ออกตัวแรงตามบรรยากาศการแข่งขัน สามสี่ร้อยเมตรแรกเหลือบมองนาฬิกา เพซอยู่ที่ 4:09 บรื๋อส์ เร็วไปป่าวเนี่ย จากนั้น สังเกตการหายใจ สำรวจร่างกาย แขนขา ยังปกติดีอยู่ ก็ไปเรื่อย ๆ ร่างกายก็ปรับจังหวะกับลมหายใจให้สัมพันธ์กัน จบกิโลเมตรแรกที่ 4:23 จากนั้นก็เริ่มเป็นเนินตามแบบฉบับของสนามนี้ คือที่เห็นเหมือนไม่เนิน มันเป็นเนินให้ไม่รู้ตัว ก็ไปเรื่อย ๆ ผ่านจุดให้น้ำจุดแรก ข้ามไปก่อน ค่อยแวะจิบน้ำที่ กม. ที่ ๔ แล้วบอกตัวเองว่าจะจิบแบบนี้ ไม่ว่าจะหิวน้ำหรือไม่ คือจิบจุดเว้นจุด
ช่วงแรก ๆ วิ่งดีมาก อารมณ์ดี เจอเนินก็ไม่หวั่นไหว มองเห็นข้างหน้าแต่ไกลว่าจะเริ่มมีเนินก็ใช้พลังตามสูตร กล่าวคือ เล็งไว้ สามสี่ร้อยเมตรก่อนขึ้นเนิน ใส่พลังเร่งมา พอขึ้นเนินก็ใช้แรงเฉื่อยที่สะสมมาเป็นตัวขับดัน ซอยเท้าถี่ ๆ นับก้าวไปเรื่อย ๆ พอถึงยอดเนินก็ปล่อยให้แรงดึงดูดของโลกทำงาน รักษาจังหวะแค่ให้ไม่กระแทก ได้ยินเสียงครู "ไหลไป ไหลไป" ตลอดเวลา จังหวะไหนไหลไม่ค่อยดีก็หลับตา นึกภาพ ดึงส้น ตีแขน อย่าล็อก ฯลฯ กำกับตัวเองไป แอบมีเมื่อยไหล่ขวาสะบักขวาตอนท้าย ๆ ..ยังคงติดเกร็งอยู่นั่นเอง ไม่เป็นไร นี่ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว ใครไม่รู้ ผู้ตรวจสอบตัวเองอยู่เนือง ๆ ย่อมรู้
ช่วงกลาง ๆ ไม่เห็นผู้หญิงวิ่งอยู่รอบข้างเลย ก็เลยแอบเฉื่อยไปบ้าง รู้ตัวเลยว่าถ้าจะใส่แรงไปอีกก็ทำได้ แต่มันเหมือนไม่มีใครให้ไล่ ไม่มีใครให้หนี ก็เลยเฉื่อยไป จนมีผู้หญิงชุดชมพูมาเทียบข้าง (รู้ทีหลังว่าคือพี่ตุ้ม - ปานทิพย์) พี่เค้าชวนคุยด้วย จำไม่ได้แล้วว่าพูดว่ากระไร ส่วนตัวอิฉันเป็นนักวิ่งจอมหยิ่ง ขณะวิ่งเหนื่อย ๆ จะไม่เสวนากับใครนัก แหมนะ แค่วิ่งจับจังหวะหายใจให้สัมพันธ์กับขาก็ยากแล้ว จะให้วิ่งไปพูดไปคุยไปอีกน่ะรึ ไม่มีซะล่ะ พอเห็นเป็นผู้หญิงเท่านั้นแหละ อิฉันถึงได้เร่งหนีพี่เค้าขึ้นมา .. เพื่อจะไปเฉื่อยอีกทีข้างหน้าเมื่อไม่เห็นใคร ให้มันได้อย่างนี้สิ
