ปีที่แล้ว ไปวิ่งมาราธอนแรกไกลถึงสิงคโปร์
มาปีนี้ เลือกสนามที่สองที่เชียงใหม่ ด้วยเหตุผลสองข้อคือ
หนึ่ง อยากวิ่งในบ้าน .. หมายถึงว่าในไทย ไม่ต้องโกอินเตอร์ไปวิ่งระยะฟูลบ้านอื่นเมืองอื่น
สอง ถือโอกาสไปนอนกอดหลาน ไปกอดป๊ากอดม้าให้หายคิดถึง ค่าที่ว่า ปีที่แล้วมัวแต่มีรายการวิ่ง ไม่ได้ไปเชียงใหม่เลย (**โน้ตไว้สำหรับใครที่ไม่รู้ ข้าเจ้าบ่ใจ้สาวเจียงใหม่ แต่น้องชายไปตั้งรกรากที่นู่น ผลิตหลานชายมาสามหน่อ แล้วเลยขนป๊าขนม้าไปอยู่นู่นด้วยเลย)
จองตั๋วไปเชียงใหม่ตั้งแต่เดือนพฤษภา
บอกกล่าวโค้ชดินสุดหล่อตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อขอตารางซ้อม
และสมัครวิ่งระยะฟูล ตั้งแต่แรก ๆ ที่เปิดรับสมัคร
งานเชียงใหม่มาราธอนปีนี้ จัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ ๒๑ ธันวาคม
อิฉันบินไปเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑๘ ธันวา พอเช้าวันที่ ๑๙ ก็ออกไปจ๊อกเบา ๆ ตามสูตร
อากาศเย็น อุณหภูมิอยู่ในช่วงสิบห้าถึงสิบแปดองศา ก็ตื่นแต่ตีสี่ เพื่อจะทดสอบวิ่งกับสภาพอากาศคล้ายวันจริง แต่งตัวด้วยชุดวิ่งที่คิดว่าจะใช้วันแข่ง จ๊อกออกไปนอกบ้าน วิ่งมันบนถนนในหมู่บ้านเนี่ยแหละ
ออกตัวไปไม่กี่ร้อยเมตร ได้ยินเสียงหมาเห่า รู้ล่ะว่าเป็นหมาของเพื่อนบ้าน รู้ด้วยว่าบ้านไหน รู้อีกว่ามันอยู่ในบ้านออกมาไม่ได้แน่ ๆ แต่ก็ไม่วายเหลียวหน้าเหลียวหลัง เป็นเหตุให้ลืมสนใจทางวิ่ง ซึ่งมีลูกระนาดอยู่เบื้องหน้า ประกอบกับความมืด ด้วยมีต้นไม้ตะคุ่ม ๆ และมันเพิ่งจะตีสี่ครึ่ง
ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีก็ถลาลงไปกองกับพื้นแล้ว ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร แค่ตกใจนิดหน่อย แล้วก็เห็นว่า cw-x ตัวเก่ง ตัวเดียวกับที่ไปวาดลวดลายฟูลมาราธอนแรกที่สิงคโปร์ ความยาวถึงข้อเท้านั้น ได้ขาดซะแล้วที่เข่าทั้งสองข้าง
ย่องเข้าบ้านเงียบ ๆ สำรวจแผล อือม์ ถลอกนิดหน่อย ... เข้าไปใช้ฝักบัวฉีดน้ำประปาล้างแผลที่เข่าสองข้าง มือก็ถลอกด้วยเล็กน้อย ซักพัก เลือดค่อย ๆ ซึม แผลไม่ลึก แต่กินบริเวณค่อนข้างกว้าง ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วหยดเบตาดีน
อัพรูปขึ้นเฟซให้ชาวบ้านช่วยกันตกใจ แล้วก็ได้รับคำแนะนำจากพี่ ๆ น้อง ๆ ที่หวังดี ให้ไปหาหมอเพื่อล้างแผลและขอยาชนิดครีมมาทาเพื่อให้มันไม่ตึง วันมะรืนจะได้พอวิ่งในสนามแข่งได้
