วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Chiang Mai Marathon 2015 : My 20th Half Marathon

ก่อนจะถึงจอมบึง สนามวิ่งที่ ๑ สำหรับปี ๒๕๕๙ เราก็ต้องมาบันทึกถึงสนามสุดท้าย ของปี ๒๕๕๘ กันก่อน

จริง ๆ สนามนี้เป็นสนามที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาแข่ง

เรื่องของเรื่องคือช่วงปลายปี เป็นช่วงที่ว่างงาน ไม่มีโปรเจคท์ พอได้อีเมล์จากนกแอร์ ประชาสัมพันธ์ตั๋วราคาดีดี ก็เลยคลิก ๆ จองดูเล่น ๆ ได้ตั๋วไปกลับราคาสองพันนิด ๆ ก็เลยจัดมา หาเรื่องไปนอนกอดหลาน สวัสดีป๊าม้าช่วงก่อนปีใหม่ ห่างไกลผู้คน หนีช่วงเทศกาลซะหน่อย ตั๋วที่จองได้คือบินไปเชียงใหม่ค่ำวันที่ ๑๕ ธันวา และกลับกรุงเทพ ๒๔ ธันวา

สองวันหลังจองเสร็จ เห็นว่า งานเชียงใหม่มาราธอนยังไม่ปิดรับสมัคร ก็เลยสมัครระยะฮาล์ฟซะหน่อยละกัน เผื่อได้รางวัลมาชดเชยค่าตั๋วเครื่องบิน ... แม้จะยังไม่ปิดรับสมัคร แต่ก็หมดระยะราคา early bird แล้ว ดังนั้น ค่าสมัครวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน จึงปาไปแปดร้อยบาทถ้วน (เท่าราคาระยะฟูลที่ขอนแก่นเลย -_-'')

วันแข่ง นอนสามทุ่ม ตื่นตีสามสิบนาที ออมเป็นสารถีขับรถพาไปแข่ง แถมพ่วงด้วยตำแหน่งช่างภาพอีกหนึ่งตำแหน่ง -- ขอบคุณนะ <3 --

วอร์มอัพ ๒ กิโลเมตร กายบริหาร ยืดเหยียด สไตรด์ได้แค่สองเที่ยวก็ได้ยินเสียงเรียกให้ไปยืนรอปล่อยตัวซะแล้ว

ตั้งเป้าไว้ที่ ๑ ชั่วโมงสี่สิบ เพราะอยากทำฟูลที่ ๓ ชั่วโมงครึ่ง (อาจหาญมาก ตั้งเป้าซะขนาดเน้ ก็นะ ..เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชนไม่ใช่เหรอ)

ผลการวิ่งแต่ละกิโลเมตรเป็นดังนี้

4:31.75 / 4:47.20 / 4:40.59 / 4:45.57 / 4:42.63 / 4:49.09 / 4:44.46 / 4:53.57 / 4:56.97 / 4:59.18 / 4:46.64 / 4:53.49 / 4:54.05 / 4:53.74 / 4:56.09 / 5:01.98 / 4:42.79 / 4:45.59* / 4:49.39 / 4:45.27 / 4:36.73 / 2:13.95 (0.46k)

* จิบน้ำ

ออกตัวตามบรรยากาศเหมือนทุกที แล้วค่อย ๆ ปรับจังหวะ ให้สอดคล้องกับลมหายใจ เจอพี่แหม่ม-มณีรัตน์ตามมาทักตอนประมาณกิโลเมตรที่ ๒ ก็ปล่อยพี่แหม่มแซงไป เกรงว่าหากเร่งตามไปแล้วจะเสียจังหวะตัวเอง เดี๋ยวไปตายตอนท้าย ถึงอย่างนั้นเพซที่ กม. สาม ก็ฟ้องว่าเธอแอบเร่งตามเค้าไปนิด-นิด กว่าจะไหวตัวทัน (เพซกระตุกขึ้นไปที่ 4:40) รักษาจังหวะไปเรื่อย ๆ ไปแซงพี่แหม่มคืนตอนกิโลที่เจ็ด ช่วงจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุเทพ แล้ววิ่งตามถนนสุเทพไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายอีกทีที่กาดพยอมเข้าถนนรอบเมืองเชียงใหม่ เส้นทางทับกับเส้นทางระยะเต็มมาราธอน แต่ของระยะฮาล์ฟจะไปกลับตัวประมาณ กม.ที่ ๑๓

ช่วงกลับตัวเป็นช่วงที่มืดมาก ไฟถนนไม่มี มืดราวกับวิ่งในถ้ำ วิ่งไปแบบไม่เห็นคนข้างหน้า ไม่เห็นทาง ไม่เห็นหลุมบ่อใด ๆ วิ่งไปภาวนาไปอย่าให้เจอหลุมเลย มิน่าล่ะ เค้าถึงได้แจกไฟส่องกบให้ใน race pack --เพิ่งจะถึงบางอ้อก็ตอนนี้ แต่ก็ไม่ทันละ ไม่ได้ติดมาด้วยเพราะไม่คุ้น-- เจ้าหน้าที่ต้องพูดใส่สปีคเกอร์ว่าให้กลับตัวตรงนี้ ถึงกระนั้น อิชั้นก็เลยไปสามสี่ก้าวก่อนเลี้ยวกลับตัว เพราะว่ามองไม่เห็นกระทั่งกรวยกั้น (เค้ามีมั้ยไม่รู้อะ รู้แต่ว่ามองไม่เห็น)

ด้วยความที่อากาศเย็น แม้ไม่เท่าปีที่แล้ว แต่นั่นก็เป็นผลดี ทำให้ไม่รู้สึกกระหายน้ำ กว่าจะจิบน้ำก็ปาไปกิโลที่ ๑๗-๑๘

งานนี้คุมจังหวะค่อนข้างดี ประคองมาเรื่อย ๆ มาเร่งสองโลท้ายตามที่ฝึกมา เร่งขึ้นก็สบายใจละ :)

เข้าเส้นชัยที่ ๑:๔๓.xx กับระยะ ๒๑.๔๖ กม. เป็นลำดับที่ ๑ ในรุ่นอายุ ได้ค่าตั๋วเครื่องบินกลับบ้านสมใจ :D

ได้ครีมกันแดดมาอีกกระบุงนึง :D



วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ตามรอยเท้าพ่อ เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ ๔ : My 19th Half Marathon


ชืองาน : ตามรอยเท้าพ่อ เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ ๔

สถานที่ : วิหารเซียน สัตหีบ

อันที่จริง ไม่ควรจะปล่อยให้เวลาล่วงเลยข้ามปีแบบนี้เลย
ลืมหมดแล้ว ความรัก อารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในสนาม >.<

บ่ายของวันเสาร์ก่อนวันแข่ง ฝนตกหนักมาก จนแอบหวั่นใจ ว่าฝนจะตกวันแข่งมั้ยนะ ... ม่ายยยยย อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย

