วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Pattaya Marathon 2014 : My 10th Half Marathon

ถึงสนามเวลาตีสี่ครึ่งนิด ๆ หาห้องน้ำก่อนเลย แล้วไปวอร์มได้ซักโลครึ่ง ไม่ค่อยได้เหงื่อเนื่องจากลมทะเลโชยมาเป็นระยะ กายบริหาร ยืดเหยียด แล้วสไตรด์ ๕ เที่ยว ก่อนจะแทรกตัวไปอยู่แถวหน้า ๆ ตรงจุดสตาร์ท ยืนเต้นเขย่าตัวอยู่ในแถวแป๊บเดียวก็ได้เวลาปล่อยตัว


ออกตัวแรงตามบรรยากาศการแข่งขัน สามสี่ร้อยเมตรแรกเหลือบมองนาฬิกา เพซอยู่ที่ 4:09 บรื๋อส์ เร็วไปป่าวเนี่ย จากนั้น สังเกตการหายใจ สำรวจร่างกาย แขนขา ยังปกติดีอยู่ ก็ไปเรื่อย ๆ ร่างกายก็ปรับจังหวะกับลมหายใจให้สัมพันธ์กัน จบกิโลเมตรแรกที่ 4:23 จากนั้นก็เริ่มเป็นเนินตามแบบฉบับของสนามนี้ คือที่เห็นเหมือนไม่เนิน มันเป็นเนินให้ไม่รู้ตัว ก็ไปเรื่อย ๆ ผ่านจุดให้น้ำจุดแรก ข้ามไปก่อน  ค่อยแวะจิบน้ำที่ กม. ที่ ๔ แล้วบอกตัวเองว่าจะจิบแบบนี้ ไม่ว่าจะหิวน้ำหรือไม่ คือจิบจุดเว้นจุด


ช่วงแรก ๆ วิ่งดีมาก อารมณ์ดี เจอเนินก็ไม่หวั่นไหว มองเห็นข้างหน้าแต่ไกลว่าจะเริ่มมีเนินก็ใช้พลังตามสูตร กล่าวคือ เล็งไว้ สามสี่ร้อยเมตรก่อนขึ้นเนิน ใส่พลังเร่งมา พอขึ้นเนินก็ใช้แรงเฉื่อยที่สะสมมาเป็นตัวขับดัน ซอยเท้าถี่ ๆ นับก้าวไปเรื่อย ๆ พอถึงยอดเนินก็ปล่อยให้แรงดึงดูดของโลกทำงาน รักษาจังหวะแค่ให้ไม่กระแทก ได้ยินเสียงครู "ไหลไป ไหลไป" ตลอดเวลา จังหวะไหนไหลไม่ค่อยดีก็หลับตา นึกภาพ ดึงส้น ตีแขน อย่าล็อก ฯลฯ กำกับตัวเองไป แอบมีเมื่อยไหล่ขวาสะบักขวาตอนท้าย ๆ ..ยังคงติดเกร็งอยู่นั่นเอง ไม่เป็นไร นี่ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว ใครไม่รู้ ผู้ตรวจสอบตัวเองอยู่เนือง ๆ ย่อมรู้


ช่วงกลาง ๆ ไม่เห็นผู้หญิงวิ่งอยู่รอบข้างเลย ก็เลยแอบเฉื่อยไปบ้าง รู้ตัวเลยว่าถ้าจะใส่แรงไปอีกก็ทำได้ แต่มันเหมือนไม่มีใครให้ไล่ ไม่มีใครให้หนี ก็เลยเฉื่อยไป จนมีผู้หญิงชุดชมพูมาเทียบข้าง (รู้ทีหลังว่าคือพี่ตุ้ม - ปานทิพย์) พี่เค้าชวนคุยด้วย จำไม่ได้แล้วว่าพูดว่ากระไร ส่วนตัวอิฉันเป็นนักวิ่งจอมหยิ่ง ขณะวิ่งเหนื่อย ๆ จะไม่เสวนากับใครนัก แหมนะ แค่วิ่งจับจังหวะหายใจให้สัมพันธ์กับขาก็ยากแล้ว จะให้วิ่งไปพูดไปคุยไปอีกน่ะรึ ไม่มีซะล่ะ พอเห็นเป็นผู้หญิงเท่านั้นแหละ อิฉันถึงได้เร่งหนีพี่เค้าขึ้นมา .. เพื่อจะไปเฉื่อยอีกทีข้างหน้าเมื่อไม่เห็นใคร ให้มันได้อย่างนี้สิ