แผลดูน่ากลัว แต่มันไม่ได้รู้สึกเจ็บอย่างที่ตาเห็นเลยนะฮะ .. ด้วยความสัตย์จริง (หรืออากาศหนาวจะช่วยทำให้ชาก็มิอาจรู้ได้)
บุรุษพยาบาลทำแผลให้ แผลที่เราอุตส่าห์ถนอม ล้างมาเบา ๆ บุรุษพยาบาลก็ทำหน้าที่ ใช้สำลีชุบน้ำเกลือ ถู ๆ ๆ ๆ ไม่ปรานีปราศรัย เอาให้สะอาด ที่ไม่เจ็บก็มาเจ็บจนชา ณ จุดนี้แหละ -_-''
โดนฉีดยากันบาดทะยักไปอีกเข็ม ค่าเสียหายพันสี่ร้อยเศษ ๆ .. ประกันจ่าย
พอวันเสาร์ ตกเย็น ก็ไปล้างแผลอีกรอบ ให้บุรุษพยาบาลพันผ้ากันกางเกงเสียดสีขณะวิ่ง
ค่ำวันนั้นไปกินข้าวกัน ณ ร้านข้าวต้ม -- คนวิ่งยาวเค้าให้หนักแป้ง ดังนั้น จึงได้กินข้าวสวยแทนข้าวต้ม สะสมพลังไว้
ตีสองของวันอาทิตย์ ตื่นมาแทะขนมปังสองแผ่น ระหว่างแทะหนมปัง เปิดเฟซมาเจอสองรูปนี้ โอ้โห กำลังใจมาเต็มเปี่ยม ขอบคุณมาก ๆ เลย คิดได้ไงอะ น่ารักมาก ๆ พวกตะเองทำให้เค้ามีแรงวิ่งจนสุดทางเลยรู้มั้ย ... จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดวิ่งตัวเก่ง แล้วปลุกออมกับพี่จิ๋ม และ ครูดิน ที่มานอนค้างที่บ้าน ให้เตรียมตัวให้พร้อม
เล่าก่อนว่า ทีแรก ออมกับพี่จิ๋ม จองโรงแรมไว้ใกล้จุดปล่อยตัว แล้วด้วยเหตุที่ข้าพเจ้าเรียนเชิญครูดินมาเชียร์ที่เชียงใหม่ ก็เลยจัดห้องให้ครูมาค้างที่บ้าน ทีนี้ความลำบากเกิดขึ้นตรงที่ ข้าพเจ้าดันขับรถไม่เป็น แผนแรกคือ ออมจะมารับที่บ้าน ไปสนามแข่งด้วยกัน (ออมไม่ได้ลงวิ่งสนามนี้ - พี่จิ๋มวิ่งระยะสิบโล) แต่แล้วตอนกินข้าว คุยกันไปมาก็เปลี่ยนแผน .. อย่ากระนั้นเลย มานอนด้วยกันที่บ้านนี่แหละ ตอนเช้าจะได้ออกไปพร้อมกัน ออมกับพี่จิ๋มก็ยอมจ่ายค่าโรงแรมฟรีไปคืนนึง แล้วมานอนด้วยกัน
ณ บรรทัดนี้ ขอขอบคุณทั้งสามท่านที่กล่าวนามมา ทุกคนเสียสละเพื่ออิฉันมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่รู้จะขอบคุณยังไงไหว ออมก็ไม่ได้วิ่ง พี่จิ๋มวิ่งสิบโล แทนที่จะได้ตื่นตีสี่ครึ่งจ๊อกไปสนามแข่ง ก็ต้องมาตื่นตีสองครึ่งพร้อม ๆ กัน ครูดินยิ่งแล้ว เสียสละเวลาทั้งเสาร์อาทิตย์ ยอมเหนื่อยเดินทาง มาถึงบ่าย ๆ ก็ได้เวลากินมื้อเย็น แล้วก็ต้องรีบนอน ตื่นแต่เช้า เชียร์เสร็จก็ต้องรีบกลับกรุงเทพฯ เหนื่อยนะนี่ เที่ยวก็มิได้เที่ยว กราบขอบพระคุณครูดิน ขอบคุณออม ขอบคุณพี่จิ๋ม มา ณ ที่นี้
