เข้านอนสามทุ่ม ตั้งปลุกตีสามสิบห้านาที
.
ตื่นตามเวลาที่ตั้งไว้ ถ่ายหนักไปหนึ่งรอบ (ดีงาม ที่จัดการเรียบร้อยตั้งแต่อยู่ ที่โรงแรม) ตีสี่กินนัตตี้โบ๊ทหนึ่งอัน (มันคือพายใส่สาระพัดถั่ว) แล้วไปขึ้น shuttle bus ไปยังจุดปล่อยตัว
.
ไปถึงสนามตีสี่ครึ่ง ต้องเดินไปฝากของ ใช้เวลาประมาณนึง ตอนนั้นเห็นคิวห้องน้ำยาวเหยียด ก็คิดกันกับอิ๋ว ว่าเราต้องเข้าคิวตอนนี้แหละ ไม่งั้นจะไม่ได้เข้า ซึ่งเห็นแววแล้วว่าถ้าต่อคิว ก็จะไม่ได้วอร์มอัพ ก็เลยวิ่งอยู่กับที่ในคิวนั่ นแหละ ซักพักมีคนเดินมาบอกว่า ด้านในมีห้องน้ำอีกชุดใหญ่ ก็เลยชวนกันจ็อกเข้าไปด้ วยความคาดหวังว่าแถวจะสั้นกว่ านี้
.
แถวสั้นกว่าจริง แต่ไม่มาก มีรถสุขาสองคันจอดอยู่ ห้องน้ำบนรถมีสองฟาก ฟากละห้าห้อง แถวก็น่าจะหดสั้นลงเร็ว แต่ไม่ เพราะว่าห้าห้องที่มี ใช้การได้จริงสองห้อง ต่อคิวจนตีห้าสิบห้าถึงได้เข้า นี่คือลุ้นมาก ยังคงจ็อกวอร์มและยืดเหยียดอยู่ ในแถวเข้าห้องน้ำนี่แล เข้าเสร็จจ็อกไปหน้าเส้น ใกล้เวลามากแล้ว
.
ระหว่างทางเจอโค้ชม้อก ได้คุยกันสองคำ ขอชาร์จพลังจากหมอผีเจ้าถิ่น แล้วแยกไปต่อแถว
.
พยายามแทรกตัวไปหน้าๆ ก็หน้าได้ไม่มาก คนมารอกันเยอะแล้ว ขณะที่ยังลังเลอยู่ว่ าจะแทรกไปอีกหน่อยมั้ย ก็ได้ยินเสียงพิธีกรเชิ ญประธานกล่าวเปิดงาน แล้วก็นับถอยหลัง ห้า สี่ สาม สอง ... เฮ้ย ตอนนั้นเวลา 5:26 น. ปล่อยแล้วเหรออออ ปล่อยก่อนเวลาที่ระบุไว้เกือบห้ านาที ดีนะ กดนาฬิกาเข้าโหมดวิ่งเตรียมไว้ เรียบร้อยแล้ว
.
คนเยอะ ช่วงปล่อยตัวก็จะมัวแต่ หาทางแทรก ตัดสินใจออกข้างๆ ไปวิ่งนอกกรวยที่ตั้งไว้ ไม่งั้นคือมันไม่ได้จังหวะ มันจะช้าไป พอได้จังหวะไหลๆ เหล่มองการ์มิน ตายห่ะ วัตต์พุ่งร้อยเจ็ดสิบ เบาไว้แก ใจเย็นๆ
.
พยายามคุมวัตต์ให้อยู่ในช่วงที่ โค้ชกำหนดให้ สี่ห้าโลแรกก็ยังสวยๆ อยู่ เข้าโลห้าเริ่มปริ่มๆ ขอบล่างละ นี่ขนาดตั้งใจไว้แล้วนะ เป็นจุดอ่อนจริงๆ ช่วงกลางๆ เผลอๆ นี่มันคอยจะเบา ต้องบิ๊วตัวเองอย่างหนัก พยายามฝืนตัวเองให้ได้ ขายังดีงามอยู่ หายใจยังโอเค ถ้าไม่เต็มที่ วิ่งแล้วเหลือมันคือไม่ใช่นะ ไหนต้นอาทิตยฺ์สะกดจิตตัวเองไว้ ว่าไง "วิ่งให้สุดแรงแล้วพบว่าไม่ตาย ดีกว่าวิ่งผ่อนคลายแล้วพบว่าไม่ หมดไง" ไปๆ จัดท่าทาง แล้วใส่แรงลงไปอีก
.