พอถึงกิโล ๑๗ - ๑๘ มีอีกสาวหนึ่งวิ่งมาใกล้ ๆ ส่งเสียงเรียก "นก นก" ด้วย เหลียวไปดู อ้าว Kazumi ที่ซ้อมอยู่สวนเบญฯ ที่เจอกันอยู่บ่อย ๆ นี่นา นางมายังไงเนี่ย ก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันไป ฉันก็พยายามจะฉีกหนีมา หนีมาได้ไม่เท่าไหร่ก็เหนื่อย มันจังหวะเนินยาวด้วย ก็ผ่อนฝีเท้าลงนิดนึง Kazumi ก็เลยแซงไป แล้วก็ทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ ไอ้ฉันก็หมดแรงจะเอาคืน ก็เลยปล่อยนางไป


พอเข้า walking street เริ่มมีเสียงเชียร์จากข้างทางมากขึ้น แม้จะเหนื่อย แม้จะล้า ก็ทำให้มีแรงไปต่อ พอครบ ๒๑ กม. เฮ้ย ทำไมยังไม่มีวี่แววเส้นชัย มองไปไกล ๆ ก็ยังไม่เห็น วิ่งไปก็่บ่น(ในใจ)ไป เมื่อไหร่จะถึงซะทีนะ ขาล้าไปหมดแล้ว


ภูมิใจในความเป็นกรีนรันเนอร์ ใช้ถ้วยใบไม้ตลอดทาง
ไปอีกซักพัก เห็นคาซุมิที่อยู่ข้างหน้ากระโดดตัวลอย รู้เลยต้องเจอตากล้องแน่ ๆ แล้วก็จริง ๆ ด้วย พี่ตุ้มนั่งรอนักวิ่งอยู่ตรงนั้น วิ่งผ่านพี่ตุ้ม พี่ตุ้มยื่นมือมาให้จับหลังถ่ายรูปเสร็จ ขอบคุณมาก ๆ เลย แรงใจเพิ่มมาอีกเฮือกหนึ่ง .. ไปอีกหน่อย ก็เจอพี่รุจน์ ก็ชูถ้วยใบไม้ใส่พี่รุจน์อีก ภูมิใจมากกับ concept Green runner ที่สู้อุตส่าห์รักษาไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะงานไหนก็ตาม (ถ้าไม่ลืมพกไปน่ะนะ) อยากให้นักวิ่งทุกคนร่วมใจกันไม่ปาถ้วยทิ้งระหว่างทาง มันเสียเวลานิดเดียวเองจริง ๆ



ผ่านพี่รุจน์ไปอีกนิดเดียวก็เห็นซุ้มเส้นชัย ฮึดเฮือกสุดท้าย ไหลไป ๆ ก้าว ก้าว ก้าว ก้าว ก้าว ในที่สุดก็เข้าเส้นไปด้วยเวลา 1:48:49 h







ใช้ถ้วยใบไม้ก็พอจะทำเวลาได้อยู่นะ
ผลชิปที่ขึ้นบอร์ด บอกให้รู้ว่าเข้าอันดับที่ ๕ ในรุ่นอายุ เข้าช้ากว่า Kazumi ไป ๒๗ วินาที .. ดีนะ ที่เข้าที่ ๕ ถ้าการปล่อยคาซุมิไปไม่เร่งแซงคืนทำให้ตกไปอยู่อันดับ ๖ คงเจ็บใจตัวเองมาก ๆ อะ เป็นบทเรียนเลยว่า แม้จะไม่เห็นใครรอบข้างในการแข่งขัน ก็ห้ามเอื่อย ห้ามเฉื่อย เป็นอันขาด เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า ใครจะสะสมพลังมาเร่งช่วงท้ายแซงไปนิ่ม ๆ แบบนี้อีก

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องฝึกเพิ่มอย่างจริงจังคือการวิ่งแบบ Negative Split เพื่อให้มีแรงเหลือไว้เร่ง ๒-๓ กม. ท้ายตามสูตร

