วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

Berlin Marathon 2016 : My 5th Marathon (I)

เสน่ห์ของมาราธอน อยู่ที่การตัดสินใจระหว่างทาง
...
ขึ้นหัวข้อไว้เช่นนั้น เพราะมาราธอนครั้งนี้--ครั้งที่ห้า--สอนไว้
[ทดไว้หน่อย
หนึ่ง สิงคโปร์ ธันวา 2013
สอง เชียงใหม่ ธันวา 2014
สาม โตเกียว กุมภา 2015
สี่ ขอนแก่น มกรา 2016]
...
แรกเริ่มเดิมทีนั้นตั้งใจไว้ ว่ามาราธอนครั้งนี้ ตั้งใจจะทำ Personal Best ให้ได้
สถิติเดิมอยู่ที่ 3:41:25 ถ้าครั้งนี้ทำได้ 3:40:00 ก็บรรลุเป้าหมายแล้ว
แต่ในใจแอบหวังสูงไว้กว่านั้น

ค่าที่ใคร ๆ ก็พูดกันว่า สนามเบอร์ลินมาราธอน เป็นสนามที่วิ่งง่าย
Flat -- คือราบเรียบ & Fast -- ใคร ๆ ก็มาทำสถิติโลกกันที่นี่
สมน้ำหน้านักที่เชื่อ "ใคร ๆ" เขา จนไม่ได้ทำการบ้านหาข้อมูล elevation ของสนาม

วันเสาร์ที่ ๒๔ กันยายน : วันรับบิบ

ตื่นแต่เช้าแล้วไปงานเอ็กซ์โป ไปยืนรอประตูเปิดเกือบยี่สิบนาที
ถึงกระนั้น ก็มีหมู่นักวิ่งมาร่วมยืนรอกันจำนวนไม่น้อย
งานเอ็กซ์โปที่นี่เป็นงานใหญ่ มีผู้มาร่วมจัดงานเยอะมาก
ความกว้างใหญ่มีถึง ๗ ฮอลล์ เรา--ออมกะนก--ตกลงกันไว้ว่ารับบิบให้เรียบร้อยค่อยมาเดินดูของ

ขั้นตอนการรับบิบเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว
มีการตรวจสอบ start card และ พาสปอร์ตก่อนอนุญาตให้เข้าในส่วนที่รับบิบ
มีการมอบแถบรัดข้อมือ (ป้ายผ้าของงานที่รัดพอดีข้อมือโดยเครื่องอัตโนมัติ) เพื่อเป็นสัญลักษณ์
ซึ่งทางผู้จัดการแข่งขันแจ้งให้ใส่ไว้จนกระทั่งวิ่งจบ
ที่สำคัญ เลือกแถวที่ผู้รัดแถบข้อมือหน้าตาเป็นที่ถูกใจได้ด้วย (//ปาดน้ำลาย)

รัดแถบข้อมือเสร็จแล้ว ก็เข้าแถวรับบิบ
มีการตรวจสอบพาสปอร์ต หันหน้าจอมาให้เช็คข้อมูลว่าถูกต้อง
แล้วก็ได้รับถุงยังชีพ ซึ่ง เป็นถุงพลาสติกใบใหญ่ ไว้ให้ใช้ใส่เสื้อผ้าและสิ่งของที่จะฝากในวันวิ่ง
พร้อมทั้งสติ๊กเกอร์พิมพ์ชื่อและหมายเลขบิบของเราไว้ให้แปะที่ถุง
ในถุงมีเสื้อที่สั่งไว้ตั้งแต่ตอนลงทะเบียน ไม่ว่าจะเป็น event t-shirt / finisher t-shirt / jacket
มีชิพให้ติดไว้ที่รองเท้า แล้วก็มีคูปองลดราคาสินค้า มูลค่า ๕ ยูโร

ได้รับของเรียบร้อยก็เดินช็อป
งานนี้เป็นงานใหญ่ก็จริง แต่ทางยุโรปนี่ไม่ค่อยมีของมุ้งมิ้งให้ซื้อฝากเพื่อน ๆ นักวิ่งเหมือนงานโตเกียว
คือฝั่งโตเกียวนี่ นอกจากเสื้อผ้า รองเท้า (ซึ่งนับเป็นของใหญ่ราคาแรง) แล้ว
เค้าก็จะมีผ้าขนหนู หมวก ถุงมือ ถุงผ้า ที่ติดบิบ นู่นนี่
ทางนี้จะแบบ เสื้อ กางเกง รองเท้า แล้วก็หนักไปทาง energy gel / electrolite ซะมาก

ก็เลยไม่ได้มีของอะไรติดไม้ติดมือมากนัก
จะซื้อรองเท้าให้ตัวเองก็ยังขี้เกียจขนกลับมา
รองเท้าสัญลักษณ์งานเป็นแบรนด์ที่ไม่ถูกจริตด้วยแหละ
ก็เลยไม่ซื้ออะไรเพิ่ม ไม่นับแจ๊กเก็ตและเสื้อฟินิชเชอร์ที่สั่งไว้แต่แรกอะนะ
อ้อ ได้ถุงเท้า CEP มาลองใส่เล่น ๆ คู่นึง ค่าที่อยากได้อะไรที่มัน made in Germany บ้าง
เดินวน ๆ ซื้อของเสร็จก็เอาของไปเก็บโรงแรม แล้วออกไปสำรวจจุดปล่อยตัวกัน

...

