อากาศที่จอมบึงปีนี้ ร้อนกว่าปีก่อน ๆ มากนัก
ยิ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้วนี่ สวรรค์กับนรกเลยทีเดียว
...
ปีนี้มาวิ่งงานจอมบึงในฐานะ Pace Maker หรือ ผู้กำกับเวลานั่นเอง
บางคนก็เรียก Pacer แต่อิฉันว่า Pace Maker ฟังดูเพราะกว่านะ ฮ่า ๆ
...
ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนธันวา กลับจากเชียงใหม่ถึงสนามบินดอนเมืองวันที่ 24
เพนท์ ผู้ไปรับถึงสนามบินมาส่งบ้าน ก็เกริ่นในรถ ระหว่างเดินทาง ว่า pace maker ระยะฮาล์ฟที่เวลา ๑:๔๕ ชั่วโมงมีแค่คนเดียว ซึ่งก็คือจิ๊บ น้องที่รู้จักกันในชมรมสถาวรรันนิ่ง แล้วก็หยอดนิด ๆ ว่า พี่นกสมัครเป็นเพื่อนจิ๊บสิ ระหว่างรถติด เพนท์ก็ส่งลิงค์สมัครมาให้
คิดทบทวนสามวิ แล้วก็กดสมัครในรถนั่นแหละ ต้องขอบคุณการจราจรในกรุงเทพ ที่ติดขัดซะจนทำอะไร ๆ เสร็จถึงไหน ๆ รถก็ขยับไปได้แค่คืบแค่ศอกจริง ๆ
พอสมัครเสร็จก็ลุ้นนิดหน่อย ว่าจะได้รับคัดเลือกไหม ค่าที่สถิติที่ดีที่สุด ก็เหนือ ๑:๔๕ ไม่ถึงห้านาที อาจไม่ผ่านมติกรรมการก็ได้
แล้วในที่สุด ก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสามเพซเซอร์ของเวลาสวย ๆ นี้ ... คิดว่าเป็นเพราะไม่มีใครให้เลือกซะมากกว่า คณะกรรมการเลยจนใจ ไม่กล้าคัดอิฉันออก วะฮ่า
...
ตัดกลับมาที่วันเสาร์ ๑๖ มกรา เลยละกัน
อิฉันเดินทางจากกรุงเทพด้วยรถตู้พร้อมกับสมาชิกสถาวรรันนิ่ง และ พี่ ๆ น้อง ๆ บ้านวัดใจจอมบึง ถึงที่หมายแล้วก็รับบิบ แล้วชวนกันไปกินข้าวฟรี เอ๊ยยยย ดูหนังที่พี่เสือคัดสรรมาให้นักวิ่งดู พร้อมทั้งแจกข้าวกลางวันให้กินไปดูไปด้วย จริง ๆ แล้วทางเพจ 42.195 นำโดยพี่ป๊อกนัดเหล่า pace maker ให้ไปประชุมพร้อมกันที่โรงยิมเวลาสี่โมงเย็น ไอ้ฉันก็ติดภารกิจแอดมินฯ บ้านวัดใจจอมบึงของครูดิน ก็เลยส่งจิ๊บไปเป็นตัวแทน รับรายละเอียด พร้อมเสื้อ pace maker มาให้ ต้องขออภัยพี่ป๊อก และ ขอขอบใจจิ๊บมา ณ ที่นี้
เสร็จสิ้นภารกิจทั้งปวงแล้วจึงเอาของไปเก็บยังที่พัก ก่อนออกมาหาอะไรกินกันเป็นมื้อเย็น เสร็จแล้วก็พักผ่อนให้ข้าวเรียงเม็ด ไม่ใช่สินะ ต้องพูดว่า ให้ผัดไทยเรียงเส้น แล้วอาบน้ำ เข้านอนใกล้ ๆ สี่ทุ่ม ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวเนื่องจากได้พักในห้องพักชั้นสี่ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของหอพัก คอนกรีตที่เก็บความร้อนสะสมไว้ตั้งแต่กลางวันก็คายความร้อนออกมา บอกเลยว่านอนไม่เต็มตื่น พลิกตัวทีเตียงสองชั้นที่อิฉันปีนขึ้นไปนอนชั้นบนก็ขยับโยกชนกำแพง ก่อเสียงรบกวนเพื่อนร่วมห้อง ไอ้คนขยับตัวก็ไม่สบายใจ เพื่อนจะตื่นมั้ยหว่า