เช้าวันแข่ง ตื่นตีสามกว่า ๆ ออกจากที่พักถึงสนามประมาณตีสี่ครึ่ง วอร์มอัพ ๒ กม. กายบริหาร ยืดเหยียด ดริล สไตรด์ ตามสเต็ป แวะเข้าห้องน้ำจัดการข้าศึกให้เรียบร้อย ... พร้อมที่สุดละ

ออกตัวตามบรรยากาศเหมือนทุกที แล้วจับลมหายใจ ค่อย ๆ เตือนตัวเองให้ก้าวขาตามจังหวะของตน ใจเย็นไอ้น้อง ถ้าไม่อยากตาย อย่าไปตามใครเค้า

จำได้ (อย่างเลือนลาง) ว่าเนินสุดท้ายก่อนกลับตัว (ประมาณ กม.ที่ ๗) เป็นเนินเดียวที่ต้องยั้ง ไม่กล้าจัดเต็มเนื่องจากกลัวหน้าจะทิ่มถ้าสับขาไม่ทันแรงดึงของโลก ซึ่งนั่นก็แปลว่าเนินแรกที่เจอหลังกลับตัวนี่มันก็จะหนืดสุดเหวี่ยง .. คือถ้าเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงพอ ฝึกซ้อมกับเนินมามากพอ เนินนี้ก็อาจจะเด็ก-เด็กสำหรับผู้นั้นก็เป็นได้ แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว หึ หึ หึ ความรู้สึกตามที่กล่าวมาเลย

พอเข้ากิโลที่ ๑๖ เริ่มหมดกำลัง และรู้สึกเหงาเปลี่ยวเดียวดายมาก ข้างหน้ามีผู้ชายนำไปห่าง ๆ เหลียวไปข้างหลังไม่เจอใครเลย พยายามเล็ง ผช ที่ใกล้ที่สุดไว้ไม่ให้คลาดสายตา ไม่ใช่อะไร กลัวจะเลี้ยวผิด!! ช่วงหลังนี่เป็นเนินหนืด ๆ ถามตัวเองซ้ำซ้ำว่าเมื่อไหร่ถึง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วระยะฮาล์ฟนี่คือระยะถนัด สนามโหดได้ใจจริง ๆ

ผลการวิ่งแต่ละกิโลเมตรเป็นดังนี้ (สังเกตความเป็นเนินได้จากเพซ)

4:33.89 / 4:51.93 / 5:27.99 / 4:24.41 / 5:10.78 / 5:11.53 / 4:56.72 / 5:32.25 / 4:39.87 / 4:32.44 / 5:03.53* / 4:59.36 / 4:56.55 / 4:44.00 / 5:22.72 / 5:40.47 / 5:38.36 / 5:41.78 / 5:13.95 / 5:06.65 / 5:17.17 / 2:47.76 (0.56k)

สนามนี้เป็นสนามแรกที่มีความรู้สึก "เมื่อไหร่จะถึงซะที" คือวิ่งระยะมาราธอนมาสามสนาม ยังไม่เคยรู้สึกขนาดนี้เลย ช่วงสองสามร้อยเมตรสุดท้ายนี่คือความยาวนานในความรู้สึกมาก ๆ เป็นอีกรสชาติหนึ่งที่ ถ้าปีหน้าจะมาอีกก็คงเพราะอยากรู้ว่า ความรู้สึกนั้นจะเกิดซ้ำอีกไหม เราจะเอาชนะมันได้ไหม ... ฮือม์ คิดแล้วก็น่าลองแฮะ

เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์ ยืดเหยียด รอรับถ้วยรางวัลโอเวอร์ออลฝ่ายหญิง รับจากมือครูดินกันเลยทีเดียว :D





วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Khao Cha Ngok Super Half Marathon 2015 : My 18th (Super) Half Marathon

นอนก่อนสามทุ่ม ตื่นตีสาม

ถึงสนามก่อนตีสี่นิดหน่อย ฝากของ เข้าห้องน้ำ วอร์มอัพ ๒ กม. ดริลท่าละเที่ยว สไตรด์ ๔ เที่ยว แล้วไปยืนรอปล่อยตัวก่อนเวลา ๑๕ นาที ยืนคอยจนตัวเกือบจะเย็น

ปล่อยตัววันนี้พยายามไม่เร่งตามคนข้างหน้ามากนัก พยายามรักษาจังหวะที่ตั้งเป้าไว้ในใจว่า ... ถ้าหากอยากจะวิ่งระยะมาราธอนให้ได้ในสามชั่วโมงครึ่ง(ซึ่งประกาศกร้าวไว้เมื่อวันที่ผลบอสตันออก--ประกาศด้วยความแค้นแฝงไว้นิดหน่อย) ก็คือจะต้องวิ่งที่เพซเฉลี่ยห้าถ้วนตลอดระยะ ๔๒ กิโลเมตร ... วันนี้ลงสนามระยะ ๓๒ กิโลเมตร ถือเป็นการทดลอง ว่าจะวิ่งเฉลี่ยที่เพซห้าถ้วนไหวซักแค่ไหน จะรักษาเพซในใจนี้ได้ถึงกิโลเมตรที่เท่าไหร่ เพื่อจะได้เป็นฐานในการซ้อมครั้งหน้า

ด้วยความที่สนามนี้มีเนิน สลับมีขึ้น มีลง ... เหมือนชีวิตคนเราเลยเนอะ .... จะรักษาเพซห้าทุก ๆ กิโลเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ มันต้องมีจังหวะหนืดในขาขึ้น และ จังหวะวิ่งฉิวให้โลกช่วยดึงในขาลง ดังนั้น จึงกะว่าจะเฉลี่ย ๆ เอา ด้วยเป้าหมายทีละ ๕ กม. เฉลี่ยเพซห้า นั่นคือ ๕ กิโลเมตรละ ๒๕ นาที

ออกตัวมาได้ซักแป๊บ ได้ยินเสียงทัก "พี่นก หวัดดีครับ" ไอ้เราก็หยิ่งตามสไตล์ ไม่หันไปมองให้เสียสมาธิ ได้แต่พูดตอบไปเนิบ-เนิบว่า "หวัดดี" แล้วน้องคนที่ทักนั้นก็แซงขึ้นมา พูดต่ออีกนิดว่า "ผม ป๊อกครับ" หางตาเหลือบไป อั้ยย่ะ พี่ป๊อกแห่งคลับ ๔๒.๑๙๕ ฯ และห้องแบ่งปันฯ ในตำนาน หางตาเห็นพี่เขายกมือสวัสดีด้วย กรี๊ดดดดด หยิ่งไม่เข้าเรื่องแล้วไงล่ะ ตะโกนไปอีกรอบ "สวัสดีค่ะพี่ป๊อกกกกก" แฮ่ น้องขอโทษ