ตีสองห้าสิบ ล้อหมุน ถึงสนามตีสามนิด ๆ ได้จอดรถใกล้จุดปล่อยตัวมาก ๆ ถึงแล้วขอตัวทุกคนไปเข้าห้องน้ำ วอร์มอัพไปสองโล สไตรด์ไปห้าเที่ยว ก่อนจะไปขยับแข้งขยับขาหน้าเส้น เจอพี่ตุ๊กสวนลุมที่จุดสตาร์ทนี่เอง
อย่างที่หลายคนอาจจะทราบแล้วว่า งานนี้อิฉันตั้งเป้าไว้ที่ ๓ ชั่วโมง ๔๕ นาที เพซเฉลี่ยต้องอยู่ที่ ๕:๒๐ ก็เลยหมายมาดไว้ในใจว่า จะเริ่มวิ่งที่เพซ ๕:๑๕ ทดไว้นิดหน่อย เผื่อแผ่วช่วงท้ายอันเป็นนิสัยส่วนตัว ทำ negative split ไม่เคยได้ซักที
พอสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น บรรยากาศรอบข้างก็พาไป ส่งผลให้กิโลเมตรแรก เวลาพุ่งไปที่ ๔:๓๗ ความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้รู้ตัวว่าวิ่งเร็ว กลับรู้สึกว่าตัวเองสับขาช้าจัง วิ่งช้าแบบนี้เพซปาไปเท่าไหร่นี่ พอครบโลนาฬิกาบอกว่าสี่กว่า ๆ ตายหะ ต้องผ่อน ๆ ไม่งั้นมีเดี้ยงกลางทางแน่ ก็เลยค่อย ๆ จับจังหวะขา จับจังหวะหายใจ นับก้าวไปเรื่อย ๆ สิบโลแรกผ่านไปสบาย ๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ เพซค่อนข้างสวย เร็วกว่าที่คาดนิดหน่อย แต่ในเมื่อขาไปสบาย ๆ หายใจยังดี ก็เลยปล่อยให้มันไปเท่าที่ร่างจะรู้สึกสบาย อีกสิบโลถัดมาก็ยังถือว่าดีอยู่ บวกลบในใจ ยังบวกอยู่นิด ๆ รู้สึกดีมาก อากาศก็เย็นเป็นใจ ใครบอกว่าวิ่งไปเรื่อย ๆ แล้วจะค่อย ๆ อุ่นขึ้น ไม่จริงเลย ยิ่งวิ่งก็ยิ่งหนาว ยิ่งบางช่วงบางตอนที่ลมมาด้วย ยิ่งเย็นจนมือชา
พก Gu Gel มาด้วยสองซอง พอครบยี่สิบโลก็เริ่มหยิบเจลซองแรกมาฉีก ทยอยกินทีละน้อย ไปหมดซองเอาแถว ๆ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ขาออก (พืชสวนโลก) ประมาณโลที่ ๓๐
ขายังไปได้ดีอยู่ บางขณะมีรู้สึกแปล๊บ ๆ ที่ผิวแผลที่หกล้มบ้าง แต่มันไม่ได้เจ็บปวด ไม่ได้บาดลึก มันแค่ผิว ๆ บางขณะตึงสะโพก แต่โดยรวมแล้วยังรู้สึกดีอยู่ กำลังใจดีมากเพราะคุมเพซมาได้ถึงสามสิบโล หัวใจเต้นปกติ ลมหายใจสัมพันธ์กับขา ไม่มีอาการเสียดท้อง ... จะมีสุขใดไหนมากกว่านี้อีก