พอถึงกิโล ๑๗ - ๑๘ มีอีกสาวหนึ่งวิ่งมาใกล้ ๆ ส่งเสียงเรียก "นก นก" ด้วย เหลียวไปดู อ้าว Kazumi ที่ซ้อมอยู่สวนเบญฯ ที่เจอกันอยู่บ่อย ๆ นี่นา นางมายังไงเนี่ย ก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันไป ฉันก็พยายามจะฉีกหนีมา หนีมาได้ไม่เท่าไหร่ก็เหนื่อย มันจังหวะเนินยาวด้วย ก็ผ่อนฝีเท้าลงนิดนึง Kazumi ก็เลยแซงไป แล้วก็ทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ ไอ้ฉันก็หมดแรงจะเอาคืน ก็เลยปล่อยนางไป
พอเข้า walking street เริ่มมีเสียงเชียร์จากข้างทางมากขึ้น แม้จะเหนื่อย แม้จะล้า ก็ทำให้มีแรงไปต่อ พอครบ ๒๑ กม. เฮ้ย ทำไมยังไม่มีวี่แววเส้นชัย มองไปไกล ๆ ก็ยังไม่เห็น วิ่งไปก็่บ่น(ในใจ)ไป เมื่อไหร่จะถึงซะทีนะ ขาล้าไปหมดแล้ว
![]() |
| ภูมิใจในความเป็นกรีนรันเนอร์ ใช้ถ้วยใบไม้ตลอดทาง |
ผ่านพี่รุจน์ไปอีกนิดเดียวก็เห็นซุ้มเส้นชัย ฮึดเฮือกสุดท้าย ไหลไป ๆ ก้าว ก้าว ก้าว ก้าว ก้าว ในที่สุดก็เข้าเส้นไปด้วยเวลา 1:48:49 h
![]() |
| ใช้ถ้วยใบไม้ก็พอจะทำเวลาได้อยู่นะ |
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องฝึกเพิ่มอย่างจริงจังคือการวิ่งแบบ Negative Split เพื่อให้มีแรงเหลือไว้เร่ง ๒-๓ กม. ท้ายตามสูตร
ผลการวิ่งแต่ละกิโลเมตรเป็นดังนี้
4:26.11 / 4:57.02 / 4:52.35 / 4:41.11* / 4:46.41 / 5:00.45 / 4:40.82 / 5:10.07* / 4:56.13 / 4:57.60 / 4:57.13 / 5:05.62* / 5:11.07 / 5:06.69 / 5:15.09 /
5:22.80* / 5:10.51 / 5:04.33 / 4:44.82 / 5:01.62 / 4:51.33 / 5:16.18 (0.96k)
จิบน้ำที่ กม. ๔, ๘, ๑๒ และ ๑๖ หลังจากนั้นวิ่งยาว ไปรับอีกทีหลังเส้นชัยเลย
เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์นิดเดียว เจอเพื่อน ๆ ก็เมาท์ ๆ ยืนจ๊อกอยู่กับที่อีกนิด หายใจยาว ๆ อีกหน่อย ยืด
เหยียดเลย
เพราะแบบนี้หรือเปล่านะ อีกสองวันถัดมาก็เลยตึงต้นขานิด ๆ คูลน้อยก็เป็นแบบนี้ล่ะ สมน้ำหน้านัก
![]() |
| เวลาฮาล์ฟปีที่แล้ว |
![]() |
| เวลาของปีนี้ ดีขึ้นเกือบห้านาทีแน่ะ |
ป.ล. ผลประกอบการปีนี้ ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วเกือบห้านาที ทำ new PB ระยะฮาล์ฟได้ ทั้ง ๆ ที่สนามเนินแล้วเนินอีกแบบนี้แหละ ดีใจที่สุด




สุดยอดมากเลยค่ะพี่นก ดีใจกับพี่นกด้วยจริง ๆ นะคะ น้องจะพยายายวิ่งตามให้ทันค่ะ ฮึบๆๆ อีกนานเลยกว่าจะตามทันสู้ ๆ ^O^
ตอบลบ