ห้ากิโลแรกสวย ๆ ทำเวลาทดไว้ ๕๐ วิ พอถึงกิโลที่สิบ ที่ทดไว้เหลือ สามสิบวิ กิโลสิบห้า เหลือประมาณ สิบวิ กิโลยี่สิบ ที่ทด ๆ ไว้ก็หมดพอดี วิ่งไปอีกพักก็กลับตัวรับเช็คพอยท์ พอถึงกิโลยี่สิบห้า เริ่มเกินมานาทีเต็ม ๆ ใจก็คิดว่า เพซขนาดนี้ วันนี้คงได้แค่นี้ ที่เหลือ เอาแค่ไม่ร่วงน่าเกลียดมากก็พอ  ก็ไปได้อีกสองสามโล พอถึงสี่โลสุดท้าย ขามันไม่ใช่ของเราละ เพซตกลงไปเลวร้ายสุดถึง ๕:๔๔ เลยทีเดียว แต่ตอนนั้นคือหลังจากที่ใจมันปล่อยแล้ว ข้างหน้าไม่มีใครให้เร่งแซง (คือถูกที่ ๑ โอเวอร์ออลทิ้งไปเป็นกิโล) ข้างหลังก็ไม่มีใครให้วิ่งหนี ก็เลยไปเรื่อย ๆ นึกถึงบทสวดมนต์เพื่อให้ลืมว่าขามันล้าแค่ไหน ดึงใจไปจ่อกับบทสวดแทน

จริง ๆ แล้วก็นับก้าวมาเรื่อย ๆ แต่พอเจอพี่อู๊ด (นรสิงห์) ที่ทักว่าคนแรกป่าว (ประมาณกิโลที่ ๒๘) แล้วก็ส่ายหน้าตอบพร้อมชูมือเป็นตัววีเพื่อบอกว่าที่สอง จากนั้นก็ลืมตัวเลขที่นับ ก็เลยคิดว่าเอาใจไปไว้กับบทสวดมนต์ละกัน ตอนแรก จะสวดอิติปิโสฯ แล้วมันสะดุดคือแบบ ...

อิติปิโส  (อะไรต่อนะ) -- แทนที่จะท่อง ภะคะวา ต่อ ใจท่องเป็น อิติปิโสวิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิฯ (บทคาถามงกุฏพระพุทธเจ้า) เฉยเลย ... ก็เลยท่องบทนี้ไปเรื่อย ๆ จนเข้าเส้น


เข้าเส้นแล้วปรากฏว่าระยะยังไม่เต็ม ๓๒ กม. อาจจะเพราะการ์มินเพี้ยน (คือมันเพี้ยนเล็กน้อยประจำเป็นปกติอยู่แล้ว) อาจจะเพราะมีตัดถนนไปมาบ้างนิดหน่อย .. ก็เลยวิ่งต่อจนครบ ๓๒ เต็ม ๆ (โรคจิตนิดหน่อย) ... เวลาสนามคือ ๒ ชั่วโมง ๔๓ นาทีต้น ๆ แต่พอวิ่งต่อจนครบ เศษวินาทีก็ปาไปเกือบเต็ม ๔๔ นาที

อย่างไรก็ดี ถือว่าเร็วกว่าปีที่แล้วถึง ๒ นาที ทำ new PB ของสนามไปโดยปริยาย เข้าเส้นเป็นที่ ๑ ของรุ่นอายุ ๔๐-๔๔ ปี เป็นอันดับ ๒ โอเวอร์ออล ซึ่งตามอันดับ ๑ ถึงหกนาที .. แหะ ตามกันเป็นกิโลเลย -_-''

เวลาแต่ละกิโลเป็นดังนี้

4:48.37 / 4:53.38 / 5:30.61 / 4:31.14 / 4:57.37 /
4:55.79 / 4:43.34 / 5:00.84* / 5:03.00 / 5:07.30 /
4:45.56 / 4:46.29 / 5:10.41 / 5:31.31 / 4:38.67 /
5:12.71* / 5:05.64 / 5:10.49 / 5:11.23 / 5:02.45 /
4:56.25 / 4:51.67 / 5:09.44 / 5:25.83* / 5:19.66 /
5:13.94 / 5:01.48 / 5:23.07 / 5:29.12 / 5:37.73 /
5:44.14 / 5:24.93

* จิบน้ำ

วิ่งเสร็จแล้ว จ๊อกเบา ๆ เป็นการคูลดาวน์ จังหวะนี้ขาลากมากแทบจะก้าวขาจ๊อกไม่ออก ก็เลยยืดเหยียดหน่อย ๆ ไปรายงานตัว แล้วก็อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย เตรียมตัวเข้าเต็นท์รอรับพระราชทานใบประกาศฯ และรับถ้วย

จบไปอีกรายการ ... แม้จะไม่ได้ดังเป้า ก็ฟินนะ อย่างน้อย ก็ได้นิวพีบี :D


อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

River Kwai International Half 2015 : My 17th Half Marathon

กลับมาเยือนอีกครั้ง กับสนามในดวงใจ RiverKwai International Half Marathon

มากี่ครั้งก็วิ่งอยู่ที่ระยะนี้ ด้วยความชอบส่วนตัว ค่าสมัครวิ่งเท่ากันทั้งระยะฮาล์ฟและมินิ ดังนั้น จ่ายแล้วควรวิ่งให้คุ้ม .. ระยะฮาล์ฟได้วิวจุใจกว่าด้วย

ปีนี้เปลี่ยนสปอนเซอร์ จาก Mizuno เป็น New Balance แต่หลายคนก็ยังเรียกชื่องานว่ามิซูโน่ริเวอร์แควกันอย่างติดปาก

ออกจากกรุงเทพแปดโมงนิด ๆ แวะหม่ำมื้อเที่ยงบ่ายโมงหน่อย ๆ ถึงโรงแรมริเวอร์แคววิลเลจบ่ายสองกว่า ๆ เช็คอินที่โรงแรม ที่พักก็เป็นแบบเรือนแพที่เพิ่งซื้อต่อจากห้อง "แบ่งปันฯ" ที่มีสมาชิกหลายท่านจองไว้ แต่ติดงานสำคัญ-ธุรกิจด่วนทำให้มาไม่ได้พอดี โชคร้ายของท่านที่มีกิจทำให้อดวิ่ง ทำให้เป็นโชคดีของข้าพเจ้าที่ทำให้มีที่นอนสบาย ๆ ใกล้จุดปล่อยตัว

เรือนแพหลังหนึ่งแบ่งเป็นสามห้อง ค่าที่พักเรือนแพห้องละ ๒๘๐๐ บาท  ถือว่าไม่แพงหากเทียบกับความสะดวกที่ได้รับ ตอนเช้าไม่ต้องเดินทางมาเอง ลืมตามาเปลี่ยนชุดออกไป มีรถบริการรับส่ง ณ จุดปล่อยตัวด้วย