ออกจากพืชสวนโลกซักพัก เส้นทางเริ่มให้ข้ามถนนมาใช้เส้นทางร่วมกับขามา เริ่มเจอนักวิ่งระยะฮาล์ฟบ้าง ช่วงนี้เพซเริ่มหล่นเกิน ๕:๒๐ ที่ตั้งไว้บ้างในบางกิโล แต่เมื่อทดกับที่ทำไว้แรก ๆ ถือว่าไม่เสียหาย ก็คุมจังหวะมาเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่งอะไร เทียบกับมาราธอนแรกแล้ว ครั้งนี้ทำได้ดีกว่ามาก ครั้งแรกนั้น สิบโลท้ายต้องปลอบใจตัวเองว่าให้ถือเป็นการจ๊อกคลาย แต่ครั้งนี้ สิบโลท้ายก็ยังสามารถคงจังหวะได้ แม้จะตกไปบ้าง(ถือว่าเล็กน้อย) ช่วงกม.สามสิบกว่า ๆ มีบางแว้บที่แอบเมื่อย ก็อาศัยนึกถึงบุคคลผู้เสียสละทั้งสามที่กล่าวไปข้างต้น พลังก็มาใหม่ พอถึงกิโลสามแปด เริ่มเร่งขึ้นนิดหน่อย แล้วก็มาเสียจังหวะที่กม. ๓๙ เนื่องจากถูกเบรคให้รถไปก่อน ต้องจ๊อกกับที่รอ จนท. ปล่อยรถแป๊บนึง เข้าคูเมือง เจอออมยืนรอถ่ายรูปให้ ได้ยินเสียงครูดินเชียร์มาจากอีกฟากถนน ใจมาเป็นกอง วิ่งต่ออีกนิดก็ถึงเส้นชัย เห้ย ทำไมเร็วจัง การ์มินยังไม่ตื๊ดเตือนกม.ที่ ๔๑ เลย ... ปรากฏว่า ระยะขาด การ์มินที่ข้อมือบอกระยะ ๔๐.๖๘ กม. ในเวลา ๓:๓๕.xx (แต่นาฬิกาสนามอยู่ที่ ๓:๓๔) ถูกเจ้าหน้าที่ดักคล้องป้ายอันดับ กาเครื่องหมายบนบิบ แจกเหรียญ แจกกล้วย แจกเบอร์เกอร์ หลุดจากกองเจ้าหน้าที่ได้ก็วิ่งต่อ คิดในใจว่าชั้นต้องทำ ๓๔๕ ให้ได้ ต้องวิ่งให้ครบระยะ ก็วิ่งวน ๆ บนถนนแถวอนุสาวรีย์สามกษัตริย์จนครบระยะ ในเวลา ๓:๔๒.xx เป็นอันฟินนนนน ทำได้อย่างที่หวังไว้ โว้เย
เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ ๔ ในรุ่นอายุ ๔๐-๔๙ ปี
ทดไว้หน่อย อันดับ ๑ คือ พี่ตุ๊ก สวนลุม เข้ามาด้วยเวลา ๓:๑๗.xx อันดับ ๒ ฝรั่งชาวเนเธอร์แลนด์ อันดับ ๓ พี่เอ๋ ดุษณี แซ่เฮ้ง อันดับสุดท้ายเป็นต่างชาติ ดูจากชื่อ น่าจะเป็นคนจีน
เวลาแยกแต่ละกิโลเป็นดังนี้
4:37.16 / 5:08.82 / 5:08.34 / 5:00.05 / 5:08.06 / 5:13.13 / 5:01.95* / 5:17.00 / 5:06.46 / 5:18.83 / 5:29.36 / 5:03.45 / 5:05.14 / 5:12.41 / 5:15.19* / 4:59.48 / 5:07.09 / 5:19.90 / 5:20.95 / 5:18.21* / 5:06.61 / 5:04.11 / 5:17.37 / 5:21.64 / 5:17.70* / 5:23.92 / 5:17.40 / 5:29.40 / 5:07.30 / 5:17.35* / 5:34.42 / 5:22.35 / 5:18.86 / 5:21.21 / 5:27.29 / 5:24.14 / 5:21.30 / 5:17.10 / 5:37.32** / 5:14.21 / 5:29.69 / 5:43.27*** / 1:14.27 *** (0.2km)
* จิบน้ำ
** ถูกเบรคให้รถไปก่อน
*** จ๊อกต่อให้ครบระยะ
ม้ากะป๊าโผล่มาหาที่เส้นชัยโดยไม่ได้นัดหมาย ชอบมาเซอร์ไพรส์ลูกสาวอยู่เรื่อยเลย ขอบคุณนะค้า ดีใจอ่า :D
มาปีนี้ เลือกสนามที่สองที่เชียงใหม่ ด้วยเหตุผลสองข้อคือ
