อหมุนจากที่พักตีสี่ ถึงสนามตีสี่ครึ่งแทบไม่ได้วอร์ม ฝากกระเป๋าให้ออมเอาไปฝากที่จุดรับฝากของ แล้วจ๊อกไปหาห้องน้ำ โรคนี้ไม่หายซักที อยู่ที่พักดีดี ถ่ายไม่ค่อยจะออก พอถึงสนามปุ๊บ ข้าศึกชอบมาจ่อประตูเมือง -_-''

ทำธุระเรียบร้อย ออกมาสไตรด์ได้แค่สี่เที่ยว ก็ได้ยินเสียงเรียกไปเช็คอิน วอร์มเวิร์ม ยืดหย่งยืดเหยียดไม่ต้องทำกันละ ผิดสเต็ปนะนี่

ยืนเต้นหน้าเส้นไม่นานก็ได้เวลาปล่อยตัว .. เจอพี่ปู (กัญ คูสุวรรณ) ขาแรงที่หน้าเส้น ได้คุยกันนิดหน่อย หลังปล่อยตัว ก็ทันได้เห็นหลังพี่ปูแค่สองสามร้อยเมตร แล้วพี่ปูก็จากไปในความมืดซะแล้ว แง ๆ

ตอนแรก ก็ว่าจะเอาไฟฉายติดไม้ติดมือไปด้วย ค่าที่ว่า ผู้มีประสบการณ์แข่งสนามนี้เมื่อปีที่แล้วบอกไว้ว่ามันค่อนข้างมืด ออมอุตส่าห์เอาไฟฉายคาดหัวมาให้ ก่อนมาก็อุตส่าห์ลองจนสรุปว่าคาดไว้ที่เอวน่าจะเหมาะสุด แต่ตอนเดินทาง ครูดินกับครูพี่ชายบอกว่า ไม่ต้องเอาไปให้เกะกะหรอก มันไม่จำเป็น วิ่งไปมืด ๆ นั่นแหละ แพพเดียวก็สว่างแล้ว

ก็เลยต้องเชื่อสองครู :D

งานนี้ตั้งใจคุมจังหวะ เอาให้ละม้ายกับวิ่งระยะฟูลเลย แบ่งทีละสิบกิโล แล้วก็คุมจังหวะได้ค่อนข้างดี ช่วงสิบโลแรกพยามบอกตัวเองให้ช้า ๆ สังเกตลมหายใจให้ไหลลื่น มองรอบข้าง ไม่เจอคู่แข่งเพศหญิงเลย รู้สึกสบายใจ ไม่เครียดไม่กังวล สนุกกับการไหลลงเนินมาก ๆ ปล่อยให้โลกช่วยดึง ... สิบโลถัดมาก็ยังจังหวะดีอยู่ ดูเวลากิโลต่อกิโล บวกลบช่วงขึ้นเนินลงเนิน เฉลี่ยดูไม่เกินเป้าที่ตั้งไว้ สบายใจไปอีกเปลาะ ... ก่อนจะกลับตัว พี่ปูวิ่งสวนมา ตะโกนบอกว่า "นกไม่ต้องรีบ ยังเป็นคนที่สองอยู่" -- ต้องขอบคุณพี่ปู นับตัวให้น้องด้วย ก็เคาะจังหวะเท่าที่ยังวิ่งสบายด้วยลมหายใจที่ไหลลื่น ไม่รีบ ไม่เร่ง ไม่เครียด เพลินกับบรรยากาศรอบ ๆ

เข้าสิบโลที่สามอยากจะเร่งขึ้นนิดนึงตามแผนที่วางไว้ แต่ก็เร่งได้แค่ช่วง กม. ๒๑-๒๓ หลังจากนั้นเจอเนิน ก็วิ่งหนืด ๆ ไป ยังใจเย็นเพราะยังไม่เห็นใคร แอบสบายใจที่อาการเสียดท้องไม่เกิดขึ้นเลย จริง ๆ ห้าโลสุดท้ายอยากเร่งขึ้นอีกหน่อยแต่ขาล้าขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว มาเร่งได้สองโลสุดท้ายตามสูตร