ผลการวิ่งแต่ละกิโลเมตรเป็นดังนี้
4:26.11 / 4:57.02 / 4:52.35 / 4:41.11* / 4:46.41 / 5:00.45 / 4:40.82 / 5:10.07* / 4:56.13 / 4:57.60 / 4:57.13 / 5:05.62* / 5:11.07 / 5:06.69 / 5:15.09 /
5:22.80* / 5:10.51 / 5:04.33 / 4:44.82 / 5:01.62 / 4:51.33 / 5:16.18 (0.96k)


จิบน้ำที่ กม. ๔, ๘, ๑๒  และ ๑๖ หลังจากนั้นวิ่งยาว ไปรับอีกทีหลังเส้นชัยเลย


เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์นิดเดียว เจอเพื่อน ๆ ก็เมาท์ ๆ ยืนจ๊อกอยู่กับที่อีกนิด หายใจยาว ๆ อีกหน่อย ยืด
เหยียดเลย


เพราะแบบนี้หรือเปล่านะ อีกสองวันถัดมาก็เลยตึงต้นขานิด ๆ คูลน้อยก็เป็นแบบนี้ล่ะ สมน้ำหน้านัก




เวลาฮาล์ฟปีที่แล้ว


เวลาของปีนี้ ดีขึ้นเกือบห้านาทีแน่ะ


ป.ล. ผลประกอบการปีนี้ ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วเกือบห้านาที ทำ new PB ระยะฮาล์ฟได้ ทั้ง ๆ ที่สนามเนินแล้วเนินอีกแบบนี้แหละ ดีใจที่สุด


วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

SuperSports 10 Miles International Run 2014

งานนี้แม้จะระยะไม่ถึงระยะฮาล์ฟ แต่ก็อยากบันทึกไว้ ค่าที่ว่า ระยะยาวกว่าระยะมินิ (วิ่ง ๑๐ไมล์ = ๑๖ กม.) แถมยังมีหลากหลายรสชาติเกิดขึ้น ตั้งแต่ก่อนวิ่ง จนถึงล่วงเลยจนหลังวิ่งมาหลายสัปดาห์

๑. เกือบไม่ได้มาวิ่งแล้วเชียว 


ก่อนมาวิ่งงานนี้ได้รู้จักกับออม ซึ่งนำพาให้รู้จักกับพี่จิ๋ม ซึ่งทำงานอยู่ในเครือเซ็นทรัล ก็เลยได้สิทธิ์วิ่งโดยมีเซ็นทรัลเป็นสปอนเซอร์  เรียกง่าย ๆ ว่าวิ่งฟรีนั่นเอง ตอนแรกงานนี้จะจัดตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่พอมีประเด็นทางการเมือง งานก็เลื่อนไปเลื่อนมาจนมาลงตัวที่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ..ชนกับงานวิ่งชมพรรณไม้ที่ราชบุรีพอดี ใจจริงก็อยากไปวิ่งราชบุรี แต่ด้วยความที่ขอมาวิ่งฟรี ก็เลยเกรงใจเจ้าภาพ ยอมชวดงานราชบุรีไปอีกปี


พอถึงวันเสาร์ที่ ๒๑ อันเป็นวันรับบิบ ก็นัดออมไว้ว่าไปเจอกันที่ CTW (Central World) ไปถึงก็เจอออมกำลังเหวี่ยงใส่น้องเจ้าหน้าที่ จึงได้ความว่า ชื่อของพวกเราที่ส่งมา กลายเป็นว่า ส่งมาในระยะ ๒ ไมล์กันหมดเลย .. นาทีนั้นนึกถึงราชบุรีขึ้นมาทันที ใจแป้วนิดหน่อย แต่ในที่สุด ด้วยความช่วยเหลือของน้องเจ้าหน้าที่ ฉันกับออมก็เลยได้บิบ ๑๐ ไมล์มาครองคนละใบ ขอขอบคุณออมและน้องคนนั้นมา ณ ที่นี้

๒. วันงาน

มาถึงสนามก็เอาของไปฝากแล้วเริ่มจ๊อกวอร์ม วอร์มอัพ กิโลครึ่งเห็นจะได้ กายบริหาร ยืดเหยียด ตามสเต็ป  ต่อด้วยดริล ๓ ท่า ท่าละเที่ยว สไตรด์ได้แค่ ๓ เที่ยว ต้องไปเช็คอินแล้ว