หนึ่ง อยากวิ่งในบ้าน .. หมายถึงว่าในไทย ไม่ต้องโกอินเตอร์ไปวิ่งระยะฟูลบ้านอื่นเมืองอื่น
สอง ถือโอกาสไปนอนกอดหลาน ไปกอดป๊ากอดม้าให้หายคิดถึง ค่าที่ว่า ปีที่แล้วมัวแต่มีรายการวิ่ง ไม่ได้ไปเชียงใหม่เลย (**โน้ตไว้สำหรับใครที่ไม่รู้ ข้าเจ้าบ่ใจ้สาวเจียงใหม่ แต่น้องชายไปตั้งรกรากที่นู่น ผลิตหลานชายมาสามหน่อ แล้วเลยขนป๊าขนม้าไปอยู่นู่นด้วยเลย)
จองตั๋วไปเชียงใหม่ตั้งแต่เดือนพฤษภา
บอกกล่าวโค้ชดินสุดหล่อตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อขอตารางซ้อม
และสมัครวิ่งระยะฟูล ตั้งแต่แรก ๆ ที่เปิดรับสมัคร
งานเชียงใหม่มาราธอนปีนี้ จัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ ๒๑ ธันวาคม
อิฉันบินไปเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑๘ ธันวา พอเช้าวันที่ ๑๙ ก็ออกไปจ๊อกเบา ๆ ตามสูตร
อากาศเย็น อุณหภูมิอยู่ในช่วงสิบห้าถึงสิบแปดองศา ก็ตื่นแต่ตีสี่ เพื่อจะทดสอบวิ่งกับสภาพอากาศคล้ายวันจริง แต่งตัวด้วยชุดวิ่งที่คิดว่าจะใช้วันแข่ง จ๊อกออกไปนอกบ้าน วิ่งมันบนถนนในหมู่บ้านเนี่ยแหละ
ออกตัวไปไม่กี่ร้อยเมตร ได้ยินเสียงหมาเห่า รู้ล่ะว่าเป็นหมาของเพื่อนบ้าน รู้ด้วยว่าบ้านไหน รู้อีกว่ามันอยู่ในบ้านออกมาไม่ได้แน่ ๆ แต่ก็ไม่วายเหลียวหน้าเหลียวหลัง เป็นเหตุให้ลืมสนใจทางวิ่ง ซึ่งมีลูกระนาดอยู่เบื้องหน้า ประกอบกับความมืด ด้วยมีต้นไม้ตะคุ่ม ๆ และมันเพิ่งจะตีสี่ครึ่ง
ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีก็ถลาลงไปกองกับพื้นแล้ว ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร แค่ตกใจนิดหน่อย แล้วก็เห็นว่า cw-x ตัวเก่ง ตัวเดียวกับที่ไปวาดลวดลายฟูลมาราธอนแรกที่สิงคโปร์ ความยาวถึงข้อเท้านั้น ได้ขาดซะแล้วที่เข่าทั้งสองข้าง
ย่องเข้าบ้านเงียบ ๆ สำรวจแผล อือม์ ถลอกนิดหน่อย ... เข้าไปใช้ฝักบัวฉีดน้ำประปาล้างแผลที่เข่าสองข้าง มือก็ถลอกด้วยเล็กน้อย ซักพัก เลือดค่อย ๆ ซึม แผลไม่ลึก แต่กินบริเวณค่อนข้างกว้าง ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วหยดเบตาดีน
อัพรูปขึ้นเฟซให้ชาวบ้านช่วยกันตกใจ แล้วก็ได้รับคำแนะนำจากพี่ ๆ น้อง ๆ ที่หวังดี ให้ไปหาหมอเพื่อล้างแผลและขอยาชนิดครีมมาทาเพื่อให้มันไม่ตึง วันมะรืนจะได้พอวิ่งในสนามแข่งได้
![]() |
| เจี๊ยกกกกกกกก |