ในห้องมีเตียงใหญ่ นอนได้ ๒ คน ๑ เตียง และเตียงเล็ก นอนคนเดียว อีกหนึ่งเตียง มีระเบียงสำหรับนั่งชมวิวแม่น้ำแควชิล ๆ คอเบียร์ถ้าได้จิบเบียร์ไปด้วยก็คงพริ้มมมม

นอกจากนั้นก็ยังมีคูปองอาหารเย็นสำหรับ ๒ ท่าน (ส่วนอาหารเช้า มีคูปองมากับบิบอยู่แล้ว) ห้องกว้างพอที่จะปูนอนได้อีกสองสามคนเลยล่ะ ถ้าเป็นคนกินง่ายนอนง่ายนอนพื้นแข็งได้ เพียงแต่ต้องหาเครื่องนอนมาเอง -- อ้อ .. ที่จริงในตู้มีหมอนสำรองให้อีกใบด้วย ถ้าเตรียมตัวมาดี เตรียมอาหารมาเองก็จะประหยัดไปอีก แต่ถ้าไม่ได้เตรียมมา ซื้อคูปองอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์เพื่อกินพร้อมกะเพื่อนร่วมห้องด้วยก็สะดวกดี ราคาอยู่ที่ ๓๒๐ บาทต่อหัว

ด้วยความที่เพิ่งได้ที่พักมาหมาด ๆ ก็เลยกะไว้ตั้งแต่ยังไม่เห็นห้องพัก ว่าจะเนียนนอนกันสี่คน ก็เตรียมถุงนอนเครื่องนอนกันมา กะว่านอนพื้นสองคนแหละ แต่พอเห็นห้อง โอ้ สบายมาก ต่อให้มาอีกสองก็ยังไหว ทางโรงแรมก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรนักในเรื่องของจำนวนคน แค่ว่า ถ้ามากันเยอะก็ต้องบริหารเวลาเรื่องห้องน้ำห้องท่ากันเอง

นี่มากันสี่คน ซื้อคูปองอาหารเย็นเพิ่ม ๒ ใบ รวมจ่ายไปทั้งสิ้น ๒๘๐๐ + ๖๔๐  หารกันก็ตกหัวละ ๘๒๐ ถือว่าโอเคแหละ

(เขียนเรื่องที่พักเยอะราวกับรีวิวเชียวเนอะ ฮ่า ๆ)

อะตัดมาตอนเช้า

วอร์มอัพ ๒ กม. กายบริหาร ยืดเหยียด แล้วเดินขึ้นไปที่จุดปล่อยตัว เนื่องจากคนเยอะ รถบริการไม่ทัน พวกเรา(พร้อมครูดิน)ก็ขี้เกียจคอย ก็เลยเดินขึ้นเนินไปนิดหน่อย ระยะทางเกือบกิโลเท่านั้นเอง เอาของไปฝาก ณ จุดฝากของ เดินฝ่าหมู่นักวิ่งซึ่งเยอะมากไปยังหน้าเส้น ไม่ได้ดริล ไม่ได้สไตรด์ เนื่องจากสถานที่ไม่อำนวย คนก็เยอะมากแล้ว ก็เลยแทรกตัวแล้วไปยืนจ๊อกถี่ ๆ หน้าเส้นเพื่อกระตุ้นหัวใจ

ด้วยความที่มาสนามนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว สภาพสนามเป็นยังไงก็พอรู้อยู่ ห้ากิโลแรกไม่กดดันตัวเองมาก หวังแค่เพซเฉลี่ยห้าโลบนสภาพเนินขึ้นล้วน ๆ ไม่ให้หล่นไปต่ำกว่า ห้าครึ่งก็พึงพอใจ แล้วไปทดเอาขาลงเนิน เหินลงด้วยแรงดึงดูดของโลก ปล่อยให้โลกดึงร่างไปสบาย ๆ ไม่ต้องใส่แรง แค่สับขาให้ได้จังหวะพอเหมาะกับแรงดึงที่โลกส่งมา ลั้นลา ลั้นลา  ฟินนนนนนนนนน

วันนี้เป็นวันที่วิ่งแบบไม่ได้นับก้าว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ไม่ได้นับตั้งแต่ตอนเริ่มวิ่ง แล้วก็เลยไม่นับไปเลยแล้วกัน เจอพี่น้องนักวิ่งคุ้นหน้าคุ้นตาก็ทักทายกันไป ไปได้เกือบสองโลเจอครูดินวิ่งไล่ขึ้นมา ก็ได้วิ่งกับครูพักใหญ่ ก่อนครูจะทิ้งไปเพื่อกลับตัวระยะมินิ อิชั้นวิ่งฮาล์ฟก็วิ่งต่อไปข้างหน้า เห็นสาวเสื้อดำฟ้อนต์เหลือง น้อง snail gang เสื้อเหลือง น้องเพ็ญเสื้อเขียว ธกส พอช่วงลงเนินที่ถนัด ก็ได้โลกช่วยดึงแซงน้องเสื้อเหลือง กะ น้องเสื้อเขียวได้พักนึง อีกพักน้องทั้งสองก็เร่งแซงขึ้นมา ในใจก็คิดว่า ไปเหอะ ป้าไม่ตามไปแซงหรอก ส่วนน้องเสื้อดำฟอนต์เหลือง (มารู้ทีหลังว่าคือน้องอุ้งขาแรงแห่งโตโยต้า) เค้าไปไกลเกินจะสาวเท้าตามแล้ว ...

กลับตัวเจอหนุ่มฝรั่งคนนึงยืนคอยเชียร์ (หรือทำงาน?) อยู่ ฮีบอกกับฉันว่า fifth place women แล้วกางนิ้วห้านิ้วเป็นเครื่องหมายของเลขห้า ฉันก็เลยแปะมือ hi-5 กะฮีเรียกพลังฮึดซะหน่อย แล้วไปต่อ พอกลับตัวแล้ว ได้ยินเสียงเรียกเชียร์เป็นระยะ ก็นะ ด้วยความที่สายตาก็สั้น แถมนิสัยส่วนตัวตอนวิ่งต้องหยิ่งให้เต็มที่ บางทีก็เลยไม่ได้หัน ได้แต่ยกมือแสดงว่ารับรู้ ในใจนั้นขอบคุณทุกเสียงที่ส่งมานะคะ

ระหว่างวิ่ง มีอาการเสียดท้องเป็นระยะ ก็ควักธรรมะออกมาช่วย ดูมันไป ความเสียดนั่นก็ไม่ใช่เรา มันเป็นอีกอย่างหนึ่งที่แทรกมา มันมาได้แพพ ๆ แล้วมันก็หายไป ใจไปจ่อกับเท้าที่กำลังก้าว แขนล่ะ เป็นยังไง จินตนาการถึงวงล้อที่อยู่ข้างหน้า แขนสองข้างพับ-ดึงศอก ตีล้อให้ไปข้างหน้าด้วยความเร็วต่อเนื่อง วงล้อก็คือขาสองข้างนั่นแหละ แขนตี ขาดึงเป็นวง จังหวะหายใจสัมพันธ์กัน มันก็สนุกกับการวิ่งต่อเนื่องไป ดูร่างกายมันทำงานไป ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ฝึกทั้งกายทั้งใจในคราวเดียว