เช้ามาเลยมีอาการนอนไม่พอเล็กน้อย ก่อความกังวลนิดหน่อย แต่นั่นก็ยังไม่เท่าความกังวลจากอาการลมในท้อง รู้สึกว่าในท้องมีลม แม้จะไม่แน่นมากแต่นั่นก็ทำให้ไม่ค่อยสบายใจ เพราะหากเกิดอาการจุกเสียดระหว่างวิ่งก็อาจจะทำให้ไม่สามารถคุมจังหวะได้
เปิดห่อยาประจำตัว คุ้ยเอายาเม็ดตกเบ็ดมากินบรรเทาอาการ สิริรวมสามเม็ด จากที่แขม่วท้องแล้วรู้สึกถึงอาการเสียดท้อง ก็ค่อย ๆ เบาบาง จนเกือบจะหายสนิทเมื่อเวลาตีสี่ครึ่ง อันเป็นเวลานัดหมายให้เหล่าเพซเมคเกอร์ไปผูกลูกโป่งกัน
ไปถึงในหอประชุม เจอลูกโป่ง แต่ไม่เจอใคร ก็เลยชวนจิ๊บไปจ๊อกเรียกเหงื่อ (และเรียกข้าศึก-อันนี้เป็นลักษณะนิสัยส่วนตัวที่ไม่รู้ไปสอนร่างกายไว้ยังไง ตื่นมาจะยังไม่ถ่ายทันที แต่ถ้าได้จ๊อกครบสองโลเมื่อไหร่ ข้าศึกก็พร้อมบุกประตูหลังเมื่อนั้น -_-'' เป็นแบบนี้แทบจะทุกครั้งไม่ว่าจะวันแข่งวันซ้อม) พอจ๊อกครบสองกิโล ก็มาละ ข้าศึกมาตามนัด มองไปยังตู้สุขาที่ตั้งเรียงราย สังเกตจากตอนทีมีคนเปิดประตูเห็นว่าในตู้มืดมาก ก็เลยตัดสินใจไปเข้าห้องน้ำของหอประชุม ไปถึงก็ผงะกับแถว ยาวยืดเยื้อยมาจนถึงประตูหอประชุม ตายละวา แบบนี้ไม่ดีแน่ พอดีเจอแอ้นกับเพนท์ แอ้นชวนไปเข้าห้องน้ำโรงยิม เพราะที่นั่นคิวสั้นกว่า ก็ตัดสินใจเสี่ยง ยอมเดินไกลหน่อย แล้วก็คุ้มที่เสี่ยงไป เพราะคนน้อยจริง ทำธุระได้อย่างสบายใจ
เสร็จสรรพกลับมาที่หอประชุม เขาผูกลูกโป่งกันแล้ว ทำไงล่ะทีนี้ ยืดก็ยังไม่ได้ยืด ดริลก็ไม่ได้ดริล ตัดใจด้วยเวลากระชั้นชิด ผูกลูกโป่งเสร็จแล้วสไตรด์ในหอประชุมไปสามสี่เที่ยว ได้เวลา ต้องเดินออกไปหน้าเส้นสตาร์ทแล้ว เราสามคน จิ๊บ โอ่ง นก ก็แทรกตัวเข้าไปยืนให้หน้าที่สุดเท่าที่จะหน้าได้ เนื่องจากว่า ต้องวิ่งในเวลาที่ค่อนข้างเร็ว ๑:๔๕ นี่คือต้องทำเวลาเพซเฉลี่ย ๕ ตลอดทาง ตกลงกันไว้ว่าเราจะวิ่งที่เพซ ๔:๕๕ ถึง ๕:๐๐ เรื่องจิบน้ำนี่คือใครใคร่จิบก็ชะลอจิบไปแล้วเร่งขึ้นมาให้ทันคนที่คุมเวลาอยู่ก็แล้วกัน