แผลดูน่ากลัว แต่มันไม่ได้รู้สึกเจ็บอย่างที่ตาเห็นเลยนะฮะ .. ด้วยความสัตย์จริง (หรืออากาศหนาวจะช่วยทำให้ชาก็มิอาจรู้ได้)
บุรุษพยาบาลทำแผลให้ แผลที่เราอุตส่าห์ถนอม ล้างมาเบา ๆ บุรุษพยาบาลก็ทำหน้าที่ ใช้สำลีชุบน้ำเกลือ ถู ๆ ๆ ๆ ไม่ปรานีปราศรัย เอาให้สะอาด ที่ไม่เจ็บก็มาเจ็บจนชา ณ จุดนี้แหละ -_-''
โดนฉีดยากันบาดทะยักไปอีกเข็ม ค่าเสียหายพันสี่ร้อยเศษ ๆ .. ประกันจ่าย
พอวันเสาร์ ตกเย็น ก็ไปล้างแผลอีกรอบ ให้บุรุษพยาบาลพันผ้ากันกางเกงเสียดสีขณะวิ่ง
ค่ำวันนั้นไปกินข้าวกัน ณ ร้านข้าวต้ม -- คนวิ่งยาวเค้าให้หนักแป้ง ดังนั้น จึงได้กินข้าวสวยแทนข้าวต้ม สะสมพลังไว้
ตีสองของวันอาทิตย์ ตื่นมาแทะขนมปังสองแผ่น ระหว่างแทะหนมปัง เปิดเฟซมาเจอสองรูปนี้ โอ้โห กำลังใจมาเต็มเปี่ยม ขอบคุณมาก ๆ เลย คิดได้ไงอะ น่ารักมาก ๆ พวกตะเองทำให้เค้ามีแรงวิ่งจนสุดทางเลยรู้มั้ย ... จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดวิ่งตัวเก่ง แล้วปลุกออมกับพี่จิ๋ม และ ครูดิน ที่มานอนค้างที่บ้าน ให้เตรียมตัวให้พร้อม
![]() |
| น่ารักทุกคนเลย กำลังใจสุด ๆ |
![]() |
| ดูสิ ช่างทำเนอะ |
เล่าก่อนว่า ทีแรก ออมกับพี่จิ๋ม จองโรงแรมไว้ใกล้จุดปล่อยตัว แล้วด้วยเหตุที่ข้าพเจ้าเรียนเชิญครูดินมาเชียร์ที่เชียงใหม่ ก็เลยจัดห้องให้ครูมาค้างที่บ้าน ทีนี้ความลำบากเกิดขึ้นตรงที่ ข้าพเจ้าดันขับรถไม่เป็น แผนแรกคือ ออมจะมารับที่บ้าน ไปสนามแข่งด้วยกัน (ออมไม่ได้ลงวิ่งสนามนี้ - พี่จิ๋มวิ่งระยะสิบโล) แต่แล้วตอนกินข้าว คุยกันไปมาก็เปลี่ยนแผน .. อย่ากระนั้นเลย มานอนด้วยกันที่บ้านนี่แหละ ตอนเช้าจะได้ออกไปพร้อมกัน ออมกับพี่จิ๋มก็ยอมจ่ายค่าโรงแรมฟรีไปคืนนึง แล้วมานอนด้วยกัน
ณ บรรทัดนี้ ขอขอบคุณทั้งสามท่านที่กล่าวนามมา ทุกคนเสียสละเพื่ออิฉันมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่รู้จะขอบคุณยังไงไหว ออมก็ไม่ได้วิ่ง พี่จิ๋มวิ่งสิบโล แทนที่จะได้ตื่นตีสี่ครึ่งจ๊อกไปสนามแข่ง ก็ต้องมาตื่นตีสองครึ่งพร้อม ๆ กัน ครูดินยิ่งแล้ว เสียสละเวลาทั้งเสาร์อาทิตย์ ยอมเหนื่อยเดินทาง มาถึงบ่าย ๆ ก็ได้เวลากินมื้อเย็น แล้วก็ต้องรีบนอน ตื่นแต่เช้า เชียร์เสร็จก็ต้องรีบกลับกรุงเทพฯ เหนื่อยนะนี่ เที่ยวก็มิได้เที่ยว กราบขอบพระคุณครูดิน ขอบคุณออม ขอบคุณพี่จิ๋ม มา ณ ที่นี้