ตอนนี้สังเกตแล้วว่าพอวิ่ งสวนทางลมแล้วเลขวัตต์จะตก ทั้งๆ ที่ความรู้สึกคือเรายังสับขาใส่ แรงลงไปเท่าเดิม คิดแล้วว่าลมมันทอนแรง แต่--นี่คือจุดอ่อนอีกจุ ดของเรา--เราไม่รู้ว่าจะต้ องทำยังไงถึงจะคีพวัตต์ที่ตั้ งไว้ได้ ได้แต่มองมันตกลงไป น่าเสียดายนัก
.
ถึงโลสิบเอ็ด ผ่านครึ่งทางแล้วเช็คตัวเอง อาการยังดี ขายังสบาย หายใจโอเค ครึ่งแรกนี่มันยังไม่มีอะไร เนินที่ผ่านมาก็เล็กๆ สบายๆ พอผ่านครึ่งแรกมาสวยๆ ก็ตกลงใจว่า ครึ่งทางจากนี้จะต้องคุมให้เข้ มกว่าเดิม อย่ายอมอ่อนให้ตัวเองอีก คิดได้ดังนั้นจึงชาร์จพลังตั วเองด้วยการหยิบสปอร์ตบีนส์ที่ เตรียมมาใส่ปากไปสามเม็ด ซึ่งมันอยู่ในปากแบบนั้นจนเกื อบตลอดทาง ให้มันค่อยๆ ละลายไป
.
ระหว่างทางก็มีนักวิ่งบางท่านที่ ฝีเท้าใกล้ๆ กันผลัดกันแซงไปมาให้ได้ หมายตาหมายใจหมายหัวไม่ยอมแพ้กั นและกัน เป็นการบิ๊วตัวเองอีกทางหนึ่ง
.
ช่วง กม. 14-15 เจอโค้ชม้อกมายืนเชียร์ลูกทีม แล้วโค้ชม้อกก็พูดอะไรบางอย่าง ตะโกนกลับไปว่า "ไม่ได้ยิน" สงสาร คม ต้องพูดใหม่อีกรอบ คือฮีบอกว่า พี่เป็นลำดับสอง (ในรุ่น) ตามเขาอยู่สองนาทีครึ่ง ถ้าพี่วิ่งทรงนี้ไปเรื่อยๆ อาจแซงได้ โอ้โห นอกจากจะนับตัวให้ ยังประเมินสถานการณ์ให้อีก ตอนนั้นคิดในใจแค่ว่า เหลืออีกเจ็ดโล อีกแค่ไม่ถึงสามรอบสวนลุมก็ จบแล้ว หลังเจอ คม ก็มาเจอกองทัพนักวิ่งระยะสิ บโลกะห้าโล ทีนี้คนเต็มถนนเลย
.
แต่เราไม่สน เราคุมตัวเองให้อยู่ก็พอ ไม่ได้มาเอาชนะใคร นี่มาลงสนามแบบไม่ได้สนว่ามี ใครอยู่ข้างหน้ากี่คนเลยอะ จริงๆ ก็เห็นชื่อขาแรงในรุ่นอายุตั วเองอยู่(พี่แฝดชลบุรี) แต่รู้ว่าเค้าแรงมาก ป่วยการจะปั่นเท้าตาม มันจะเป็นการฆ่าตัวตายซะเปล่าๆ
.
วิ่งไปอีกไม่เท่าไหร่ เจอน้องแป้ง จริงๆ น้องนำมาตั้งแต่แรกๆ เลย แล้วช่วงกลางๆ เราก็แผ่วจนมองเกือบไม่เห็นน้ องละ ใจก็ไม่ได้คิดว่าแซง แต่นี่เหมือนน้องแผ่ว ก็เลยให้กำลังใจกันและกัน บอกน้องแป้งสู้ๆ แล้วก็จัดการทิ้งน้องไป 555 เราเป็นมนุษย์ไม่กลัวเนิน ชอบมากตอนวิ่งลงเนิน ดังนั้น พอแข็งใจจ็อกขาขึ้นถึงยอดเนิ นได้ ขาลงนี่คือสวรรค์ ไม่ปล่อยโอกาสไปเฉยๆ ทำตัวเบา เอนตัว ปล่อยโลกดึง สับขาให้ทันและไม่วิ่งกระแทก จุดนี้คือฟินมาก ต้องระวังอีกอย่างคือ ระวังคนที่อยู่ข้างหน้า ละนี่คือเจอนักกีฬา ทั้งมินิและฟันรันด้วย แบบ ต้องระวังเด็ก ระวังคนเดิน บางช่วงต้องตะโกนบอกให้เค้าระวั งตัว เพราะเราก็ไม่อยากกดเบรค
.