โดยรวมวันนี้วิ่งสนุกมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น วิ่งไปห้าโลแรกแล้วยังทำเวลาได้ไม่เกิน 4:45 จังหวะหายใจยังดีอยู่ ยังไม่หอบ ผ่านครึ่งทางไปแล้ว แม้เวลาจะหล่นบ้าง แต่ก็ยังสนุกอยู่ เช็คร่างกาย เช็คขา เช็คลมหายใจ เฮ้ย มันดีกว่าที่คิด นึกในใจ การบ้านชุดไหนทำให้อึดขนาดนี้หว่า แบบว่ากรี๊ดกับตัวเองเบา ๆ

รำคาญตรงอิพี่ ผช วิ่งตีนเปล่าที่คู่คี่กันมา เค้าพยายามจะคุยด้วย แต่เราหยิ่ง แล้วเค้าก็ถามเวลาสองหน ตอนกิโลหก (ยี่สิบแปดนาทีนิดนิด) กับ กิโลเก้า (สี่สิบสองนาทีหน่อยหน่อย) คือตอนเหนื่อย ๆ มันไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น ยังจะมาถาม ครั้นจะไม่ตอบ ก็กลัวจะเสียมารยาท (หญิงไทยใจงาม กิกิ) บางจังหวะเค้าก็แซงไป บางจังหวะเราก็แซงคืน กว่าจะสลัดหลุดได้ก็กิโลท้าย ๆ

กำลังใจมีตลอดทาง ตอนผ่านแถวพัฒน์พงศ์ได้ยินเสียงกระเทยแถวนั้นตะโกน ผู้หญิงคนแรก สู้ ๆ ค่า .. นึกในใจ แกไม่ได้นับเคนย่าข้างหน้าสินะ หึ หึ


ผ่านแถวสีลม ก็ได้ยินเสียงพี่ข้างถนนพูดประโยคเดียวกันขึ้นมาอีก ฮึกเหิมอะบอกเลย วิ่งไปเรื่อย ๆ นึกแค่ว่า อย่าให้ใครแซง ๆ แล้วก็เป็นหญิงไทยคนแรกที่เข้าเส้นชัย เป็นที่ ๑ ในรุ่นอายุ (เพราะขาแรงเค้าไปชิงเงินรางวัลงานดอกบัวคู่กันหมด กิกิ) .. อะไรก็ไม่ดีใจเท่าทำเวลาดีกว่าปีที่แล้วเยอะเลย (ระยะยาวกว่าปีที่แล้ว ทำเวลาดีกว่าตั้งห้านาทีอีกด้วย)
ผลปีที่แล้ว
ผลปีนี้




งานนี้แย่อย่างเดียวตรงการกั้นรถ บางทีที่ข้ามแยก ต้องยกมือห้ามรถด้วยตัวเอง หวาดเสียวพิลึกเลย (แต่ก็ไม่หยุดวิ่งนะ บ้าแท้)

เข้าเส้น คูลดาวน์ ยืดเหยียด(น้อย ๆ) แล้วก็เมาท์ ถ่ายรูปกับคนนู้นคนนี้ นัดถ่ายรูปกับชาวส้ม-ดำไว้ด้วย สนุกตรงที่งานนี้โปรกบแฟนน้องเก๋มาด้วย ได้รูปสวย ๆ เพียบบบบ


รูปงาม ๆ จากโปรกบ

ผลการวิ่งแต่ละกิโลเป็นดังนี้
4:23.6 / 4:32.4 / 4:39.5 / 4:42.5 / 4:43.1 / 4:56.2 / 4:43.4 / 4:57.8 /
4:48.4 / 4:58.2* / 4:41.2 / 4:51.9 / 4:36.0 / 4:41.5 / 5:05.6** / 4:49.6

*จิบน้ำ
**ติดคนตอนนั้นรวมกับคนวิ่ง ๕ ไมล์แล้ว ติดการกั้นรถด้วย ช่วงหน้าวัดปทุมวนาราม โดนกั้นให้รถไปก่อน เวลาหล่นต่ำกว่าเพซห้าเลย ... แอบเคืองเบาเบา