ปีนี้ไม่มีพี่ตุ้มมาฟาดฟันก่อนเข้าเส้น กิโลสุดท้ายเลยเร่งได้นิดเดียว ไม่กระชากขึ้นมาเพื่อพยายามเอาชนะอย่างปีที่แล้ว - นิสัยเสียส่วนตัว ไม่มีใครให้หมายตาแข่ง ก็ไม่ยอมเร่งซะอย่างนั้น

อากาศวันนี้ดีมาก เย็นสบาย ท้องฟ้ามีหมู่เมฆบดบังแสงอาทิตย์ให้ อดเห็นไข่แดงหลังจากกลับตัวเหมือนปีก่อน แต่ก็แลกกับการที่ไม่ต้องโดนแดด ถือว่าพอให้อภัย ข้างทางเป็นสนามเขียว ๆ แซมด้วยรั้วไม้ขาว ๆ เบื้องหน้ามีหมอกหนาพาดผ่านทิวเขา โอ้ .. ชีวิตดี

เสียบรรยากาศไปบ้างกับขบวนรถที่สัญจรไปมา ปีนี้รู้สึกรถมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อกลับตัวมาแล้ว รถบรรทุกเยอะมาก ปีที่แล้วยังได้ hi-5 กับหลายคน แต่ปีนี้หาจังหวะไม่ได้เลย ...อดคิดไม่ได้ว่า มันจะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือที่จะประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถใช้ถนนแค่ปีละห้า-หกชั่วโมง ตีห้าครึ่งถึงสิบเอ็ดครึ่ง-อะไรงี้

ผลวิ่งแต่ละกิโลเป็นดังนี้

4:48.54 / 5:06.23 / 5:27.60 / 5:10.51 / 5:27.21 /
5:02.24 / 4:45.21 / 4:50.93 / 4:36.02 / 4:49.65 /
4:53.82* / 5:07.22 / 5:22.88 / 5:02.32 / 5:02.71 /
4:50.39 / 4:36.61 / 4:41.94 / 4:41.45 / 4:51.84 / 4:46.59

 * จิบน้ำ

เนื่องจากมีความรู้สึกส่วนตัวว่า FR220 ที่ใช้อยู่มันมีความเพี้ยนอยู่เล็กน้อย จึงไม่ใส่ใจที่จะเทียบกิโลต่อกิโลกับผลงานปีที่แล้ว เอาเป็นว่า รวม ๆ เร็วขึ้นครึ่งนาที พี่ก็พอใจละ

(เข้าเส้นเป็นคนแรกของผู้หญิงกลุ่มอายุ ๔๐-๔๙ ปี ด้วยเวลา chip time : 1:43.43)

เข้าเส้นแล้วจ๊อกคูลดาวน์ รับของที่ฝากไว้ ยืดเหยียดเยอะ ๆ จบการแข่งขันแต่เพียงเท่านี้ รีรอจนเจ้าหน้าที่ประกาศผลการแข่งจากชิปเป็นที่เรียบร้อย ค่อยลงไปกินข้าวพร้อมรอรับถ้วยรางวัล ปีหน้า มาใหม่แน่นอน


ปีที่แล้ว


ปีนี้




วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Pattaya Marathon 2015 : My 16th Half Marathon

เสาร์ก่อนวันแข่ง ได้มีโอกาสไปดูน้องอาร์มซ้อม ภายใต้การกำกับของโค้ชดิน

คนที่เค้าจะเป็นยอดคนนี่ต้องผ่านการบ่มเพาะหนักหน่วง
เหลียวมองตัวเอง ไม่เคยฝึกซ้อมหนักขนาดนี้
แม้กระทั่งวันแข่ง ก็ไม่เคยจัดเต็มร้อย กัดฟันแม้แทบจะยืนไม่ไหว เลยสักครั้ง

ก็เลยแอบคุยกับแฝด(ออม) ว่าเฮ้ย เราลองเต็มที่กันสักครั้งดีไหม
ซัดแหลกแบบ เข้าเส้นเฉียด ๆ ตายกันไปเลยซักหน


เช้าวันแข่ง ตื่นตีสามตามกำหนด เปลี่ยนเสื้อผ้า แทะขนมปังโฮลวีต
ถึงหน้างานก็เดินหาห้องน้ำ (ตามสูตรของข้าพเจ้า)
ระหว่างเรียก GPS ผ่านการ์มิน ก็จ๊อกเบา ๆ น่าจะได้เกือบสองกิโล
เวลาไม่พอก็ไม่ได้ดริล สไตรด์ ๕ เที่ยว แล้วแทรกตัวเองไปหน้า ๆ
งานนี้ได้ยืนประมาณแถวที่ ๕ กระมัง

ระหว่างรอปล่อยตัว เทวดาก็พรมน้ำมนต์ อือม์ ฝนตกก็เย็นดีเหมือนกันนะ

ออกตัวกิโลแรกที่เพซ 4:4x
ช้ากว่าปีที่แล้วที่ทำไว้ 4:3x

ไหนล่ะจะเต็มที่ ไหนล่ะจะซัดแหลก
เอาเหอะนะ ร่างได้แค่ไหน ก็ทำไปแค่นั้น

วิ่งไปวิ่งมาตามกำลังขาและความอดทนที่มี
ขาขึ้นเนินก็หนืด ๆ กันไป
ขาลงเนินก็เป็นทีของข้า ... ทิ้งตัวววววว

มีความสุขกับเนินมาก เจอเนินนี่หาได้กลัวไม่
ขาขึ้นบิดล้อ ซอยเท้าถี่ เพื่อที่พอเป็นขาลง ก็ปล่อยให้โลกดึง
เพซงามโดยไม่ต้องใส่แรงนี่มันเลิศแท้น้อ

ระหว่างวิ่ง ไม่ทันเห็นหลังแนวหน้ารุ่นอายุเดียวกันเลย
วิ่งไปแบบเหงา ๆ ข้างหน้าก็ชายหนุ่ม ข้าง ๆ ก็ชายหนุ่ม
ส่วนข้างหลังนี่ .. ไม่เห็นอะ ไม่ได้เหลียวไปมอง ^^.

