นอนสามทุ่มเศษ ตื่นเกือบตีสาม
ถึงสนามตีสามครึ่ง รอส่งมาราธอนเนอร์ (ช่วงส่งมาราธอนเนอร์เสร็จนี่ อยู่ ๆ ก็มีอาการไม่ค่อยอยากวิ่ง เกือบจะงอแงละ อาจเป็นเพราะหลังเชียงใหม่มาราธอนมานี่ ซ้อมสิบโล สิบห้าโลไม่ได้ดีเท่าไหร่ เลยไม่อยากลงสนาม แต่ในที่สุดก็เอาวะ สมัครมาแล้วนี่) แล้วไปฝากของ เข้าห้องน้ำ ผจญกับอาการส้วมเต็มไปราว ๆ สิบห้านาที เกือบราดไม่ลง เหงื่อตกเลยทีเดียว
ออกมาวอร์มอัพสิบนาที กายบริหาร ยืดเหยียด หาบริเวณสไตรด์ยากมากเนื่องจากนักวิ่งเยอะและใกล้เวลาเช็คอิน เลยใช้วิธีจ๊อกเร็วอยู่กับที่แทน
ออกตัวได้ไม่เท่าไหร่ รู้สึกได้ว่ามีอะไรสะบัดกระทบเท้า ก้มมองก็พบว่าเชือกรองเท้าหลุด เชียร์ส์ส์ (สบถเบา ๆ) แล้วคิดต่อว่าเอาไงดีว้า ในที่สุดก็ยอมเข้าข้างทางผูกเชือกให้ดีก่อน ผูกตอนนี้ดีกว่าทนรำคาญ แล้วในที่สุดก็ต้องแวะผูกอยู่ดี (ซึ่งถึงตอนนั้นอาจกำลังเครื่องติดแล้ว ต้องมาเบรค คงไม่ดีแน่) วันนี้เอา Saucony Kinvara 5 ที่ซื้อเมื่อคราวไปสิงคโปร์มาออกงานครั้งแรก ตอนแรกว่าจะใช้เป็นรองเท้าซ้อม แต่วันก่อนซ้อมแล้วรู้สึกดี เลยลองเอามาลงสนาม เสียเวลาผูกเชือกแป๊บนึงแล้วออกวิ่งต่อ ได้ยินเสียงใครซักคนพูดลอย ๆ ว่า "อ้าว ทำไมวันนี้น้องนกมาอยู่ตรงนี้" แหะ ขออภัยน้องไม่ได้หันไปตอบ อีกพักนึงไล่ตามเพนท์ทัน เพนท์ก็ถาม "พี่นกไปทำไรมา" ด้วยความที่เพิ่งผูกเชือกเสร็จ ต้องเร่งชดเชยที่เสียเวลาไป เลยตอบเพนท์ไปสั้น ๆ "เชือก" .. ได้แต่หวังในใจว่า เสียงคงไม่ต่ำไปจนน้องคิดว่าอิชั้นหยาบคาย ตอบไป ว่า "เผือก" นะน้องนะ
อากาศวันนี้เย็นสบาย เร่งชดเชยช่วงผูกเชือกรองเท้าไปแป๊บนึงแล้วก็นึกได้ว่า ใจเย็น ๆ การเร่งตั้งแต่กิโลแรกไม่ใช่เรื่องดี คิดได้แล้วจึงวิ่งหาจังหวะเหมาะแล้วก็นับก้าวไปเรื่อย ๆ ผ่านจุดให้น้ำจุดแล้วจุดเล่า ยังไม่หิวน้ำ ประกอบกับฝึกซ้อมความอดทนต่อการเสพน้ำมาพอควร จุดแรกที่จิบ จึงอยู่ใน กม.ที่ ๑๒ ก่อนกลับตัวระยะฮาล์ฟหน่อยนึง
พอกลับตัวมาซักพัก ก็เริ่มมีพี่ ๆ น้อง ๆ ทักทาย เรียกชื่อ ปรบมือ ให้แรงใจ ส่งเสียงเชียร์ ได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง รู้ตัวคนเรียกบ้าง ไม่รู้บ้าง ได้ยกมือตอบบ้าง (เหมือนจะ)เพิกเฉยบ้าง ก็ขอขอบคุณทุกเสียงเชียร์ ทุกแรงใจ ... วิ่งมาอีกหน่อย เจอหลวงพ่อนั่งคอยประพรมน้ำมนต์ ก็ได้หันไปยกมือไหว้รับพรรับน้ำมนต์จากท่าน ดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ แต่นาทีนั้นก็ไม่สามารถจะชลอได้ แหม่ ... ขากำลังปั่นได้ที่เลย