ยืนรอหน้าเส้นจนตัวแห้งเย็น ปล่อยตัวจริงเวลา ตีห้า ห้าสิบหกนาที ช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ เกือบครึ่งชั่วโมง อันนี้ไม่ค่อยดีสำหรับนักวิ่ง ยิ่งนักวิ่งที่ต้องทำเวลาด้วยแล้ว หัวใจที่ถูกกระตุ้นไว้ตอนสไตรด์ ก็กลับสู่สภาพเกือบปกติ ความพร้อมของหัวใจและกล้ามเนื้อที่เตรียมไว้ดีแล้วก็กลายเป็นสภาพไม่พร้อมเร่ง ก็ได้แต่ภาวนา หวังว่าทุนเก่าที่มีจะทำให้รอด
ปล่อยตัววิ่งไหลตามผู้คนค่อนข้างมาก สามร้อยเมตรแรกแอบดูนาฬิกา เพซปาไปหกครึ่ง พอคนเริ่มเบาบางก็ค่อย ๆ เร่ง ทำเวลากิโลแรกที่ 5:00.7 แหม่ เป๊ะเชียว
วันนี้วิ่งค่อนข้างสม่ำเสมอ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แอบรู้สึกว่ายากกว่าวิ่งตามจังหวะของตัวเอง กิโลไหนเร่งได้ก็ต้องคุมไว้ ไม่เร่งเกินไป กิโลไหนหนืดก็พยายามเร่งเพื่อให้ได้เพซเฉลี่ยตามที่ควรจะเป็น แต่ถึงกระนั้น ก็สนุกไปกับการวิ่งวันนี้ หลังกลับตัวแล้วได้ทักทายพี่ ๆ น้อง ๆ ที่รู้จักกัน ได้แปะมือกับ pace maker ช่วงเวลาอื่น ๆ การปิดถนน ๑๐๐ % ทำให้สนุกกับการแปะมือโดยไม่ต้องระวังว่าจะโดนรถเฉี่ยวชน
ผลการวิ่งแต่ละกิโลเป็นดังนี้
5:00.7 / 4:56.1 / 4:53.8 / 4:54.4 / 4:54.8 / 4:53.9 / 5:04.1 / 4:54.6 / 4:55.8 / 5:07.2* / 4:56.1 / 5:00.6 / 4:59.1 / 4:57.8 / 5:00.2 / 4:57.4 / 4:57.1 / 5:01.0 / 4:54.7 / 4:53.3 / 1:39.1 (0.13 กม. กดเวลาช้าไปนิด)
* จิบน้ำ
เข้าเส้นที่เวลา ๑:๔๔:๔๕ เป๊ะเวอร์ (ตามเวลาสนาม ไม่ต้องบวกเวลาข้างบนแล้วมาแย้งว่าไม่เท่ากันนะคะ)
รู้สึกดีใจที่ทำหน้าที่ได้ตามกำหนด อาจจะไม่สมบูรณ์เท่าใดนักเนื่องจากเร็วขนาดนี้ก็ไม่สามารถจะเอนเตอร์เทนลูกค้า(นักวิ่งที่เกาะมา)ได้ ได้แต่วิ่งคุมจังหวะให้เข้าเส้นได้ตามเป้าหมาย ลูกค้าก็ไม่ค่อยรักเราเท่าไหร่ ยิ่งวิ่งยิ่งหาย ไม่หลุดไป ก็แซงเราไปเลย -- ที่จริงดีใจนะคะ ที่ลูกค้าเกาะเราจนมั่นใจว่าไปด้วยตัวเองรอดได้แน่ ๆ แล้ว ยินดีมากที่แซงไป และจะยินดีมากกว่านั้นถ้าทำ new PB กันได้ด้วย :D
อยากลองทำหน้าที่นี้ในสนามอื่นที่ไม่ใช่ทางราบ มีเนินขึ้นบ้างลงบ้าง คงจะได้วางแผนกันสนุกกว่านี้ บางกิโลอาจจะเพซพุ่ง บางกิโลอาจจะหนืดแต่ขอให้เข้าเส้นตามเวลา ... น่าลองชะมัด แต่จะมีโอกาสได้ลองไหมไม่รู้ ค่าที่ว่า ลูกค้าแทบไม่มี งานต่อ ๆ ไป พี่ป๊อกคงงดเพซเซอร์เวลานี้ซะละมั้ง
ยิ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้วนี่ สวรรค์กับนรกเลยทีเดียว
...