ตีสองห้าสิบ ล้อหมุน ถึงสนามตีสามนิด ๆ ได้จอดรถใกล้จุดปล่อยตัวมาก ๆ ถึงแล้วขอตัวทุกคนไปเข้าห้องน้ำ วอร์มอัพไปสองโล สไตรด์ไปห้าเที่ยว ก่อนจะไปขยับแข้งขยับขาหน้าเส้น เจอพี่ตุ๊กสวนลุมที่จุดสตาร์ทนี่เอง
อย่างที่หลายคนอาจจะทราบแล้วว่า งานนี้อิฉันตั้งเป้าไว้ที่ ๓ ชั่วโมง ๔๕ นาที เพซเฉลี่ยต้องอยู่ที่ ๕:๒๐ ก็เลยหมายมาดไว้ในใจว่า จะเริ่มวิ่งที่เพซ ๕:๑๕ ทดไว้นิดหน่อย เผื่อแผ่วช่วงท้ายอันเป็นนิสัยส่วนตัว ทำ negative split ไม่เคยได้ซักที
พอสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น บรรยากาศรอบข้างก็พาไป ส่งผลให้กิโลเมตรแรก เวลาพุ่งไปที่ ๔:๓๗ ความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้รู้ตัวว่าวิ่งเร็ว กลับรู้สึกว่าตัวเองสับขาช้าจัง วิ่งช้าแบบนี้เพซปาไปเท่าไหร่นี่ พอครบโลนาฬิกาบอกว่าสี่กว่า ๆ ตายหะ ต้องผ่อน ๆ ไม่งั้นมีเดี้ยงกลางทางแน่ ก็เลยค่อย ๆ จับจังหวะขา จับจังหวะหายใจ นับก้าวไปเรื่อย ๆ สิบโลแรกผ่านไปสบาย ๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ เพซค่อนข้างสวย เร็วกว่าที่คาดนิดหน่อย แต่ในเมื่อขาไปสบาย ๆ หายใจยังดี ก็เลยปล่อยให้มันไปเท่าที่ร่างจะรู้สึกสบาย อีกสิบโลถัดมาก็ยังถือว่าดีอยู่ บวกลบในใจ ยังบวกอยู่นิด ๆ รู้สึกดีมาก อากาศก็เย็นเป็นใจ ใครบอกว่าวิ่งไปเรื่อย ๆ แล้วจะค่อย ๆ อุ่นขึ้น ไม่จริงเลย ยิ่งวิ่งก็ยิ่งหนาว ยิ่งบางช่วงบางตอนที่ลมมาด้วย ยิ่งเย็นจนมือชา
พก Gu Gel มาด้วยสองซอง พอครบยี่สิบโลก็เริ่มหยิบเจลซองแรกมาฉีก ทยอยกินทีละน้อย ไปหมดซองเอาแถว ๆ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ขาออก (พืชสวนโลก) ประมาณโลที่ ๓๐
ขายังไปได้ดีอยู่ บางขณะมีรู้สึกแปล๊บ ๆ ที่ผิวแผลที่หกล้มบ้าง แต่มันไม่ได้เจ็บปวด ไม่ได้บาดลึก มันแค่ผิว ๆ บางขณะตึงสะโพก แต่โดยรวมแล้วยังรู้สึกดีอยู่ กำลังใจดีมากเพราะคุมเพซมาได้ถึงสามสิบโล หัวใจเต้นปกติ ลมหายใจสัมพันธ์กับขา ไม่มีอาการเสียดท้อง ... จะมีสุขใดไหนมากกว่านี้อีก
ออกจากพืชสวนโลกซักพัก เส้นทางเริ่มให้ข้ามถนนมาใช้เส้นทางร่วมกับขามา เริ่มเจอนักวิ่งระยะฮาล์ฟบ้าง ช่วงนี้เพซเริ่มหล่นเกิน ๕:๒๐ ที่ตั้งไว้บ้างในบางกิโล แต่เมื่อทดกับที่ทำไว้แรก ๆ ถือว่าไม่เสียหาย ก็คุมจังหวะมาเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่งอะไร เทียบกับมาราธอนแรกแล้ว ครั้งนี้ทำได้ดีกว่ามาก ครั้งแรกนั้น สิบโลท้ายต้องปลอบใจตัวเองว่าให้ถือเป็นการจ๊อกคลาย แต่ครั้งนี้ สิบโลท้ายก็ยังสามารถคงจังหวะได้ แม้จะตกไปบ้าง(ถือว่าเล็กน้อย) ช่วงกม.