วิ่งไปอีกพักเจอเอก น้อง ผช ที่มาจากเชียงราย เมื่อคืนแชทกันน้องบอกจะคุมเพซ 4:50 ยังบอกน้องว่าคงเห็นหลังน้องซั กสองสามโล ตอนที่เจอกันนั้นน้องก็คงจะหมด เป็นทางลงเนินพอดี ได้ยินน้องตะโกนแว่วๆ พี่นกแซงไปแล้วววว แฮ่ ไม่ได้แซงเฉยๆ พี่หยิ่งด้วยฮ่ะ ไม่พูดไม่จา ก็โลกมันดึงอยู่ หยุดไม่ได้ แตะเบรคคือการเสียโอกาส
.
หลังจากนั้นเป็นเนินของจริง เข้ากิโลสิบหกแล้ว ปลอบใจตัวเองว่า อีกแค่สองรอบสวนลุมเอง ฮึบๆ ขาขึ้นพยายามเลี้ยงวัตต์ ยังไงก็ได้ให้มันใกล้เป้าหมาย ปลอบตัวเองว่าพอถึงยอดเนินก็ สบายแล้ว -- ละก็คิดต่ออีกว่า อย่าลืมว่ากลับตัวแล้วต้ องมาเจออีกรอบ ลงสบายเท่าไหร่รอบหน้าก็ ทรมานเท่านั้น -- เนินขึ้นยังพอเคยฝึกมา ยังรู้ว่าต้องทำยังไง ยังคีพวัตต์ได้ดีกว่ าตอนเจอลมซะอีก ต้องไปฝึกเล่นกับลมเยอะๆ แต่จะหาสนามลมได้ที่ไหนกันเล่า
.
กลับตัวที่ กม. 18 กว่าๆ วิ่งมาได้หน่อยมารู้ตัวว่าแม่ เหล็กหลุด
.
คืองานนี้เอาแม่เหล็กกำลังสู งมาใช้ติดบิบ ทดลองติดกับเสื้อแล้วเห็นว่ามั นแน่นหนาดีไม่หลุดง่าย มั่นใจว่าถ้าไม่เอามือไปตวัดอย่ างแรงจะไม่หลุดแน่ (ซื้อแม่เหล็กพลังสูงมาเพื่อใช้ ในงานฝีมือนานแล้ว แล้วก็มีเยอะมากก็เลยหยิบมาใช้ สี่ชุดแปดตัว) ลืมคิดถึงเรื่องลมไปเลย
.
วิ่งมาครึ่งทางบิบก็ยังเรียบร้ อยดีงามอยู่ เพิ่งมารู้สึกตอนนี้ว่าเฮ้ย มันหลุดไปสองจุดด้านซ้าย รู้เพราะลมมันตีบิบสะบั ดมาทางขวา อ้าวเฮ้ย ... ตอนนั้นน่าจะโลสิบเก้าแล้วแหละ เป็นเนินที่ตะกี๊ลงมาสนุกๆ นั่นแหละ แต่ขากลับมันเป็นขาขึ้นไง ก็แบบ จากที่เพซตกเพราะความเป็นเนิ นอยู่แล้ว ต้องมาพะวงกะบิบอีก คิดในใจ เอาไงฟระ ถ้าต้องคอยเอามือจับไว้อย่างนี้ ท่าไม่สวย จังหวะพัง เพซเละ ไม่เข้าท่าแน่นอน ขาชะลอลงไปอีก คิดว่าเห้ย แกต้องตัดสินใจ ชะลอคือต้องยอม แล้วก็ย้ายแม่เหล็กจากฝั่งขวาชุ ดนึง ไปติดฝั่งซ้ายให้มันเป็นมุมทแยง คือ ขวาบน และ ซ้ายล่าง ตอนแกะก็ยากหน่อย ต้องล้วงมือไปใต้เสื้อ แล้วมันพลังสูงไง มันก็จะดึงยากนิดนึง ดึงแล้วต้องระวังไม่ให้มันหล่ นหายอีก ตอนย้ายไปอีกฝั่งก็ต้องล้วงเข้ าไปใต้เสื้ออีกรอบ จำไว้เลย สนาม windy city ไม่เอาแบบนี้นะแก
.