ปีนี้มาวิ่งงานจอมบึงในฐานะ Pace Maker หรือ ผู้กำกับเวลานั่นเอง
บางคนก็เรียก Pacer แต่อิฉันว่า Pace Maker ฟังดูเพราะกว่านะ ฮ่า ๆ
...
ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนธันวา กลับจากเชียงใหม่ถึงสนามบินดอนเมืองวันที่ 24
เพนท์ ผู้ไปรับถึงสนามบินมาส่งบ้าน ก็เกริ่นในรถ ระหว่างเดินทาง ว่า pace maker ระยะฮาล์ฟที่เวลา ๑:๔๕ ชั่วโมงมีแค่คนเดียว ซึ่งก็คือจิ๊บ น้องที่รู้จักกันในชมรมสถาวรรันนิ่ง แล้วก็หยอดนิด ๆ ว่า พี่นกสมัครเป็นเพื่อนจิ๊บสิ ระหว่างรถติด เพนท์ก็ส่งลิงค์สมัครมาให้
คิดทบทวนสามวิ แล้วก็กดสมัครในรถนั่นแหละ ต้องขอบคุณการจราจรในกรุงเทพ ที่ติดขัดซะจนทำอะไร ๆ เสร็จถึงไหน ๆ รถก็ขยับไปได้แค่คืบแค่ศอกจริง ๆ
พอสมัครเสร็จก็ลุ้นนิดหน่อย ว่าจะได้รับคัดเลือกไหม ค่าที่สถิติที่ดีที่สุด ก็เหนือ ๑:๔๕ ไม่ถึงห้านาที อาจไม่ผ่านมติกรรมการก็ได้
แล้วในที่สุด ก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสามเพซเซอร์ของเวลาสวย ๆ นี้ ... คิดว่าเป็นเพราะไม่มีใครให้เลือกซะมากกว่า คณะกรรมการเลยจนใจ ไม่กล้าคัดอิฉันออก วะฮ่า
...
ตัดกลับมาที่วันเสาร์ ๑๖ มกรา เลยละกัน
อิฉันเดินทางจากกรุงเทพด้วยรถตู้พร้อมกับสมาชิกสถาวรรันนิ่ง และ พี่ ๆ น้อง ๆ บ้านวัดใจจอมบึง ถึงที่หมายแล้วก็รับบิบ แล้วชวนกันไปกินข้าวฟรี เอ๊ยยยย ดูหนังที่พี่เสือคัดสรรมาให้นักวิ่งดู พร้อมทั้งแจกข้าวกลางวันให้กินไปดูไปด้วย จริง ๆ แล้วทางเพจ 42.195 นำโดยพี่ป๊อกนัดเหล่า pace maker ให้ไปประชุมพร้อมกันที่โรงยิมเวลาสี่โมงเย็น ไอ้ฉันก็ติดภารกิจแอดมินฯ บ้านวัดใจจอมบึงของครูดิน ก็เลยส่งจิ๊บไปเป็นตัวแทน รับรายละเอียด พร้อมเสื้อ pace maker มาให้ ต้องขออภัยพี่ป๊อก และ ขอขอบใจจิ๊บมา ณ ที่นี้
เสร็จสิ้นภารกิจทั้งปวงแล้วจึงเอาของไปเก็บยังที่พัก ก่อนออกมาหาอะไรกินกันเป็นมื้อเย็น เสร็จแล้วก็พักผ่อนให้ข้าวเรียงเม็ด ไม่ใช่สินะ ต้องพูดว่า ให้ผัดไทยเรียงเส้น แล้วอาบน้ำ เข้านอนใกล้ ๆ สี่ทุ่ม ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวเนื่องจากได้พักในห้องพักชั้นสี่ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของหอพัก คอนกรีตที่เก็บความร้อนสะสมไว้ตั้งแต่กลางวันก็คายความร้อนออกมา บอกเลยว่านอนไม่เต็มตื่น พลิกตัวทีเตียงสองชั้นที่อิฉันปีนขึ้นไปนอนชั้นบนก็ขยับโยกชนกำแพง ก่อเสียงรบกวนเพื่อนร่วมห้อง ไอ้คนขยับตัวก็ไม่สบายใจ เพื่อนจะตื่นมั้ยหว่า