๓. รางวัล

ในงาน มีการประกาศผล overall หญิง เป็นชาวเคนย่า สามอันดับรวด ฉันเองก็ไม่ได้คิดอะไร รู้อยู่แล้วว่างานใดที่มีรางวัลแล้วเปิดรับสมัครแบบ international เคนย่ากับเอธิโอเปียเอารางวัลไปกินแหง ๆ ก็ขึ้นรับถ้วยในรุ่นอายุตามปกติ แต่งานนี้ขอตินิดนึง กระบวนการรับรางวัลดูมั่ว ๆ งง ๆ ยังไงชอบกล นักกีฬาที่ได้รางวัลก็มารายงานตัวบ้าง ไม่มาบ้าง การแจกรางวัลก็ดำเนินไปตามอัตภาพ คนอยู่ก็รับถ้วยไป คนไม่อยู่ก็ข้ามไป

พอจบงาน ผลชิปขึ้นเว็บ เอาล่ะสิ เห็นชื่อตัวเองอยู่ลำดับที่ ๓ เอ๊ะ ยังไง เคนย่าอีกคนไปไหน งง ๆ ไม่รู้จะถามใครก็เลยไปถามทิ้งไว้ที่เพจงานของ supersports ขอความชัดเจนกับผลชิปที่ออกมา แล้วก็ไม่เห็นมีใครมาตอบอะไร มีแต่เพื่อน ๆ ที่คุ้นเคยกันไปกดไลค์ คือก็มีนักวิ่งหลายคนไปถามหาความชัดเจนหลายเรื่อง บ้างก็ไม่มีผลชิปซะเฉย ๆ บ้างก็ท้วงที่ชื่อหาย ลำดับผิด ฯลฯ

หลังจากโพสท์ข้อความแล้วไม่ได้เรื่องอะไร ก็เลยลองหลังไมค์ ส่งข้อความไปทาง supersports ก็มีแอดมินมาตอบว่าขอเช็คข้อมูล แล้วขอชื่อ ขอเบอร์โทรไป บอกว่าจะติดต่อประสานงานผู้เกี่ยวข้องให้  แล้วก็เงียบหายไปอีก

มีอยู่วัน ไปวิ่งสวนลุมกับ K-San ในวันที่ K-San วิ่งมาราธอนครั้งที่ ๑๐๐ มีโอกาสได้คุยกับพี่เพชร พี่เพชรบอกว่าให้ลองติดต่อผู้จัดดู ก็เลย PM ไปหา Amazing fields อีกทางหนึ่ง คราวนี้ได้เรื่อง ทางนั้นติดต่อกลับมา บอกว่าใช่แล้ว ฉันควรได้รับรางวัล เนื่องจากมีนักวิ่งเคนย่าท่านหนึ่งมาวิ่งแต่ชื่อไม่ตรงกับที่สมัครไว้ (สวมเบอร์วิ่งนั่นเอง) ให้ฉันถ่ายสำเนาบัตรประชาชนไปรับรางวัลที่สำนักงาน Amazing fields ได้เลย

ประสบการณ์นี้จึงสอนให้รู้ว่า สิทธิ์ของเรา เราก็ต้องทวงด้วยตัวเอง อย่าได้คาดหวังว่าผู้จัดเค้าจะติดต่อเรามา (ทั้ง ๆ ที่ก็กรอกทั้งอีเมล์และเบอร์โทรไว้เมื่อตอนสมัคร)

งานนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่มีปัญหาเรื่องรางวัล ปีที่แล้วก็มีเหตุการณ์นักวิ่งชายมาวิ่งด้วยบิบนักวิ่งหญิงแล้วเข้าเส้นก่อน ตอนประกาศก็ไม่มีนักวิ่งหญิงท่านนั้นมารับถ้วย ทำให้ฉันไม่ได้รับถ้วยในงาน แต่ต้องติดต่อไปรับถ้วยทีหลัง ครั้งนั้นได้รับความช่วยเหลือจากพี่ชาย ฟอร์รันเนอร์ รับถ้วยมาส่งมอบให้ที่พัทยา ขอขอบคุณพี่ชายอีกครั้งมา ณ ที่นี้