ผลวิ่งทั้งหมด ๒๒ กม. เป็นเช่นนี้

4:40.57 / 5:04.80 / 4:41.20 / 4:55.70 / 4:51.93 /
4:56.08 / 5:03.98 / 5:06.07 / 5:06.16 / 5:04.26 /
5:05.62 / 5:02.48 / 5:11.11 / 5:02.92 / 5:09.00 /
5:12.80 / 5:19.92 / 5:40.37 / 4:34.27* / 5:01.97 /
5:00.14 / 5:06.86


แหม่ เนินยาว ๆ ณ กม. ๑๖-๑๗ นี่มันสนุกจริง
ขาลงนี่เพซลดลงไปเป็นนาที เมื่อเทียบกับขาขึ้นเลยอะ ชอบ ๆ

รวมเวลาทั้งสิ้น ๑ ชั่วโมง ๕๑ นาที xx วินาที ... ช้ากว่าปีที่แล้ว ๒ นาทีครึ่ง
(แม้จะเทียบกันไม่ได้สนิทนักเพราะเส้นทางเปลี่ยน อีกทั้งถนนบางส่วนยังเปียกจากฝนตก)
และ เข้าที่ ๖ ของรุ่นอายุ ... แบบ ไม่ได้เฉียดฉิวด้วยนะคะ
เข้าห่างจากที่ ๕ ไปเจ็ดนาที เทียบเป็นระยะทางก็โลครึ่งเลยอะ
(มิน่า ถึงไม่เห็นหลังกันเลย)

ยังต้องซ้อมอีกเยอะ ยังต้องฝึกอีกมาก

ปีหน้า จะมาแก้มือใหม่
ถ้ายังไม่ขี้เกียจซ้อมอะนะ

ในขณะที่แก่ตัวลงทุกวัน ก็ยังอยากได้เวลาที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ อะนะ
แม้มันดูจะสวนทาง แต่ก็จะพยายามให้เต็มที่

ความรู้สึก "ฉันทำได้" นี่มันช่างหอมหวานและเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต
หาไม่แล้ว ชีวิตก็ดูจะแห้งแล้ง และ เหี่ยวเฉา
จะไม่ยอมแห้ง จะไม่ยอมเหี่ยว ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ

ในขณะเดียวกัน ก็ยอมรับความเป็นไปของสังขาร

แล้วมาลุ้นกัน :D

** ไม่มีรูปประกอบ ขี้เกียจขุดมาแปะ แฮ่

*** วิ่งท้าตัวเองด้วยการตั้งเป้า Run4Reason ได้เงินสมทบช่วยเหลือ อ.สังคม สีแย้มเป็นเงิน ๑,๕๔๐ บาทถ้วน

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Tokyo Marathon 2015 : My 3rd Marathon

20  กุมภาพันธ์ ไป Tokyo big sight รอบแรกกับออม รับบิบและช็อปปิ้ง หมดไปหลายหมื่นเยน -_-" 
21  กุมภาพันธ์ ไป Tokyo big sight รอบสอง กับครูและเพื่อน ๆ ที่มากับ KNT  สอยรองเท้าไปอีกคู่
       คืนนั้น เข้านอนห้าทุ่มกว่า

ไปค้นหาชื่อตัวเอง ที่งาน Expo ..หาเจอด้วยนะ!!



22 กุมภาพันธ์

ตื่นตีห้ากว่า ๆ แต่งตัว แล้วลงไปกินข้าวที่ห้องอาหารโรงแรม เจ็ดโมงสิบห้าได้เวลานัดหมาย เรียวซังพาเดินไปจุดปล่อยตัวของแต่ละบล็อค ฝนตกปรอย ๆ ยิ่งเสริมความหนาวเข้าไปอีก ซึ่งอุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียสก็ไม่ธรรมดาสำหรับนักวิ่งเมืองร้อนอย่างฉันอยู่แล้ว  ดีที่เตรียมตัวมาพร้อม ใส่เสื้อรัดกล้ามเนื้อ เสื้อกล้ามชมรม กางเกง cw-x รุ่นขายาวถึงข้อเท้า สวมแจ็กเก็ตชมรม (ชุดดับเพลิงในสายตาใคร ๆ) อีกชั้นหนึ่ง โชคดีที่เอาเสื้อกันฝนมาด้วย ตามคำแนะนำของหลาย ๆ คน เสื้อฝนนี่กันทั้งละอองฝน และทั้งไอหนาวได้ดีทีเดียว

ถึงจุดรับฝากของ ก็เข้าคิวเอาของไปฝาก ก่อนถึงจุดรับฝาก จะต้องเข้าแถวผ่านด่านเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจว่า ไม่มีของต้องห้าม ใครเอาร่มมาก็ต้องทิ้งกันตอนนี้ ตอนฝากของ เจ้าหน้าที่ถามว่า มีของมีค่าอะไรไหม ตอนแรกไหวตัวไม่ทัน บอกว่ามี เจ้าหน้าที่คืนมาทั้งถุงแล้วบอกว่า หยิบออกด้วย ไม่รับฝากของมีค่า ฉันเลยเปิดถุง ทำท่าคิด แล้วบอกว่าไม่มีอะไร (ทั้งที่จริง ๆ แล้ว มีทั้งมือถือ กระเป๋าตัง ไอแพดและสัมภาระครูดิน ฯลฯ)  ฝากของเสร็จแล้วเข้าห้องน้ำ คิวห้องน้ำยาวและมีจำนวนหลายแถว แต่จำนวนห้องน้ำเยอะอยู่จึงเข้าแถวไม่นานมาก จากนั้นจ๊อกวอร์ม ยืดเหยียดนิดหน่อย แล้วไปรอปล่อยตัวในบล็อค G พร้อมยุ้ยกับพี่มาร์ค ไม่ได้ดริล แต่ได้สไตรด์นิดนึง

ชิปน่ารักเนอะ เป็นของที่ระลึกอีกชิ้น


ออกตัวกิโลแรกไม่ช้ามาก เพซอยู่ที่ 5 ครึ่ง ใจชื้นขึ้นมาเพราะทีแรกนึกว่าจะช้าเพราะติดคนเหมือนตอนไปวิ่งที่สิงคโปร์ กิโลถัดมาก็วิ่งจับจังหวะไปเรื่อย ๆ กะให้ไม่เกิน 5:20 ตามเป้า

-----------------------------------------------------------
โน้ต : ตั้งเป้าไว้ที่ 3:45 เนื่องจากจะทำเวลาให้ผ่าน Boston Qualified ซึ่ง ระยะมาราธอนภายใน 3 ชั่วโมง 45 นาทีนี้จะต้องวิ่งด้วยเพซเฉลี่ย  5:20
-----------------------------------------------------------