เช้ามาเลยมีอาการนอนไม่พอเล็กน้อย ก่อความกังวลนิดหน่อย แต่นั่นก็ยังไม่เท่าความกังวลจากอาการลมในท้อง รู้สึกว่าในท้องมีลม แม้จะไม่แน่นมากแต่นั่นก็ทำให้ไม่ค่อยสบายใจ เพราะหากเกิดอาการจุกเสียดระหว่างวิ่งก็อาจจะทำให้ไม่สามารถคุมจังหวะได้
เปิดห่อยาประจำตัว คุ้ยเอายาเม็ดตกเบ็ดมากินบรรเทาอาการ สิริรวมสามเม็ด จากที่แขม่วท้องแล้วรู้สึกถึงอาการเสียดท้อง ก็ค่อย ๆ เบาบาง จนเกือบจะหายสนิทเมื่อเวลาตีสี่ครึ่ง อันเป็นเวลานัดหมายให้เหล่าเพซเมคเกอร์ไปผูกลูกโป่งกัน
ไปถึงในหอประชุม เจอลูกโป่ง แต่ไม่เจอใคร ก็เลยชวนจิ๊บไปจ๊อกเรียกเหงื่อ (และเรียกข้าศึก-อันนี้เป็นลักษณะนิสัยส่วนตัวที่ไม่รู้ไปสอนร่างกายไว้ยังไง ตื่นมาจะยังไม่ถ่ายทันที แต่ถ้าได้จ๊อกครบสองโลเมื่อไหร่ ข้าศึกก็พร้อมบุกประตูหลังเมื่อนั้น -_-'' เป็นแบบนี้แทบจะทุกครั้งไม่ว่าจะวันแข่งวันซ้อม) พอจ๊อกครบสองกิโล ก็มาละ ข้าศึกมาตามนัด มองไปยังตู้สุขาที่ตั้งเรียงราย สังเกตจากตอนทีมีคนเปิดประตูเห็นว่าในตู้มืดมาก ก็เลยตัดสินใจไปเข้าห้องน้ำของหอประชุม ไปถึงก็ผงะกับแถว ยาวยืดเยื้อยมาจนถึงประตูหอประชุม ตายละวา แบบนี้ไม่ดีแน่ พอดีเจอแอ้นกับเพนท์ แอ้นชวนไปเข้าห้องน้ำโรงยิม เพราะที่นั่นคิวสั้นกว่า ก็ตัดสินใจเสี่ยง ยอมเดินไกลหน่อย แล้วก็คุ้มที่เสี่ยงไป เพราะคนน้อยจริง ทำธุระได้อย่างสบายใจ
เสร็จสรรพกลับมาที่หอประชุม เขาผูกลูกโป่งกันแล้ว ทำไงล่ะทีนี้ ยืดก็ยังไม่ได้ยืด ดริลก็ไม่ได้ดริล ตัดใจด้วยเวลากระชั้นชิด ผูกลูกโป่งเสร็จแล้วสไตรด์ในหอประชุมไปสามสี่เที่ยว ได้เวลา ต้องเดินออกไปหน้าเส้นสตาร์ทแล้ว เราสามคน จิ๊บ โอ่ง นก ก็แทรกตัวเข้าไปยืนให้หน้าที่สุดเท่าที่จะหน้าได้ เนื่องจากว่า ต้องวิ่งในเวลาที่ค่อนข้างเร็ว ๑:๔๕ นี่คือต้องทำเวลาเพซเฉลี่ย ๕ ตลอดทาง ตกลงกันไว้ว่าเราจะวิ่งที่เพซ ๔:๕๕ ถึง ๕:๐๐ เรื่องจิบน้ำนี่คือใครใคร่จิบก็ชะลอจิบไปแล้วเร่งขึ้นมาให้ทันคนที่คุมเวลาอยู่ก็แล้วกัน