ผลเป็นดังนี้
4:31.87 / 4:51.23 / 5:39.77 / 4:34.85* / 5:06.97 / 5:00.06 / 4:58.09 / 5:15.39 / 5:17.23 / 5:21.04 / 5:07.45 / 5:00.99 / 5:21.19 / 5:37.85* / 4:31.18 / 5:17.18 / 5:10.38 / 5:12.83 / 5:11.61 / 5:18.02* / 5:08.16 / 4:54.93 / 5:12.13 / 5:25.58* / 5:27.20 / 5:29.62 / 4:48.61 / 5:18.46 / 5:23.81 / 5:31.23 / 5:28.07 / 5:08.06

*จิบน้ำ

เข้าเส้นชัยที่ 2:44.xx (ตามป้ายเวลาที่สนาม) ขาดอีกร้อยกว่าเมตร จึงวิ่งต่อให้ครบ ๓๒ กม. เข้าเป็นลำดับที่ ๒ ของรุ่นอายุ เข้าเส้นก็วิ่งเลยไป ไม่ได้รับป้าย น้องทหารต้องวิ่งตามเอาป้ายและเหรียญมาให้ เจอน้องปลาเอาน้ำมาเสิร์ฟถึงที่ -- ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้-- คูลดาวน์นิดหน่อย ยืดเหยียด หาน้ำดื่มอีกแก้ว แล้วไปรายงานตัว น้องทหารบอกว่า ๙ โมงให้ไปที่ปะรำพิธี ก็เลยเดินไปหาที่อาบน้ำ

แล้วก็บุญดีเหลือเกิน เจอแม่หวังระหว่างทาง แม่หวังพาไปอาบน้ำห้องทหารเวร ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องแย่งห้องน้ำกับใคร สบายใจสุด ๆ

ในที่สุดก็สำเร็จ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ในระยะใกล้ชิด ใกล้กว่าตอนรับปริญญาทั้งสองครั้งอีก .. ครั้งหนึ่งในชีวิตนักวิ่งตัวเล็ก ๆ อย่างเรา คิดถึงทีไรก็ขนลุกด้วยความปลื้มปิติไม่หาย

ขอบคุณทุกสิ่งอย่าง ที่ทำให้ชีวิตเดินมาถึงวันนี้

ขอบคุณจริง ๆ

+++ ยังไม่แปะรูปละนะฮะ ไว้ว่าง ๆ ค่อยคุ้ยมาแปะ +++
++ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ... ทิ้งข้อความไว้บ้างก็ได้นะคะ ++

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Wangkhanai Super Half Marathon : My 11th (Super) Half Marathon


นัดกันแปดโมงสิบห้า ล้อหมุนแปดครึ่ง คราวนี้ไปถึงจุดนัดพบก่อนเวลา ไปถึงก็เจอว่า พี่จิ๋ม เทพ ติ ยืนรออยู่แล้ว พี่จิ๋มชวนไปเข้าห้องน้ำ  แล้วก็แวะซื้อกาแฟให้ออ ออม และครูดิน 

 

กลับมาที่จุดนัดพบอีกที จิ๊บกับหนก มาถึงแล้ว ยังขาดวันวันอีกคนเดียว

 

พอสมาชิกครบก็ได้เวลาล้อหมุน ... แวะกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา / ข้าวหมูแดงกันที่ปฐมโภชนา ที่ประจำเมื่อเดินทางมาสายราชบุรี-กาญจนบุรี อิ่มแล้วก็เดินทางต่อ บนรถ เปิดหนังแผ่นเรื่อง Bhag Milkha Bhag เรื่องราวของนักวิ่งทีมชาติอินเดีย ตั้งแต่วัยเด็ก เติบโต จนติดทีมชาติได้เหรียญทองโอลิมปิก

 

แต่เปิดทิ้งไว้โดยที่ไม่ค่อยได้ดูกันหรอก หนักไปทางคุยกันเมาท์กันซะมากกว่า กิกิกิ

 

ถึงวัดวังขนายฯ อันเป็นจุดจัดงานใกล้ ๆ เที่ยง เปิดบูธรับสมัครวารสาร Thai Jogging แล้วสลับกันไปกินอาหารกลางวันที่ทางเจ้าภาพจัดเลี้ยง มีขนมจีนแกงเขียวหวาน ผัดผัก ไข่พะโล้ โอ้ อิ่มอร่อยสำราญบานตะไท

 

ตกบ่ายแก่ ๆ จึงย้ายร่างกันเข้าที่พัก พักผ่อนกันเล็กน้อย ก่อนออกมาหม่ำข้าวต้มมื้อค่ำ

 