อีกพักนึง พระอาทิตย์ก็ค่อย ๆ อวดโฉมเป็นไข่แดงดวงเบ้อเร่ออยู่ตรงหน้า งามจับตาจับใจ ถึงกับเคลิ้มและแอบคิดถึงแดนอาทิตย์อุทัยที่เรากำลังจะไปเยือนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ... อาห์ (โน้ต : ข้าพเจ้าจะไปวิ่งระยะเต็มมาราธอนที่สนามโตเกียวมาราธอนเดือนหน้านี้)
ผลวิ่งแต่ละกิโลเป็นดังนี้
4:47 / 4:36 / 4:51 / 4:58 / 4:59 / 4:55 / 4:57 / 4:47 / 4:49 / 4:49 / 4:58 / 4:56* / 4:46 / 4:44 / 4:50 / 4:48 / 4:46 / 4:42 / 4:46 / 4:33 / 4:30 / 0:33 (0.11 k)
* แวะจิบน้ำ
วันนี้เป็นอีกวันที่วิ่งสนุกมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่วิ่งคุมจังหวะได้และไม่มีอาการเสียดท้อง เมื่อนั้นจะวิ่งอร่อย วิ่งไปเรื่อย ๆ บางกิโลแอบผ่อน แต่ไม่ยอมให้แตะ 5 บางกิโลมีคู่แข่งให้เก็บอยู่ข้างหน้าก็เร่งขึ้นนิดนึง (และเวลากิโลนั้นก็จะโดดขึ้นมา)
สองกม.สุดท้ายแรงยังเหลือ เห็น ผญ ชุดฟ้าน้ำเงินอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก เช็คร่างกาย เช็คขา เช็คลมหายใจว่าเร่งไหว แล้วเพิ่มความเร็ว แซงขึ้นมาได้ และแรงยังดีอยู่ ก็เลยได้เร่งสองโลท้ายตามตำรา เข้าที่ ๑ ในรุ่นอายุ ๔๐-๔๔ ด้วยเวลา ๑:๔๑:๑๗ ทำนิวพีบีระยะฮาล์ฟด้วย ... เยสสสส
เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์ด้วยการจ๊อกเบาไปหาน้องจิ๊บเพื่อมอบผ้าขนหนูวิ่งวัดใจฯ ยืดเหยียดระหว่างไปรอเชียร์พี่ ๆ น้อง ๆ จบการแข่งขันด้วยความฟินไปอีกวัน :D
ความรู้สึกหลังวิ่ง : รู้สึกดีใจที่ในที่สุดก็วิ่งเต็มที่แม้จะมีอาการไม่ค่อยอยากขึ้นมาแว้บนึงในตอนแรก และ อยากเร่งสองโลท้ายได้ในระยะเต็มมาราธอน คงรู้สึกดีพิลึก
ถึงสนามตีสามครึ่ง รอส่งมาราธอนเนอร์ (ช่วงส่งมาราธอนเนอร์เสร็จนี่ อยู่ ๆ ก็มีอาการไม่ค่อยอยากวิ่ง เกือบจะงอแงละ อาจเป็นเพราะหลังเชียงใหม่มาราธอนมานี่ ซ้อมสิบโล สิบห้าโลไม่ได้ดีเท่าไหร่ เลยไม่อยากลงสนาม แต่ในที่สุดก็เอาวะ สมัครมาแล้วนี่) แล้วไปฝากของ เข้าห้องน้ำ ผจญกับอาการส้วมเต็มไปราว ๆ สิบห้านาที เกือบราดไม่ลง เหงื่อตกเลยทีเดียว
ออกมาวอร์มอัพสิบนาที กายบริหาร ยืดเหยียด หาบริเวณสไตรด์ยากมากเนื่องจากนักวิ่งเยอะและใกล้เวลาเช็คอิน เลยใช้วิธีจ๊อกเร็วอยู่กับที่แทน
![]() |
| ยังคงคอนเซ็ปท์ กรีนรันเนอร์ :) เห็นถ้วยใบไม้ในมือนั่นไหม? |