ยืนรอหน้าเส้นจนตัวแห้งเย็น ปล่อยตัวจริงเวลา ตีห้า ห้าสิบหกนาที ช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ เกือบครึ่งชั่วโมง อันนี้ไม่ค่อยดีสำหรับนักวิ่ง ยิ่งนักวิ่งที่ต้องทำเวลาด้วยแล้ว หัวใจที่ถูกกระตุ้นไว้ตอนสไตรด์ ก็กลับสู่สภาพเกือบปกติ ความพร้อมของหัวใจและกล้ามเนื้อที่เตรียมไว้ดีแล้วก็กลายเป็นสภาพไม่พร้อมเร่ง ก็ได้แต่ภาวนา หวังว่าทุนเก่าที่มีจะทำให้รอด
ปล่อยตัววิ่งไหลตามผู้คนค่อนข้างมาก สามร้อยเมตรแรกแอบดูนาฬิกา เพซปาไปหกครึ่ง พอคนเริ่มเบาบางก็ค่อย ๆ เร่ง ทำเวลากิโลแรกที่ 5:00.7 แหม่ เป๊ะเชียว
วันนี้วิ่งค่อนข้างสม่ำเสมอ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แอบรู้สึกว่ายากกว่าวิ่งตามจังหวะของตัวเอง กิโลไหนเร่งได้ก็ต้องคุมไว้ ไม่เร่งเกินไป กิโลไหนหนืดก็พยายามเร่งเพื่อให้ได้เพซเฉลี่ยตามที่ควรจะเป็น แต่ถึงกระนั้น ก็สนุกไปกับการวิ่งวันนี้ หลังกลับตัวแล้วได้ทักทายพี่ ๆ น้อง ๆ ที่รู้จักกัน ได้แปะมือกับ pace maker ช่วงเวลาอื่น ๆ การปิดถนน ๑๐๐ % ทำให้สนุกกับการแปะมือโดยไม่ต้องระวังว่าจะโดนรถเฉี่ยวชน
ผลการวิ่งแต่ละกิโลเป็นดังนี้
5:00.7 / 4:56.1 / 4:53.8 / 4:54.4 / 4:54.8 / 4:53.9 / 5:04.1 / 4:54.6 / 4:55.8 / 5:07.2* / 4:56.1 / 5:00.6 / 4:59.1 / 4:57.8 / 5:00.2 / 4:57.4 / 4:57.1 / 5:01.0 / 4:54.7 / 4:53.3 / 1:39.1 (0.13 กม. กดเวลาช้าไปนิด)
* จิบน้ำ
เข้าเส้นที่เวลา ๑:๔๔:๔๕ เป๊ะเวอร์ (ตามเวลาสนาม ไม่ต้องบวกเวลาข้างบนแล้วมาแย้งว่าไม่เท่ากันนะคะ)
รู้สึกดีใจที่ทำหน้าที่ได้ตามกำหนด อาจจะไม่สมบูรณ์เท่าใดนักเนื่องจากเร็วขนาดนี้ก็ไม่สามารถจะเอนเตอร์เทนลูกค้า(นักวิ่งที่เกาะมา)ได้ ได้แต่วิ่งคุมจังหวะให้เข้าเส้นได้ตามเป้าหมาย ลูกค้าก็ไม่ค่อยรักเราเท่าไหร่ ยิ่งวิ่งยิ่งหาย ไม่หลุดไป ก็แซงเราไปเลย -- ที่จริงดีใจนะคะ ที่ลูกค้าเกาะเราจนมั่นใจว่าไปด้วยตัวเองรอดได้แน่ ๆ แล้ว ยินดีมากที่แซงไป และจะยินดีมากกว่านั้นถ้าทำ new PB กันได้ด้วย :D
อยากลองทำหน้าที่นี้ในสนามอื่นที่ไม่ใช่ทางราบ มีเนินขึ้นบ้างลงบ้าง คงจะได้วางแผนกันสนุกกว่านี้ บางกิโลอาจจะเพซพุ่ง บางกิโลอาจจะหนืดแต่ขอให้เข้าเส้นตามเวลา ... น่าลองชะมัด แต่จะมีโอกาสได้ลองไหมไม่รู้ ค่าที่ว่า ลูกค้าแทบไม่มี งานต่อ ๆ ไป พี่ป๊อกคงงดเพซเซอร์เวลานี้ซะละมั้ง

สักวันหนึ่ง นุ่นจะไปเป็นลูกค้าพี่
ตอบลบพี่คงไม่ได้เป็น Pace Maker บ่อย ๆ มั้งนุ่น
ลบเยี่ยมมากเลยนก วิ่งหลายคนไปพร้อมกันยิ่งสนุก ปีหน้าเจอกกันใหม่นะ
ตอบลบ