คืนนั้นนอนสามทุ่มตื่นตีสาม ไม่ได้จับชีพจร ออกมาจ๊อกวอร์มบนสนามหญ้าหน้าที่พักกระตุ้นลำไส้ ปรากฏว่าสนามเปียกจากฝนเมื่อคืน วิ่งไปได้หน่อยรู้สึกว่าความชื้นแทรกตัวเข้ารองเท้า ก็เลยหนีไปจ๊อกบนถนนหลังห้องพักแทน แต่วิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่ หมาเห่าแถมวิ่งไล่อีก เลยวิ่งหนีหมาไปจ๊อกอยู่กับที่หน้าห้อง อนาถจริงชีวิตนักวิ่งคลอดยาก -_-''

 

ตีสี่ พร้อมรบ ขึ้นรถตู้ไป ณ จุดจัดงาน ฝากของแล้ว วอร์มอัพ ๑.๓ กม. กายบริหาร ยืดเหยียด สไตรด์ ๕ เที่ยว แล้วไปยืนรอปล่อยตัวหน้าเส้น

 

ปล่อยตัวตีห้าเป๊ะ ออกตัวเร็วตามบรรยากาศการแข่งขัน ถนนค่อนข้างมืด บางช่วงไม่มีแสงไฟ แต่พอเงยหน้าขึ้นไปก็ปะทะแสงดาววิบวับ ดาวเกลื่อนฟ้า ดาวเต่ากับดาวไถลอยอยู่เหนือศีรษะ แหม่ ช่างงดงามจริง ๆ กิโลแรกก็เร็วดีอยู่หรอก พอกิโลสองค่อย ๆ ผ่อนลง ดูลมหายใจ จับจังหวะ วิ่งไปเรื่อย ๆ ผ่อนบ้าง เร่งบ้าง ไปจิบน้ำครั้งแรกที่ กม. ๘ พระอาทิตย์เริ่มทอแสงทองอยู่ทางเบื้องขวา แสงสีทองแดงจับท้องฟ้า ตัดกับสีเขียว ๆ ของท้องนา สวยงามจับใจ แม้จะวิ่งเร็วก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสยลความงามของธรรมชาตินะ :)

 

พอช่วงกิโลที่ ๑๔-๑๕  ก็มาถึงบันไดวัดถ้ำเสือที่ร่ำลือ ... วิ่ง ๆ ไป เอ๊ะ ก็ไม่เท่าไหร่นี่นา.. มารู้ทีหลังว่า ที่เค้าร่ำลือกันน่ะ คือบันไดหน้าวัด แต่ปีนี้เขาเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นบันไดหลังวัด ก็เลยไม่ได้ชัน ไม่ได้ขั้นบันไดเยอะอย่างที่แอบหวั่นใจในทีแรก แต่กระนั้นเพซก็ตกไปที่ ๖ กว่า ๆ เลยทีเดียว
Green Runner

 

ผลการวิ่งแต่ละกิโลเป็นดังนี้

 

4:34.17 / 4:57.99 / 5:05.88 / 4:54.11 / 4:55.26 / 5:03.33 / 4:58.45 / 4:56.74 / 5:05.97* / 5:14.09 / 5:12.42 / 5:01.76 / 5:08.48 / 5:01.48 / 6:11.48* / 4:56.65 / 4:54.51 / 5:11.96 / 5:13.12* / 5:05.02 / 5:21.39 / 5:10.00 / 5:11.43 / 5:02.34 / 3:45.88 (0.44 m.) (ลืมกดนาฬิกา)
 
*จิบน้ำ
 

เวลารวม ๒:๐๔.xx ชั่วโมง เข้าที่ ๑ โอเวอร์ออลหญิงระยะ ๒๔ กม.

 

เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์ ๑ กม. ยืดเหยียด กายบริหาร ถ่ายรูป เมาท์มอย ฯลฯ

 






ถ่ายกับสมาชิกชมรมและครูดิน


* โน้ตไว้หลังแข่ง

 

- นิสัยไม่ดี พอไม่มีคู่แข่ง ไม่มีคนให้ไล่ ไม่มีคนให้หนี ความเร็วก็ดร็อปตามใจฉัน เพซตกแบบที่ไม่ได้เป็นเนินซะหน่อย แง่ม ๆ


ป.ล. งานนี้ได้นำเงินอัดฉีด ที่ได้จากการทำนิวพีบีงานพัทยามาราธอน มาร่วมทำบุญช่วยผู้ป่วยยากไร้ของวัดวังขนาย จำนวน ๑๐,๒๐๐ บาทถ้วน