วิ่งไปซักเจ็ดแปดกิโลก็เริ่มร้อนเพราะเสื้อกันฝนเก็บไอร้อนจากตัวไว้  ก็เลยถอดออกและฝากทิ้งไว้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครซึ่งมากันอย่างหนาแน่นตลอดทาง วิ่งไปเรื่อย ๆ คุมเพซได้ค่อนข้างดี มาพลาดสะดุดพรมเช็คพอยท์ที่ กม. 15.5 (lap 16) ถลาตัวลอย เข่าน่าจะถลอกทั้งสองข้าง แต่ตอนนั้นมันไม่รู้สึกอะไร พลิกตัวยืนได้ก็ออกวิ่งทดสอบ ไม่เจ็บไม่ปวดก็วิ่งต่อ กลายเป็นว่าแลปนั้นและแลปถัดมาทำเวลาดีสุดใน 42 กม. ที่วิ่งเลยทีเดียว

ล้มปุ๊บลุกปั๊บ ร่องรอยมีเท่านี้ อาการเจ็บไม่มี ก็ไปต่อ :)
การวิ่งสนามนี้ เป็นการวิ่งในเมืองแท้ ๆ เส้นทางวิ่งเริ่มที่ Tokyo Metropolitan Government  Buliding (Shinjuku) กลางใจเมือง แล้วผ่าน > Iidabashi > Imperial Palace > Hibiya > Shinagawa > Ginza > Nihombashi > Asakusa Kaminarimon Gate > Tsukiji > Ariake (Toyosu)  แล้วไปสิ้นสุดที่ Tokyo Big Sight ซึ่งข้าวของที่ฝากไว้ จะถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามหมายเลขบิบเป็นโซน ๆ ง่ายต่อการค้นหาอย่างมาก

เป็นระเบียบเรียบร้อย

สองข้างทางของสนาม จะมีกองเชียร์ตลอดทาง มากันเป็นครอบครัวก็มี ลูกเด็กเล็กแดงจูงกันมาเชียร์  มีการแสดงจัดไว้หลายสิบจุด แต่ฉันไม่ค่อยได้ดูหรอก ที่จำได้แม่นก็เห็นจะเป็นการแสดงลุงป้าใต้สะพาน อย่าได้ถามว่าสะพานอะไร จำชื่อไม่ได้ รู้แต่ว่า อยู่ในช่วงครึ่งทางหลังแน่ ๆ คุณลุงคุณป้ายืนเรียงเป็นแถว เป็นการขยับตัวเข้าจังหวะ หันซ้ายทีขวาที อันที่จริง ถ้าได้มาวิ่งชิล ๆ เสพการแสดงทุกจุดก็น่าจะดีแฮะ ไม่เน้นวิ่ง เน้นเสพบรรยากาศ ... น่าจะทำอย่างนี้สักปี (ถ้ามีเงินเหลือ)

เท่ปะล่า


ช่วงกลาง ๆ ของรูทวิ่ง ได้ไปกลับตัวที่หน้าวัดอาซากุสะด้วย จังหวะนั้นมีช่างภาพดักถ่ายภาพ ฉันแอบขอพรจากวัดนี้เบาเบา ขอให้ทำเวลาได้ดังใจด้วยเถอะ อย่าเพิ่งหมดแรงไปก่อน

เวลาไปตกช่วง กม. 27-32 คำนวณแล้วทดไว้เยอะอยู่เลยไม่กังวล มาเร่งเอาห้าโลท้ายตามตำราครูดิน ไปแผ่วสะพานสุดท้ายก่อนเข้าเส้น เวลารวม 3:43.40 ชั่วโมงกับระยะที่จับได้ 42.95 กม.


เวลาแต่ละ กม. เป็นดังนี้

5:34.34 / 5:15.08 / 5:09.58 / 5:18.64 / 5:15.80 / 5:16.89 / 5:15.75 / 5:22.77 / 5:13.91 / 5:23.76 / 5:13.85 / 5:02.01 / 5:29.57 / 5:18.19 / 5:10.37 / 4:48.90* / 4:36.63 / 5:06.85 / 5:11.64 / 5:05.38 / 5:07.73 / 5:07.69 / 5:11.45 / 5:05.35 / 5:12.17 / 5:06.79 / 5:23.86 / 5:28.36 / 5:26.00 / 5:15.63 / 5:25.12 / 5:25.68 / 5:12.48 / 5:12.46 / 5:08.30 / 4:56.15 / 5:06.69 / 4:57.21 / 4:53.30 / 511.98 / 5:13.66 / 5:35.14 / 4:57.33 (0.95k)

 * เหินนนนนน


สำเร็จแล้ว สอบผ่านแล้ว เย้!!





เข้าเส้นจ๊อกไปเรื่อย ๆ ผ่านจุดรับผ้าขนหนู เหรียญ น้ำ กล้วย ส้ม เกลือแร่ ไปหยุดจ๊อกตอนเจอ จนท แล้วรีบถามหา medical service เพื่อทำแผล เลือดที่ออกตั้งแต่ กม. 16 แห้งกรัง ทำให้กางเกงติดแผล ค่อย ๆ ลอกออกแล้วให้ จนท. ตัดกางเกงส่วนเข่าทิ้งเพื่อทำแผล เสร็จแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อแห้ง ยืดเหยียดรอออม แล้วเพิ่งมารู้ภายหลังว่าครูวิ่งเต็มระยะ แถม จนท ไม่อนุญาตให้เดินกลับเข้าไปรอครูที่สนามแข่ง จึงไปรอ ณ จุดมีตติ้งพอยท์กับคุณจอห์นเป็นชั่วโมง ใจคอไม่ค่อยดีเพราะรู้ว่าครูไม่ได้ซ้อม ไม่ได้เผื่อใจว่าจะมาวิ่งระยะเต็มมาราธอน เดินไปจุดประชาสัมพันธ์เพื่อขอประกาศตามหา แต่ จนท. แจ้งว่าไม่มีบริการนี้ กลับมาทำใจยืนคอยที่จุดเดิม จนกระทั่งได้รับข้อความจากน้องมินท์ ว่าครูอยู่ในโซนเปลี่ยนเสื้อผ้า ติดต่อกันได้แบบนี้ค่อยเบาใจหน่อย 

เข้าเส้นแล้วรับของที่ระลึก
เจอครูแว้ว ดีใจ ๆ 

ฟินิชเชอร์เอ้อ เอ้อ เอ้อ :D






วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

Chombeung Marathon 2015 : My 15th Half Marathon : 18 Jan 2015

นอนสามทุ่มเศษ ตื่นเกือบตีสาม

ถึงสนามตีสามครึ่ง รอส่งมาราธอนเนอร์ (ช่วงส่งมาราธอนเนอร์เสร็จนี่ อยู่ ๆ ก็มีอาการไม่ค่อยอยากวิ่ง เกือบจะงอแงละ อาจเป็นเพราะหลังเชียงใหม่มาราธอนมานี่ ซ้อมสิบโล สิบห้าโลไม่ได้ดีเท่าไหร่ เลยไม่อยากลงสนาม แต่ในที่สุดก็เอาวะ สมัครมาแล้วนี่) แล้วไปฝากของ เข้าห้องน้ำ ผจญกับอาการส้วมเต็มไปราว ๆ สิบห้านาที เกือบราดไม่ลง เหงื่อตกเลยทีเดียว