สามสิบกว่า ๆ มีบางแว้บที่แอบเมื่อย ก็อาศัยนึกถึงบุคคลผู้เสียสละทั้งสามที่กล่าวไปข้างต้น พลังก็มาใหม่ พอถึงกิโลสามแปด เริ่มเร่งขึ้นนิดหน่อย แล้วก็มาเสียจังหวะที่กม. ๓๙ เนื่องจากถูกเบรคให้รถไปก่อน ต้องจ๊อกกับที่รอ จนท. ปล่อยรถแป๊บนึง เข้าคูเมือง เจอออมยืนรอถ่ายรูปให้ ได้ยินเสียงครูดินเชียร์มาจากอีกฟากถนน ใจมาเป็นกอง วิ่งต่ออีกนิดก็ถึงเส้นชัย เห้ย ทำไมเร็วจัง การ์มินยังไม่ตื๊ดเตือนกม.ที่ ๔๑ เลย ... ปรากฏว่า ระยะขาด การ์มินที่ข้อมือบอกระยะ ๔๐.๖๘ กม. ในเวลา ๓:๓๕.xx (แต่นาฬิกาสนามอยู่ที่ ๓:๓๔) ถูกเจ้าหน้าที่ดักคล้องป้ายอันดับ กาเครื่องหมายบนบิบ แจกเหรียญ แจกกล้วย แจกเบอร์เกอร์ หลุดจากกองเจ้าหน้าที่ได้ก็วิ่งต่อ คิดในใจว่าชั้นต้องทำ ๓๔๕ ให้ได้ ต้องวิ่งให้ครบระยะ ก็วิ่งวน ๆ บนถนนแถวอนุสาวรีย์สามกษัตริย์จนครบระยะ ในเวลา ๓:๔๒.xx เป็นอันฟินนนนน ทำได้อย่างที่หวังไว้ โว้เย
![]() |
| รูปนี้ขายาวเกินจริง ดูงามเชียว กิกิ |
เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ ๔ ในรุ่นอายุ ๔๐-๔๙ ปี
ทดไว้หน่อย อันดับ ๑ คือ พี่ตุ๊ก สวนลุม เข้ามาด้วยเวลา ๓:๑๗.xx อันดับ ๒ ฝรั่งชาวเนเธอร์แลนด์ อันดับ ๓ พี่เอ๋ ดุษณี แซ่เฮ้ง อันดับสุดท้ายเป็นต่างชาติ ดูจากชื่อ น่าจะเป็นคนจีน
เวลาแยกแต่ละกิโลเป็นดังนี้
4:37.16 / 5:08.82 / 5:08.34 / 5:00.05 / 5:08.06 / 5:13.13 / 5:01.95* / 5:17.00 / 5:06.46 / 5:18.83 / 5:29.36 / 5:03.45 / 5:05.14 / 5:12.41 / 5:15.19* / 4:59.48 / 5:07.09 / 5:19.90 / 5:20.95 / 5:18.21* / 5:06.61 / 5:04.11 / 5:17.37 / 5:21.64 / 5:17.70* / 5:23.92 / 5:17.40 / 5:29.40 / 5:07.30 / 5:17.35* / 5:34.42 / 5:22.35 / 5:18.86 / 5:21.21 / 5:27.29 / 5:24.14 / 5:21.30 / 5:17.10 / 5:37.32** / 5:14.21 / 5:29.69 / 5:43.27*** / 1:14.27 *** (0.2km)
* จิบน้ำ
** ถูกเบรคให้รถไปก่อน
*** จ๊อกต่อให้ครบระยะ
ม้ากะป๊าโผล่มาหาที่เส้นชัยโดยไม่ได้นัดหมาย ชอบมาเซอร์ไพรส์ลูกสาวอยู่เรื่อยเลย ขอบคุณนะค้า ดีใจอ่า :D
![]() |
| โอ๊ะ ปะป๊ามา |
![]() |
| อ๊ะ ม้าก็มาด้วย |