อากาศวันนี้เย็นสบาย เร่งชดเชยช่วงผูกเชือกรองเท้าไปแป๊บนึงแล้วก็นึกได้ว่า ใจเย็น ๆ การเร่งตั้งแต่กิโลแรกไม่ใช่เรื่องดี คิดได้แล้วจึงวิ่งหาจังหวะเหมาะแล้วก็นับก้าวไปเรื่อย ๆ ผ่านจุดให้น้ำจุดแล้วจุดเล่า ยังไม่หิวน้ำ ประกอบกับฝึกซ้อมความอดทนต่อการเสพน้ำมาพอควร จุดแรกที่จิบ จึงอยู่ใน กม.ที่ ๑๒ ก่อนกลับตัวระยะฮาล์ฟหน่อยนึง
พอกลับตัวมาซักพัก ก็เริ่มมีพี่ ๆ น้อง ๆ ทักทาย เรียกชื่อ ปรบมือ ให้แรงใจ ส่งเสียงเชียร์ ได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง รู้ตัวคนเรียกบ้าง ไม่รู้บ้าง ได้ยกมือตอบบ้าง (เหมือนจะ)เพิกเฉยบ้าง ก็ขอขอบคุณทุกเสียงเชียร์ ทุกแรงใจ ... วิ่งมาอีกหน่อย เจอหลวงพ่อนั่งคอยประพรมน้ำมนต์ ก็ได้หันไปยกมือไหว้รับพรรับน้ำมนต์จากท่าน ดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ แต่นาทีนั้นก็ไม่สามารถจะชลอได้ แหม่ ... ขากำลังปั่นได้ที่เลย
อีกพักนึง พระอาทิตย์ก็ค่อย ๆ อวดโฉมเป็นไข่แดงดวงเบ้อเร่ออยู่ตรงหน้า งามจับตาจับใจ ถึงกับเคลิ้มและแอบคิดถึงแดนอาทิตย์อุทัยที่เรากำลังจะไปเยือนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ... อาห์ (โน้ต : ข้าพเจ้าจะไปวิ่งระยะเต็มมาราธอนที่สนามโตเกียวมาราธอนเดือนหน้านี้)
ผลวิ่งแต่ละกิโลเป็นดังนี้
4:47 / 4:36 / 4:51 / 4:58 / 4:59 / 4:55 / 4:57 / 4:47 / 4:49 / 4:49 / 4:58 / 4:56* / 4:46 / 4:44 / 4:50 / 4:48 / 4:46 / 4:42 / 4:46 / 4:33 / 4:30 / 0:33 (0.11 k)
* แวะจิบน้ำ
วันนี้เป็นอีกวันที่วิ่งสนุกมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่วิ่งคุมจังหวะได้และไม่มีอาการเสียดท้อง เมื่อนั้นจะวิ่งอร่อย วิ่งไปเรื่อย ๆ บางกิโลแอบผ่อน แต่ไม่ยอมให้แตะ 5 บางกิโลมีคู่แข่งให้เก็บอยู่ข้างหน้าก็เร่งขึ้นนิดนึง (และเวลากิโลนั้นก็จะโดดขึ้นมา)
สองกม.สุดท้ายแรงยังเหลือ เห็น ผญ ชุดฟ้าน้ำเงินอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก เช็คร่างกาย เช็คขา เช็คลมหายใจว่าเร่งไหว แล้วเพิ่มความเร็ว แซงขึ้นมาได้ และแรงยังดีอยู่ ก็เลยได้เร่งสองโลท้ายตามตำรา เข้าที่ ๑ ในรุ่นอายุ ๔๐-๔๔ ด้วยเวลา ๑:๔๑:๑๗ ทำนิวพีบีระยะฮาล์ฟด้วย ... เยสสสส
เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์ด้วยการจ๊อกเบาไปหาน้องจิ๊บเพื่อมอบผ้าขนหนูวิ่งวัดใจฯ ยืดเหยียดระหว่างไปรอเชียร์พี่ ๆ น้อง ๆ จบการแข่งขันด้วยความฟินไปอีกวัน :D
ความรู้สึกหลังวิ่ง : รู้สึกดีใจที่ในที่สุดก็วิ่งเต็มที่แม้จะมีอาการไม่ค่อยอยากขึ้นมาแว้บนึงในตอนแรก และ อยากเร่งสองโลท้ายได้ในระยะเต็มมาราธอน คงรู้สึกดีพิลึก


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น