ออกมาวอร์มอัพสิบนาที กายบริหาร ยืดเหยียด หาบริเวณสไตรด์ยากมากเนื่องจากนักวิ่งเยอะและใกล้เวลาเช็คอิน เลยใช้วิธีจ๊อกเร็วอยู่กับที่แทน

ยังคงคอนเซ็ปท์ กรีนรันเนอร์ :)
เห็นถ้วยใบไม้ในมือนั่นไหม?
ออกตัวได้ไม่เท่าไหร่ รู้สึกได้ว่ามีอะไรสะบัดกระทบเท้า ก้มมองก็พบว่าเชือกรองเท้าหลุด เชียร์ส์ส์ (สบถเบา ๆ) แล้วคิดต่อว่าเอาไงดีว้า ในที่สุดก็ยอมเข้าข้างทางผูกเชือกให้ดีก่อน ผูกตอนนี้ดีกว่าทนรำคาญ แล้วในที่สุดก็ต้องแวะผูกอยู่ดี (ซึ่งถึงตอนนั้นอาจกำลังเครื่องติดแล้ว ต้องมาเบรค คงไม่ดีแน่) วันนี้เอา Saucony Kinvara 5 ที่ซื้อเมื่อคราวไปสิงคโปร์มาออกงานครั้งแรก ตอนแรกว่าจะใช้เป็นรองเท้าซ้อม แต่วันก่อนซ้อมแล้วรู้สึกดี เลยลองเอามาลงสนาม  เสียเวลาผูกเชือกแป๊บนึงแล้วออกวิ่งต่อ ได้ยินเสียงใครซักคนพูดลอย ๆ ว่า "อ้าว ทำไมวันนี้น้องนกมาอยู่ตรงนี้" แหะ ขออภัยน้องไม่ได้หันไปตอบ อีกพักนึงไล่ตามเพนท์ทัน เพนท์ก็ถาม "พี่นกไปทำไรมา" ด้วยความที่เพิ่งผูกเชือกเสร็จ ต้องเร่งชดเชยที่เสียเวลาไป เลยตอบเพนท์ไปสั้น ๆ "เชือก" .. ได้แต่หวังในใจว่า เสียงคงไม่ต่ำไปจนน้องคิดว่าอิชั้นหยาบคาย ตอบไป ว่า "เผือก" นะน้องนะ

อากาศวันนี้เย็นสบาย เร่งชดเชยช่วงผูกเชือกรองเท้าไปแป๊บนึงแล้วก็นึกได้ว่า ใจเย็น ๆ การเร่งตั้งแต่กิโลแรกไม่ใช่เรื่องดี คิดได้แล้วจึงวิ่งหาจังหวะเหมาะแล้วก็นับก้าวไปเรื่อย ๆ ผ่านจุดให้น้ำจุดแล้วจุดเล่า ยังไม่หิวน้ำ ประกอบกับฝึกซ้อมความอดทนต่อการเสพน้ำมาพอควร จุดแรกที่จิบ จึงอยู่ใน กม.ที่ ๑๒ ก่อนกลับตัวระยะฮาล์ฟหน่อยนึง

พอกลับตัวมาซักพัก ก็เริ่มมีพี่ ๆ น้อง ๆ ทักทาย เรียกชื่อ ปรบมือ ให้แรงใจ ส่งเสียงเชียร์ ได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง รู้ตัวคนเรียกบ้าง ไม่รู้บ้าง ได้ยกมือตอบบ้าง (เหมือนจะ)เพิกเฉยบ้าง ก็ขอขอบคุณทุกเสียงเชียร์ ทุกแรงใจ ... วิ่งมาอีกหน่อย เจอหลวงพ่อนั่งคอยประพรมน้ำมนต์ ก็ได้หันไปยกมือไหว้รับพรรับน้ำมนต์จากท่าน ดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ แต่นาทีนั้นก็ไม่สามารถจะชลอได้ แหม่ ... ขากำลังปั่นได้ที่เลย

อีกพักนึง พระอาทิตย์ก็ค่อย ๆ อวดโฉมเป็นไข่แดงดวงเบ้อเร่ออยู่ตรงหน้า งามจับตาจับใจ ถึงกับเคลิ้มและแอบคิดถึงแดนอาทิตย์อุทัยที่เรากำลังจะไปเยือนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ... อาห์ (โน้ต : ข้าพเจ้าจะไปวิ่งระยะเต็มมาราธอนที่สนามโตเกียวมาราธอนเดือนหน้านี้)


ผลวิ่งแต่ละกิโลเป็นดังนี้
4:47 / 4:36 / 4:51 / 4:58 / 4:59 / 4:55 / 4:57 / 4:47 / 4:49 / 4:49 / 4:58 / 4:56* / 4:46 / 4:44 / 4:50 / 4:48 / 4:46 / 4:42 / 4:46 / 4:33 / 4:30 / 0:33 (0.11 k)
* แวะจิบน้ำ

วันนี้เป็นอีกวันที่วิ่งสนุกมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่วิ่งคุมจังหวะได้และไม่มีอาการเสียดท้อง เมื่อนั้นจะวิ่งอร่อย วิ่งไปเรื่อย ๆ บางกิโลแอบผ่อน แต่ไม่ยอมให้แตะ 5 บางกิโลมีคู่แข่งให้เก็บอยู่ข้างหน้าก็เร่งขึ้นนิดนึง (และเวลากิโลนั้นก็จะโดดขึ้นมา)

สองกม.สุดท้ายแรงยังเหลือ เห็น ผญ ชุดฟ้าน้ำเงินอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก เช็คร่างกาย เช็คขา เช็คลมหายใจว่าเร่งไหว แล้วเพิ่มความเร็ว แซงขึ้นมาได้ และแรงยังดีอยู่ ก็เลยได้เร่งสองโลท้ายตามตำรา เข้าที่ ๑ ในรุ่นอายุ ๔๐-๔๔ ด้วยเวลา ๑:๔๑:๑๗ ทำนิวพีบีระยะฮาล์ฟด้วย ... เยสสสส



เข้าเส้นแล้วคูลดาวน์ด้วยการจ๊อกเบาไปหาน้องจิ๊บเพื่อมอบผ้าขนหนูวิ่งวัดใจฯ ยืดเหยียดระหว่างไปรอเชียร์พี่ ๆ น้อง ๆ จบการแข่งขันด้วยความฟินไปอีกวัน :D

ความรู้สึกหลังวิ่ง : รู้สึกดีใจที่ในที่สุดก็วิ่งเต็มที่แม้จะมีอาการไม่ค่อยอยากขึ้นมาแว้บนึงในตอนแรก และ อยากเร่งสองโลท้ายได้ในระยะเต็มมาราธอน  คงรู้สึกดีพิลึก