ติดเสร็จ ด้วยความที่ผ่อนเท้ามา มันก็เลยฝืดๆ เป็นเนินขาขึ้นด้วย ต้องกัดฟัน ท่องคาถาน้องพี่ปู ห้ามหยุด ห้ามเดิน เจอเนินห้ามร้อง ท่าเหมือนจ็อกแต่เพซเหมือนเดิ นแล้วตอนนั้น ช้ามากกกก ก้มหน้า กัดฟัน เงยมาอีกที โปรตุ้มแห่งชัตติ้งรันเนอร์นั่ งอยู่ข้างหน้า ฮ่าๆ เข้ากล้องไม่ทันสินะ จ็อกอีกหน่อยเจอป๋ากบ กะลังลดกล้องในมือลง แล้วขยับตัวเหมือนหาจุดยืนใหม่ ละป๋ากบเหลือบมาเห็น ยิงข้าพเจ้าในระยะกระชั้นชิดมาก คาดว่า หน้าคงอืดเต็มเฟรมอินดี้แน่นวล ใครเจออืดๆ ไม่ต้องแท็กก็ได้นะฮะ
.
แล้วในที่สุดก็ถึงยอด ลงเนินมาสวยๆ ระวังมากๆ หน่อย ช่วงนี้เด็กเยอะมาก เหลืออีกโลเดียว ซัดแหลก ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าแก๊ เหลือไม่ได้นะ เหลือคือวิ่งสบายไป จัดไปให้สุด เข้าเส้นชัยเหลือบดูนาฬิกาหน้ าเส้นบอกเวลา1:50:xx รับเหรียญ รับคูปองอาหาร เดินไป print ใบรายงานผล net time อยู่ที่ 1:49:49 หยิบสปอนเซอร์กระป๋องนึง จิบนิดๆ สลับกับน้ำเปล่า
.
เพซแต่ละกม. :
4:50 / 4:56 / 5:00 / 4:56 / 5:03 /
5:02 / 5:05 / 5:02 / 5:10 / 5:17 /
5:13 / 5:20 / 5:15 / 5:20 / 5:01 /
5:03 / 5:44 / 5:20 / 5:40 / 5:55 / 4:53 / 0:53(0.17 k)
การจิบน้ำวันนี้ จิบที่ กม. 2/6/10/12/14/18
.
รับกระเป๋าที่ฝากไว้แล้วไปเปลี่ ยนเป็นเสื้อแห้ง รอรับรางวัล ไม่ได้กินอะไรอื่นใด ทั้งๆ ที่ในกระเป๋ามี่ mixed nut แล้วก็เลยทำให้มีอาการมึนๆ กว่าจะได้กินก็เมื่อถึงโรงแรม สิบเอ็ดโมงแล้วตอนนั้น แต่พอกินแล้วก็ดีขึ้น
.
ถึงห้องนอนยกขาพาดกำแพง อาบน้ำ ลั้นลาได้
.
ขอบคุณอาปูสำหรับนัตตี้โบ๊ต และกล้วยน้ำว้าสองลูกนั้น
ขอบคุณอิ๋วกะเอ๋ เป็นสารถี เป็นเพื่อนกิน เป็นเพื่อนนอน ขอบคุณอิ๋วที่มาลงสนามนี้ด้วยกั นด้วย
ขอบคุณครูดินสำหรับพื้นฐานการวิ่ งที่ดี
ขอบคุณโค้ชม้อกที่มอบพลังให้ก่ อนแข่ง
ขอบคุณโค้ชวินที่ปั้นร่ างกายและจิตใจจนแข็งแรงขนาดนี้ เจอเนินขนาดนี้ยังไม่มี อาการบาดเจ็บใดใด มันคือสุดยอด
ขอบคุณทุกคนที่เชียร์ด้วยนะคะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น