อยากให้ดูแผนที่ประกอบนิดนึงค่ะ จุดที่ปักหมุดคือ Berlin main station
ภาษาเยอรมันเค้าเรียก Berlin Hauptbahnhof ค่ะ
จุด A คือโรงแรมที่เราเลือกจอง -- อันที่จริงต้องยกความดีให้ออม เพราะออมเป็นคนจัดการค่ะ
ข้ามถนนไปก็ถึงสถานีรถไฟ ซึ่ง มันดีงามมาก
(จริง ๆ แล้วมันดีงามกว่าที่คิดอีก เดี๋ยวเฉลย)



เราก็เลยเอาของไปเก็บ พักแป๊บนึง แล้วเดินข้ามถนนมาสถานีรถไฟ เพื่อนั่งรถไฟไปสองสถานี
ประมาณจุด B ในแผนที่ ตามที่แอพ Berlin Marathon แนะนำไว้ในหัวข้อ Getting there
โผล่ไปก็เดินไปตามทาง ไปจนเจออนุสาวรีย์สีทอง "Siegessaule" (จุด C)
ถึงตรงนี้ก็จะเห็นเค้ากั้นถนน จัดเป็นบล็อก เดินไล่ไปจากบล็อก A จนถึงบล็อก F แล้วหมดแค่นั้น
บล็อก G ล่ะ หายไปไหน ...ไอ้ฉันปล่อยตัวบล็อก F ก็อุ่นใจละ
แต่ออมนี่สิ อยู่บล็อก G ละหาบล็อก G ไม่เจอ
เดินดุ่ม ๆ จนไปท้าย ๆ แถว ตรงนั้นเค้ากำลังแข่งสเก็ตกันอยู่

สนามเบอร์ลินมาราธอนมีการแข่งขันระยะมาราธอนสองชนิดกีฬาค่ะ
หนึ่งสเก็ต แข่งวันเสาร์ที่ ๒๔ กันยา และสอง แข่งวันอาทิตย์ที่ ๒๕ กันยา
ตอนที่เราไปนั่น สเก็ตแข่งเสร็จกำลังจะประกาศรางวัลกันค่ะ

ซึ่งตอนนั้นเค้าจะกั้นพื้นที่ส่วนนึงไม่ให้เข้า
เพราะเป็นบริเวณที่มีการแข่งขันกันอยู่
ก็เจอเจ้าหน้าที่คนนึงแถวนั้น ก็ถามเค้า เค้าก็บอกว่า
Yeah... it should be around here and the sign should be installed but you know, this is how Germany organized..

คือบั่บ ฮีแอบบ่นให้ฟังง่าาา
ก็เลย เออ เข้าใจอารมณ์ เอาเป็นว่า พรุ่งนี้มาตรงนี้ละกัน

ทีนี้ ตรงที่เดินมาถึงนี่ก็ไกลจากสถานีที่เรามาลงมากแล้ว ก็เลยมอง ๆ ว่าจะไปสถานีที่ใกล้จุดนี้
เดินหาสถานีไปเรื่อย ๆ มองไปมองมาชักคุ้น ๆ แฮะ
เฮ้ย สถานีข้างหน้านี่มัน .. ถ้าข้ามสะพานตรงนี้นี่มัน ก็ Berlin hauptbahnhof แล้วนี่หว่า
แล้วเราจ่ายตังค์ค่ารถไฟกันไปทำไป
แถมซื้อไว้สี่เที่ยวด้วยนะ คือไปกลับวันนี้ แล้วก็ซื้อเผื่อพรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องยุ่งยากด้วยไง
แบบว่างานใหญ่ กลัวคนเยอะงี้ .. กลายเป็นเสียเงินฟรี ฮ่า ๆ

ละออมก็บอกขณะเดินข้ามสะพานกันว่า เออ ออมนึกได้แล้ว ว่าทำไมเปลี่ยนโรงแรมมาเป็นโรงแรมนี้

ค่ะ ขอบคุณ ...

ก็ขำ ๆ กันไป

---

ค่ำวันนั้น นัดหมายกับพี่ต่อไว้เป็นดิบดี (โทษฐานที่ปล่อยตัวบล็อคเดียวกัน) ว่าเราจะวิ่งตามแผน
คือเริ่มที่เพซ 5:10 สิบโลแรก แล้วเช็คสภาพ ถ้าโอเค สิบโลถัดไปจัดที่ 5:05
ผ่านครึ่งทางแล้วยังเหลือ เราจะวิ่งที่เพซห้าถ้วนกัน
คือเอาจริง ๆ เป็นนักวิ่งที่ไม่เคยทำ negative split ได้เลย
เป็นมนุษย์ที่มีแค่ไหน ใส่ไปก่อน ยิ่งเริ่มช้า ท้าย ๆ ก็จะช้าไปอีก
แต่นี่แบบ เฮ้ย มีคนวิ่งด้วย น่าจะช่วยกันประคองไปได้น่า
ก็นอนหลับไป แอบกระหยิ่มไปในคืนนั้น

(ยังมีต่อ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น